post

นักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลก ยุคต่อไป

ทุกยุคสมัยวงการฟุตบอลมักจะมีดาราประดับวงการอยู่เสมอ ที่คนเขายกย่องนักฟุตบอลผู้นั้นว่า “เก่งที่สุดในโลก” เช่น เปเล่, ดิเอโก้ มาราโดน่า อะไรแบบนี้ หรือไล่ตั้งแต่แฟนบอลส่วนใหญ่ในยุคนี้จำความกันได้จากซีเนอดีน ซีดาน, โรนัลดินโญ่, มาจนถึงยุคของลีโอเนล เมสซี่ และคริสเตียโน่ โรนัลโด้

ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นผู้ที่แฟนฟุตบอลให้การยกย่อง และวาดลีลาสร้างเหตุการณ์ประทับใจบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โลกฟุตบอลอยู่หลายครั้งหลายครา และจนนาทีนี้ก็ยังมองไม่เห็นดาวรุ่งคนไหนจะสามารถมีฝีเท้าที่เก่งกาจได้เกินกว่า “คีเลียน เอ็มบัปเป้” อยู่เลย อายุและผลงานใกล้เคียงหน่อย ก็อุสมาน เด็มเบเล่ แต่ฤดูกาล 2017-2018 ลงเล่นให้บาเซโลน่า 17 นัด ในเวลา 930 นาที แต่ทำได้ 3 ประตู เท่านั้นเอง แถมยังอายุมากกว่าเอ็มบัปเป้ 2 ปี ขณะที่เอ็มบัปเป้เป็นคนสำคัญพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าถ้วยฟุตบอลโลก 2018 พร้อมโชว์ให้โลกเห็นถึงความอันตรายต่อทีมฝ่ายตรงข้ามว่ามีมากเพียงใด

จบฟุตบอลโลกที่รัสเซีย เด็กหนุ่มที่ชื่อคีเลียน เอ็มบัปเป้ ในวัย 19 ปี 6 เดือน 25 วัน ได้คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จ คว้ารางวัลผู้เล่นดาวรุ่งประจำทัวร์นาเมนต์ และเป็นผู้เล่นอายุน้อยอันดับ 2 ที่สามารถคว้าแชมป์บอลโลกได้รองจากสถิติที่เปเล่ทำไว้เมื่อปี 1958 นอกจากการเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่เจริญรอยตามตำนานไข่มุกดำแล้ว เอ็มบัปเป้ยังทำสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยรองจากเปเล่ที่ทำ 2 ประตูใน 1 เกมส์ ในนัดที่จัดการเขี่ยพลพรรคอาร์เจนติน่า และดับฝันการคว้าแชมป์โลกของลีโอเนล เมสซี่ นักเตะรุ่นพี่ผู้เป็นสุดยอดนักฟุตบอลแห่งยุคให้กลับบ้านไปอย่างไม่เกรงใจ ซึ่งจุดเด่นของเอ็มบัปเป้ในวัยเพียง 19 ปี คือ ความเร็ว การเลี้ยงบอล และการจบสกอร์ที่ถือว่าน่ากลัว ยิ่งถ้าเผลอปล่อยพื้นที่ให้เขาได้วิ่งสัก 10 หลา รับรองว่าคู่แข่งมีปัญหาแน่ เพราะขนาดหลาย ๆ จังหวะกับตัวประกบที่มีความเร็วอยู่พอสมควร เอ็มบัปเป้ยังวิ่งกระชากจนสร้างโอกาสทำประตู หรือไม่ก็ทำเองมาแล้วหลายครั้ง นี่ถ้ารอดูอีกสัก 5 ปี นักเตะคนนี้จะครบเครื่องสมบูรณ์แบบขนาดไหน คงต้องดูพวกรุ่นพี่อย่างเมสซี่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือโรนัลโด้ R9 โน่นเลย ที่ถ้าไม่ทำฟาล์วแบบถอนรากถอนโคน มีหวังโดนลากเข้าไปจ่อยิงหน้าประตู
               แม้ปารีสแซงแชร์กแมงจะเป็นทีมเงินถังจ่ายได้ไม่อั้น แต่การแข่งขันที่มีความเข้มข้นย่อมจำเป็นต่อนักฟุตบอลที่หมายหมั้นปั้นมืออยากจะครองตำแหน่งนักฟุตบอลแห่งยุค ซึ่งไม่เร็วก็ช้า เป็นที่คาดการณ์ว่าเอ็มบัปเป้น่าจะย้ายทีมไปสู่ทีมใหม่ในลีกที่มีการแข่งขันสูงขึ้น อีกทั้งต้องเป็นสโมสรที่มีแนวโน้มในการคว้าถ้วยหูใหญ่ “ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก” มากขึ้นอย่างแน่นอน (เปแอสเชก็มีศักยภาพที่จะเป็นแชมป์ แต่ถ้าได้อยู่ในแวดล้อมของลาลีก้าหรือพรีเมียร์ลีก น่าจะดีกับตัวเอ็มบัปเป้มากกว่า) ซึ่งกล่าวมาถึงตรงนี้แฟนบอลทั้งหลายย่อมนึกถึงเพียงไม่กี่ทีมที่มีกำลังทรัพย์มหาศาลและมีการเล่นเล่นที่ทรงประสิทธิภาพ และหากการซื้อตัวนี้สำเร็จ สโมสรนั้นย่อมเหมือนกับซื้ออนาคตยุคต่อไปได้เป็น 10 กว่าปีเลยทีเดียว แต่อย่าลืม ปารีสซื้อตัวมาจากอาแอสโมนาโกเมื่อปี 2017 ค่าตัวตอนนั้นก็ปาเข้าไป 180 ล้านยูโรแล้ว นี่มาเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกอีก ค่าตัวจะสัก 270 ล้าน ในอีกไม่กี่ปีให้หลังก็ไม่ใช่เรื่องโอเวอร์เกินไปนัก รอดูกันว่าสโมสรไหนจะได้ตัวเอ็มบัปเป้ไปครอง และตัวเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้จะเก่งขึ้นได้อีกแค่ไหน