post

วีรกรรมสุดแสบของเนย์มาร์ตลอดสองปีในถิ่นพาร์ค เดส์ แพร็งซ์

ช่วงสองปีหลังที่ “เนย์มาร์” ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิลย้ายออกจากบาร์เซโลน่าสู่ถิ่นพาร์ค เดส์ แพร็งซ์ของปารีส แซงต์ แชร์แมงไม่ว่าดาวเตะจอมลีลาขยับทำอะไรก็กลายเป็นข่าวแทบทั้งนั้น ทั้งเรื่องนอกหรือในสนาม ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระอีกนับไม่ถ้วน สำคัญคือส่วนใหญ่เรื่องราวที่ผ่านหูผ่านตาสาธารณชนมักจะเป็นข่าวด้านลบเสียทั้งสิ้น และเรื่องราวเหล่านี้แหละคือวีรกรรมสุดแสบที่เนย์มาร์ก่อไว้ภายในสองปีกับ PSG ก่อนยื่นเรื่องขอขึ้นบัญชีย้ายทีมแบบช็อกวงการฟุตบอล

หลังจากย้ายไปร่วมทีม PSG ได้ไม่นานเนย์มาร์แกรนด์ โอเพนนิ่งด้วยการก่อเหตุสุดฉาวแย่งกันยิงจุดโทษกับเอดิสัน คาวานี่ทั้ง ๆ ที่คาวานี่ถูกผู้จัดการทีมวางให้เป็นมือหนึ่งในการทำหน้าที่สังหารจุดโทษ ซึ่งหลังจากนั้นทั้งคู่ก็มีความไม่ลงรอยกันเสมอมา ส่วนหนึ่งมองว่าเนย์มาร์ต้องการประตูเพื่อบวกสถิติในอาชีพอีกส่วนเผยว่าในสัญญากับ PSG หนึ่งประตูของเขามีมูลค่ากว่า 25,000 ยูโร ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเหตุผลใดที่ทำให้เขาสร้างเรื่องงามหน้าในขณะนั้น

เนย์มาร์ยังก่อวีรกรรมสุดกร่างอย่างการปาบอลอัดกำแพงตอนซ้อมเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ให้ความเคารพอูไน เอเมอร์รี่เมื่อครั้งเป็นผู้จัดการทีมรักษาการแถมยังมีอีกหลายครั้งที่เขารวมหัวกันกับเพื่อนร่วมทีมขัดคำสั่งไม่เล่นตามแผนที่กุนซือวางไว้อีกด้วย

ไม่มีอีกแล้วหนุ่มน้อยขี้อายที่มีความสุขกับการเล่นฟุตบอล แดนน้ำหอมทำให้เนย์มาร์กลายเป็นซุป’ตาร์ไปจริง ๆ เขาเปลี่ยนไปทั้งการแต่งตัวที่เน้นแบรนด์เนมสไตล์หลุดโลก ความประพฤติสุดเยอะแบบที่คนดังทำกัน และปาร์ตี้กับเหล่าเซเล็ปที่เขาใช้เวลากับมันมากกว่าฟื้นฟูอาการบาดเจ็บหรือเล่นฟุตบอลเสียอีก

เมื่อทีมแพ้ในนัดชิงฟุตบอลเฟร้นส์คัพตอนขึ้นไปรับเหรียญเงินเนย์มาร์ที่อารมณ์บูดได้โต้เถียงและเหวี่ยงท่อนแขนโดนใบหน้าแฟนบอลที่พยายามถ่ายรูปเขาด้วยมือถือ หลังเหตุการณ์นั้นแฟนบอลในฝรั่งเศสถึงกับแอนตี้สตาร์ PSG รายนี้ไปเลย

หลังจากพ่ายนัดชิงฟุตบอลเฟร้นส์คัพที่เจ้าตัวฟาดงวงฟาดงาลงกับแฟนบอลมีเหตุการณ์ฉาวต่อเนื่องในทีมอีกเมื่อเขาเปิดฉากฉะกับยูเลี่ยน ดรั๊กซ์เลอร์จนเกือบลงไม้ลงมือกันและหลังจากนั้นก็โจมตีเพรสแนล คิมเปมเบ้ผ่านสื่อว่าไม่ให้ความเคารพนักเตะรุ่นพี่

จะเป็นเซเล็ปไม่ได้หากไม่รู้จักเคลื่อนไหวในโลกโซเชี่ยล แน่นอนเนย์มาร์เองก็ใช้โซเชียลเป็นสื่อประชาสัมพันธ์หลักของตัวเองเช่นกันและการโพสต์อย่างเดือดดาลวิจารณ์ผู้ตัดสินหลังทีมพ่ายให้กับแมนฯยูฯกระเด็นตกรอบ UCL แม้จะเป็นข่าวดังสร้างยอดฟอลโล่วให้กับตัวเองได้ก็จริงแต่เจ้าตัวต้องรับกรรมโดนแบนสามเกมในฤดูกาลหน้าไปโดยปริยาย

ฤดูกาล 2018-2019 ที่ผ่านมาสตาร์ชาวบราซิลโชว์ความใหญ่คับฟ้าอีกรอบด้วยการแหกวงการฟุตบอลฝรั่งเศสว่ามีมาตรฐานต่ำกว่าลา ลีก้า ลีกยักษ์ใหญ่ของสเปนที่เขาจากมา นักฟุตบอลในลีกฝรั่งเศสสู้เขาไม่ได้จึงพยายามเข้าบอลหนัก ๆ และผู้ตัดสินก็มักปล่อยให้นักเตะเหล่านั้นเล่นงานเขาโดยไม่ถูกลงโทษด้วยแถมในลีกที่เต็มไปด้วยนักฟุตบอลฝีเท้าธรรมดานั้นไร้ความท้าทาย ได้แชมป์ง่ายเกินไป ทั้งยังส่งผลให้ฝีเท้าของเขาไม่ได้พัฒนาขึ้นด้วย

ปิดท้ายวีรกรรมแสบล่าสุดที่ขู่จะสไตรค์ไม่กลับไปปารีสอีกเพื่อบีบให้ทีมขายเขาออกไป นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ประธานสโมสรปารีส แซงต์ แชร์แมงเจอเข้ากับตัวถึงกับโมโหสั่นเป็นเจ้าเข้าแล้วออกมาประกาศผ่านสื่อเลยว่า “สโมสรจะไม่ทนกับพฤติกรรมของนักเตะชื่อดังอีกต่อไป ใครไม่มีความสุขก็เชิญย้ายออกไปจากสโมสรได้เลย”

หลังจากขอขึ้นบัญชีย้ายทีมเรอัล มาดริดเป็นทีมแรกที่ยื่นข้อเสนอให้ PSG พิจารณาด้วยเงินจำนวน 120 ล้านยูโรบวกกับฮาเมส โรดริเกวซหรือแกเร็ธ เบลคนใดคนหนึ่ง ทาง PSG ยังไม่รีบตัดสินใจเพราะจะรอดูข้อเสนอของทีมอื่นด้วย ในขณะเดียวกันมีข่าวกอสซิปออกมาเรื่อย ๆ ว่าเนย์มาร์สนใจกลับไปบาร์เซโลน่ามากกว่า ซึ่งความเป็นไปได้จะมากน้อยแค่ไหนคงต้องย้อนกลับไปดูตอนเขาจากบาร์ซ่ามาปารีสฯว่าก่อวีรกรรมสุดแสบทิ้งทวนไว้อย่างไรบ้างและบาร์เซโลน่าพร้อมจะให้อภัยเขาหรือไม่?