post

นักเตะเป้าหมายของทีม big 6 ในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกเป็นลีกฟุตบอลอาชีพมาตรฐานสูงที่แต่ละทีมสมาชิกขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด เป็นลีกฟุตบอลที่ตำแหน่งแชมป์ไม่ผูกขาดอยู่แค่สองหรือสามทีมสามารถเปลี่ยนมือได้แทบทุกปีและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตัวผู้เล่นภายในทีมแต่ละปีนั้นสำคัญมาก เพราะผู้เล่นเพียงหนึ่งหรือสองคนอาจยกระดับทีมได้เลยเช่นเอ็นโกโล ก็องเต้ ที่ย้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้สู่เชลซีและกลายเป็นหัวใจสำคัญพาเชลซีเป็นแชมป์ลีกในฤดูกาล 2016-2017 ดังนั้นฤดูกาล 2019-2020 ที่จะถึงนี้จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่านักเตะผู้เป็นเป้าหมายของบรรดา big 6 ในพรีเมียร์ลีกเหล่านี้จะสามารถช่วยพาทีมไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่

แมนฯซิตี้ แม้จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลล่าสุดแต่การได้แชมป์ด้วยคะแนนเฉือนลิเวอร์พูลเพียงแต้มเดียวทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าวางใจไม่ได้ ในลีกมาตรฐานสูงเช่นนี้หากพวกเขาไม่รักษาฟอร์มการเล่นหรือนิ่งนอนใจไม่เสริมทัพก็อาจจะป้องกันแชมป์ไว้ไม่ได้ และจุดอ่อนเดียวที่ซิตี้มองเห็นในตอนนี้คือแฟร์นานดิญโญ่กองกลางพันธุ์ขยันของทีมที่เริ่มโรยราไปตามวัยและนักเตะตัวแทนกองกลางทีมชาติบราซิลที่เป็ป กวาดิโอล่าเล็ง ๆ อยู่ก็คือ โรดรี้กองกลางอายุน้อยจากแอตเลติโก มาดริด

ลิเวอร์พูล ดูท่าเจอร์เก้น คล็อปยังไม่ขยับอะไรมากในช่วงต้นตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ส่วนหนึ่งอาจเพราะทีมที่มีอยู่ค่อนข้างลงตัวอีกส่วนคืออาจต้องระบายนักเตะส่วนเกินของทีมก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าขาดเหลืออะไรบ้างโดยหลัก ๆ แล้วทีมหงส์แดงอาจต้องการแบ็คซ้ายหนึ่งคนแทนที่โรเบอร์โต้ โมเรโน่ที่หมดสัญญากับทีมเพื่อเอามาเป็นสำรองของแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และกองหลังตัวกลางอีกหนึ่งคนแทนที่เดยัน ลอฟเรนโดยนักเตะที่เกเก้น คล็อปป์หมายตาอยู่ก็มี คีแรน เทียร์นีย์แบ็คซ้ายจากเซลติกและคาลิดู คูลิบาลี่จากนาโปลีแต่อาจมีเซอร์ไพรส์ให้แฟน ๆ ได้จิ้นนิด ๆ เพราะตอนนี้คีลียัน เอ็มบัปเป้กองหน้าตัวจี้ดจาก PSG ออกตัวสุดลิ่มทิ่มประตูว่าอยากมาจอยกับทีมหงส์แดงในฤดูกาลหน้า

เชลซี ทีมสิงโตน้ำเงินครามไม่มีสิทธิ์เซ็นใครมาร่วมทีมทั้งฤดูกาลเพราะถูกฟีฟ่าแบนจากความผิดฐานซื้อนักเตะดาวรุ่งแบบผิดกฏดังนั้นพวกเขาจะไม่ได้ใครมาร่วมทีมนอกจากคริสเตียน พูลิซิชปีกอนาคตไกลจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนที่มีการตกลงซื้อขายกันล่วงหน้า

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ นี่จะเป็นปีที่ทีมไก่เดือยทองอาจใช้จ่ายเกินกว่าร้อยล้านปอนด์เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาไม่เสียเงินซื้อนักเตะเลยแม้แต่เพนนีเดียว โครงการในปีนี้ของบิ๊กทีมจากลอนดอนเหนือจึงเป็นเมก้า โปรเจ็คยกเครื่องทีมทั้งระบบซึ่งอาจมีนักเตะแกนหลักหลายคนที่ย้ายออกไปซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะมีใครบ้างแต่ตอนนี้ตำแหน่งที่พวกเขาต้องการแน่ ๆ คือกองกลางที่ว่างอยู่ตั้งแต่มุสซ่า เด็มเบเล่ย้ายออกไปตอนกลางฤดูกาลและดูเหมือนว่าทีมงานของโปเช็ตติโน่จะตาแหลมเสียด้วยเพราะเล็งเป้าไปที่ต็องกี เอ็นดอมเบเล่กองกลางเนื้อหอมจากโอลิมปิค ลียงกับจิโอวานนี่ โล เชลโซ่ กองกลางตัวรุกฝีเท้าดีจากเรอัล เบติสและอาจมีเซอร์ไพรส์หากโล เชลโซ่ถูกโขกราคาเกินไปทีมไก่เดือยทองจะขยับไปหาบรูโน่ แฟร์นานเดสตัวรุกสุดฮอตจากสปอติ้ง ลิสบอนแทน

อาร์เซน่อล น่าปวดหัวแทนอูไน เอเมอร์รี่เพราะแม้จะพาทีมปืนใหญ่เข้าชิงยูโรป้า ลีกได้ในฤดูกาลที่ผ่านมาแต่สโมสรก็ยังจำกัดงบให้ช็อปนักเตะแค่ 40 ล้านปอนด์เท่าฤดูกาลก่อนซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะคว้าตัวนักเตะชั้นดีในตลาดณ.ปัจจุบัน ผจก.ทีมชาวสเปนจึงต้องมองหานักเตะโนเนมโดยทีมยังต้องการกองหลังตัวกลางอย่างน้อย ๆ หนึ่งคนแถมยังอาจต้องเป็นคนที่เล่นตำแหน่งแบ็คซ้ายได้ด้วยเพราะนาโช่ มอนเรอัลกำลังจะหมดสัญญาซึ่งกองหลังที่ตกเป็นข่าวกับทีมปืนใหญ่ก็คือโยอาคิม อันเดอร์เซ่นจากซามพ์โดเรียในลีกกัลโช่ เซเรีย อา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะมีเงินถุงเงินถังแต่แมนฯยูฯกำลังประสบปัญหาโน้มน้าวนักเตะชั้นนำสู่ทีมได้ยาก ส่วนสำคัญก็เพราะไม่สามารถตีตั๋วไปเล่นในรายการ UCL ได้ดังนั้นหากนักเตะมีชื่อสักคนจะย้ายไปร่วมหัวจมท้ายกับทีมจึงต้องอาศัยเม็ดเงินมากกว่าความเป็นจริงทำให้การเจรจากับนักเตะอย่างแฮร์รี่ แม็กไกวร์ คาลิดู คูลิบาลี่ และแอรอน วาน-บิสซาก้า เกิดความยืดเยื้อซึ่งนอกจากกองหลังตัวกลางกับแบ็คซ้าย แมนฯยูฯยังจำเป็นต้องหากองกลางและกองหน้าหากปอล ป็อกบากับโรเมอู ลูกากูย้ายออกจากทีมด้วย

เป้าหมายหลักของ big 6 ในฤดูกาลนี้คือนักเตะที่ทีมต้องการนำมาปรับปรุงจุดอ่อนของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมาแม้ทีมที่พร้อมสรรพในขุมกำลังอย่างลิเวอร์พูลกับแมนฯซิตี้เองก็ยังจำเป็นต้องเสริมทีมเพราะในลีกที่การแข่งขันเข้มข้นนี้หากหยุดพัฒนาทีมเพียงนิดเดียวอาจจะถูกทีมอื่นก้าวข้ามไป โดยเฉพาะทีมระดับกลางที่ตอนนี้น่ากลัวไม่แพ้กลุ่ม big 6 เลย