post

ปัญหาใหญ่ในซัมเมอร์นี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทุกคนทราบดีว่าการไม่สามารถจบ 1 ใน 4 อันดับแรกของตารางในฤดูกาลที่ผ่านมานับเป็นความล้มเหลวสำหรับทีมระดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่หลาย ๆ คนไม่คาดคิดคือความล้มเหลวนี้กำลังจะส่งผลให้แมนฯยูฯต้องพบกับความระส่ำระสายอีกรอบ โดยเฉพาะเรื่องวุ่น ๆ เกี่ยวกับนักเตะทั้งขาเข้าและขาออกซึ่งต้องบอกว่างานของทีมปิศาจแดงไม่ง่ายเลยเมื่อต้องพบกับปัญหาใหญ่ถึงสามประการด้วยกันในซัมเมอร์นี้

มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ตัวแสบคอยก่อกวนทีมปิศาจแดงมาเสมอตั้งแต่ยุคของผจก.โจเซ่ มูริญโญ่ เขามีความไม่พอใจเป็นทุนเดิมที่ถูกแมนฯยูฯสั่งห้ามไม่ให้เข้าออกสโมสรตามอำเภอใจ ไม่ให้เข้าไปยุ่มย่ามกับการจัดการนักเตะในความดูแลประกอบกับตอนนี้ไม่ต้องการให้นักเตะชื่อดังของเขาต้องไปเล่นถ้วยรองของยุโรปให้เสื่อมมูลค่าลงไปอีกการณ์นั้นไรโอล่าจึงพยายามนำนักเตะของเขาออกจากถิ่นโอล แทรฟฟอร์ดทั้งโรเมอู ลูกากูและปอล ป็อกบา ในรายของลูกากูเป็นไปได้สูงที่จะย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลานเพราะตอนนี้มีการเปิดโต๊ะเจรจากันอย่างจริงจังแล้ว ส่วนป็อกบาก็คงเป็นอีกรายที่จะย้ายออกแน่นอนเพราะแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการแสวงหาความท้าทายใหม่ การต้องเสียสองดาวดังโดยเฉพาะมิดฟิลด์แชมป์โลกจะส่งผลกับยูไนเต็ดแน่นอนเพราะฤดูกาลที่ผ่านมาป็อกบาเป็นนักเตะที่แบกทีมมาตลอดซึ่งสถิติบ่งชี้เด่นชัดทั้งการเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทีม ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุด ตัดบอลมากที่สุดและสร้างสรรค์โอกาสทำประตูมากที่สุดด้วย

การซื้อตัวนักเตะ ด้วยผลงานสุดล้มเหลวของทีมประกอบกับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ไม่มั่นคงนักเตะระดับโลกหลายคนจึงปฏิเสธร่วมทัพปิศาจแดง ยังไม่พอการเลือกผู้เล่นระดับรองลงมาก็ไม่วายถูกอัพราคาขึ้นอีกอย่างแฮร์รี่ แม็คไกวร์ถูกเลสเตอร์ ซิตี้แปะราคากว่า 80 ล้านปอนด์ แอรอน วาน-บิสซาก้าแบ็คซ้ายดาวรุ่งจากคริสตัน พาเลชเองก็ไม่น้อยหน้าพอเป็นทีมระดับยูไนเต็ดให้ความสนใจราคาก็เลยเถิดไปถึง 60 ล้านปอนด์ซึ่งแพงกว่าแบ็คขวา ยี่ห้อแชมป์อย่างไคล์ วอล์กเกอร์เสียอีก ไม่เท่านั้นงานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชายังยากขึ้นไปอีกเพราะการซื้อขายตัวนักเตะต้องผ่านความเห็นชอบจากเอ็ด วู้ดเวิร์ดด้วย “เอ็ด…เป็นนายธนาคารที่รู้จักเพียงเรื่องธุรกิจแต่ความรู้เรื่องฟุตบอลของเขาเป็นศูนย์” นี่คือความเห็นที่ตรงกันของหลุยส์ ฟาน กัล และ โจเซ่ มูริญโญ่ สองผู้จัดการทีมที่เคยผ่านความยากลำบากในการคุมทีมปิศาจแดงมาก่อน ดังนั้นจึงไม่ง่ายเลยที่โซลชาจะได้ตัวนักเตะที่เขาต้องการจริง ๆ โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ

ผู้นำในทีม อันเดร เอร์เรร่า อันโตนิโอ วาเลนเซีย คือสองผู้เล่นที่จะหมดสัญญาลงบวกกับลูกากูและป็อกบาที่มีแนวโน้มจะย้ายออกไปเท่ากับทีมปิศาจแดงอาจต้องเสียผู้เล่นแกนหลักออกไปสี่คนซึ่งหากดาบิด เด เกอาแสดงความประสงค์จะย้ายทีมตั้งแต่ซัมเมอร์นี้เลยก็บอกได้คำเดียวว่าหายนะแน่ ๆ เพราะนักเตะที่เหลือจะมีเพียงผู้เล่นโรยราอย่าง แอชลีย์ ยัง นักเตะที่โลกลืมอย่าง อเล็กซิส ซานเชส, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, เอริค ไบญี่, แซร์จิโอ โรเมโร่ กับนักเตะฟอร์มผีเข้าผีออกอย่างฟิล โจนส์ คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจสซี่ ลินการ์ด, เฟร็ดและอองโตนี่ มาร์กซิยาล รายชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ใช่นักเตะที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำของทีมได้เลย

ปัญหาทั้งสามประการนี้คือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกำลังประสบ ทีมที่เคยยิ่งใหญ่ในครั้งอดีตนี้ปัจจุบันกลายเป็นทีมที่อยู่ในสถานะต้องได้รับการกอบกู้อย่างเร่งด่วนและตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2019 นี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่พวกเขาต้องจัดการให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจต้องขมขื่นถูกทีมร่วมเมืองอย่างแมนฯซิตี้ที่มีทริปเปิ้ลแชมป์กับคู่แค้นตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูลที่มีถ้วยหูใหญ่ของยุโรปทิ้งห่างออกไปอีก