post

เมื่อจิ้งจอกสยามคิดจะทำการเปลี่ยนจ่าฝูง

ทีมผู้บริหารจิ้งจอกสยามเลสเตอร์ ซิตีสั่งปลดโกลด ปูแอล ผู้จัดการทีมตามคาดเซ่นผลงานลุ่ม ๆ ดอน ๆ ทำตัวเป็นโรบินฮู้ดที่แบ่งแต้มทีมใหญ่ไปแจกทีมเล็กพร้อมทั้งแต่งตั้งกุนซือตาหวานเบรนแดน ร็อดเจอร์สอดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลเข้ามารับตำแหน่งแทน ซึ่งนักวิจารณ์หลายคนต่างมองว่าผู้บริหารของเลสเตอร์มีความคิดเฉียบแหลมทีเดียวเพราะนาทีนี้ร็อดเจอร์สดูเหมาะสมกับทีมจิ้งจอกเป็นที่สุดและคุณสมบัติที่บอกว่าเขาคือคนที่ใช่มีดังต่อไปนี้

                รูปแบบการเล่น หลายคนอาจลืมไปแล้วว่าระบบหลังสามที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันก่อนที่อันโตนิโอ คอนเต้จะนำมาใช้จนประสบความสำเร็จมันเคยถูกนำเข้ามาในพรีเมียร์ลีกโดยเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งหลังจากติดตั้งระบบดังกล่าวลิเวอร์พูลที่ไม่เคยเข้าใกล้แชมป์เลยกลับได้ลุ้นจนเกือบเข้าวินมาแล้ว นอกจากนั้นกุนซือตาหวานยังมีลูกหนักในแผนฟุตบอลแบบสวนกลับอันเป็นสูตรสำเร็จที่เคยพาเลสเตอร์เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้วนั่นเอง แต่ใช่ว่าเขาจะมีแผนการเล่นตายตัวเท่านี้ไม่ว่าจะเป็น 4-2-3-1, 4-3-3 หรือ 3-5-2 ร็อดเจอร์ต่างเคยนำมาปรับใช้กับทีมที่เขาบริหารจัดการแทบทั้งสิ้น

                คอนเน็คชั่น กุนซือผู้นี้มีสายสัมพันธ์อันดีกับนักเตะในทีมทั้งยังเป็นมิตรกับสโมสรที่เขาเคยร่วมงานหรือแม้แต่ทีมคู่แข่งดังนั้นการเจรจาซื้อขายตัวนักเตะฉบับร็อดเจอร์สมักจะราบรื่นเสมอและด้วยบารมีชื่อเสียงที่สั่งสมมานานนักเตะชั้นดีจึงไว้ใจที่จะร่วมงานด้วยในระยะยาว ต่างจากโกลด ปูแอลที่นักเตะหลายคนออกมาแฉว่าร่วมงานด้วยยากแถมยังไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้เล่นอีกด้วย

                ผลงานในอดีต การพาสวอนซี ซิตี้ขึ้นชั้นมาจากลีกเดอะ แชมเปียนส์ชิปและอยู่รอดบนลีกสูงสุดได้ตลอดระยะเวลาในการทำทีมคือผลงานเด่นสร้างชื่อให้เขามาจนทุกวันนี้ หลังจากนั้นการย้ายไปคุมทีมลิเวอร์พูลก็ทำให้ทีมหงส์แดงได้ไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกสำเร็จตามเป้าแถมยังเกือบได้แชมป์พรีเมียร์ลีกด้วย ผลงานระดับมาสเตอร์พีชล่าสุดคือพาเซลติกเป็นแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ชิปอย่างอาจมอง เห็นได้ชัดว่าแม้สโมสรจะตั้งเป้าหมายไว้ตรงไหนร็อดเจอร์สต่างทำได้ตามเป้าแทบทั้งสิ้น ดังนั้นทีมที่เป้าหมายไม่ใหญ่มากอย่างเลสเตอร์แทบไม่ต้องพูดถึงการันตีได้เลยว่าไม่เกินมือผู้จัดการทีมมากฝีมือรายนี้อย่างแน่นอน

                เหตุผลเหล่านี้คือสิ่งที่บ่งบอกว่าเบรนแดน ร็อดเจอร์สคือผู้จัดการทีมที่เหมาะสมจะเข้ามากุมบังเหียนเลสเตอร์ ซิตี้ในนาทีนี้เหลือเกิน แม้เลสเตอร์ในตอนนี้จะไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะลุ้นอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเพราะพวกเขาอยู่กลางตารางห่างจากโซนตกชั้นกว่าสิบคะแนนจะเรียกว่าปลอดภัยแล้วก็คงได้แถมห่างจากทีมอันดับหกที่จะได้ไปเล่นยูโรปาลีกถึงสิบเอ็ดคะแนนซึ่งต้องบอกว่าหมดลุ้นไปแล้วเช่นกัน แม้รู้อย่างนั้นผู้บริหารทีมจิ้งจอกสยามก็ไม่ได้ปล่อยเลยตามเลยพวกเขาเลือกตัดสินใจเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมตั้งแต่วันนี้เพื่อปูรากฐานในอนาคต นี่คือความคิดของคนที่มีภาวะผู้นำซึ่งสื่อต่างยกย่องว่าทีมผู้บริหารเลสเตอร์ค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ที่ดีเลยทีเดียว

post

ฤดูสุดท้ายแล้ว ที่สองทีมนี้จะวืดแชมป์?

ในช่วงกว่าทศวรรษไม่มีฤดูกาลใดที่หอมหวานไปกว่านี้สำหรับทีมอย่างลิเวอร์พูลและโบรุสเซีย ดอร์ทมุน ช่วงกลางฤดูกาลทีมดังจากเกาะอังกฤษทิ้งห่างอันดับสองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถึงเจ็ดคะแนนแถมทรงฟุตบอลยังดุดันเร้าใจไม่เพลี่ยงพล้ำง่าย ๆ ต่อทีมเล็กดูมีอนาคตกว่าที่ผ่าน ๆ มา ด้านทีมเสือเหลืองจากเยอรมนีเองก็นำโด่งเป็นจ่าฝูงทิ้งห่างอันดับสองอย่างบาเยิร์น มิวนิค ชนิดไม่เห็นฝุ่นกว่าเก้าคะแนนแถมไม่มีอาการแข้งไหลเหมือนแต่ก่อนนักเตะคนสำคัญของทีมอยู่กันครบประกอบกับนักเตะดาวรุ่งพากันแจ้งเกิดแทบทุกตำแหน่ง ปัจจัยแวดล้อมที่เกื้อหนุนทำให้ตำแหน่งแชมป์ลีกของทั้งสองทีมแทบจะนอนมาเลยก็ว่าได้

ศักราชใหม่ในปี 2019 ทุกอย่างดูจะไม่เป็นดังหวังเสียแล้วไป ๆ มา ๆ ลิเวอร์พูลกลับตกลงมาอยู่ที่สองมีแต้มตามหลังแมนฯซิตี้หนึ่งแต้มด้านดอร์ทมุนเองก็ช็อตเอาดื้อ ๆ ปล่อยให้บาร์เยิร์น มิวนิคทำแต้มขึ้นมาเท่าพวกเขาอีกจนได้ อะไรคือความเสี่ยงที่ทำให้พวกเขากำลังจะมือเปล่าไร้แชมป์ไปอีกหนึ่งฤดูกาลและอะไรคือจุดอ่อนที่พวกเขาต้องรีบแก้ไขโดยด่วนมาหาคำตอบไปด้วยกัน

ลิเวอร์พูล ทีมหงส์แดงทีมนี้แกร่งทั่วแผ่นจนแทบไม่มีจุดอ่อน แต่เป็นเรื่องจริงที่ทีมเคยท้าชิงกับทีมเคยได้แชมป์นั้นต่างกัน การยืนระยะหลังจากนักเตะสำคัญบาดเจ็บลิเวอร์พูลทำได้ไม่ดีนักพอไม่มีเดยัน ลอฟเรน โจ โกเมซ โจเอล มาติ๊ป และเทรนด์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลในช่วงเวลาที่ต่างกันผลงานของลิเวอร์พูลสะดุดอยู่หลายครั้งต่างจากแมนเชสเตอร์ ซิตีที่แม้      เควิน เดอ บรอยน์ ดาบิด ซิลบา และจอห์น สโตนจะไม่ได้อยู่ช่วยทีมผลงานของทีมก็ยังคงเส้นคงวาเก็บแต้มได้สม่ำเสมอ อีกปัจจัยสำคัญคือฟอร์มการเล่นของดาวยิงประจำทีมอย่างโมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ที่ฤดูกาลนี้ตกลงไปพอสมควรแถมยามต้องเจอทีมใหญ่ด้วยกันดาวยิงหัวฟูไม่สามารถทำประตูทีมไหนได้เลยจะเรียกว่าถนัดยิงแต่ทีมเล็กก็คงไม่ผิด ซึ่งถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไปแฟนบอลลิเวอร์พูลก็มีสิทธิ์แห่ซาเล้งเก้อไปอีกหนึ่งฤดูกาล

โบรุสเซีย ดอร์ทมุน เดจาวูของทีมเสือเหลืองก็ไม่ต่างจากทีมหงส์แดงเท่าไรนัก อาการบาดเจ็บของผู้เล่นที่กำลังฟอร์มกระฉูดอย่างมาร์โก รอยส์ ปาโบล อัลกาแซร์ส่งผลอย่างมากกับยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี แม้ดาวรุ่งที่ขึ้นชั้นมาผลงานจะน่าเป็นปลื้มแต่การเชื่อมั่นในฝีเท้าและเลือกพึ่งพาเด็ก ๆ มากกว่านักเตะมากประสบการณ์ไม่เป็นผลดีต่อทีมที่ต้องเจอแรงกดดันมหาศาลในระดับลุ้นแชมป์ หลายครั้งที่แข้งวัยกระเตาะเหล่านี้ออกอาการตื่นสนาม พลาดง่าย ๆ สุดท้ายลงเอยด้วยการที่ทำให้ทีมพลาดได้ประตูหรือเสียประตูให้คู่แข่ง ซึ่งจุดนี้เป็นความผิดพลาดส่วนบุคคลที่มักจะไม่เกิดกับนักเตะมากประสบการณ์ผู้ผ่านการลงสนามมาอย่างโชกโชน ในทางกลับกันคู่แข่งอย่างบาเยิร์น มิวนิคก็ได้ตัวหลักกลับมาจากอาการบาดเจ็บโดยเฉพาะนายทวารจอมหนึบมานูเอล นอยเออร์ทำให้ผลงานดีวันดีคืนและดูท่าว่าการคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าของทีมเสือเหลืองน่าจะเป็นเรื่องไม่ง่ายเสียแล้ว

ทั้งสองทีมจากสองลีกใหญ่ในยุโรปยังไม่หมดหวังเสียทีเดียวกับการคั่วแชมป์ลีกในประเทศ ดังนั้นในเกมที่เหลือพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากงัดเอาทุกอย่างขึ้นมาสู้ ไม่ว่าจะได้แชมป์หรือไม่บทสรุปจะลงท้ายอย่างไรแต่นับจากนี้ไปเกมทุกเกมจะมีความหมายและสู้กันอย่างสนุกเร้าใจอย่างแน่นอน