post

ลิเวอร์พูลกับจุดอ่อนที่เกิดขึ้นท้ายฤดูกาล

แม้ว่าลิเวอร์พูลจะประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกของสโมสรอย่างสมการรอคอย แต่ทว่าอาการกลับเริ่มออกนับตั้งแต่พ้นจากช่วงพักฤดูกาลชั่วคราวด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้กีฬาฟุตบอลทั่วโลกต้องหยุดการแข่งขันไป จนกระทั่งเมื่อทีมหงส์แดงกลับมา พวกเขากลับไม่สามารถรักษาฟอร์มร้อนแรงได้เหมือนเคย โดยสิ่งที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงเวลานี้ อาจจะเป็นเพราะสภาพจิตใจ สภาพร่างกาย และเรื่องของโชคชะตาของพวกเขา

สภาพร่างกายของนักเตะที่เว้นจากการแข่งขันไปนาน

ทีมลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คลอปป์เป็นที่รู้จักกันในฐานะทีมที่มีความฟิตมาก พวกเขาสามารถวิ่งได้ตลอดเกมซึ่งรวมแล้วมากกว่าเก้าสิบนาที และเป็นจุดเด่นของทีมนายใหญ่ชาวเยอรมันมาตั้งแต่สมัยคุมทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนท์เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามทีมที่จำเป็นต้องพักการแข่งขันไปกลางฤดูกาลจากสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมต้องขาดการซ้อมเพื่อป้องกันโรคติดต่อ ทำให้ทีมลิเวอร์พูลหรือแม้แต่ทีมอื่น ๆ ก็ไม่สามารถรักษาความฟิตของทีมได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมฟอร์มการเล่นของทีมลิเวอร์พูลเลยดูอ่อนแรงลงไป จากเกมปกติของพวกเขาในช่วงต้นฤดูกาล

สภาพจิตใจของทีมที่เป็นแชมป์

หากพูดถึงเรื่องจิตใจของผู้ชนะคำนี้น่าจะเป็นคำในเชิงบวกมากกว่า แม้ว่าที่จริงแล้วคำนี้อาจจะเป็นดาบสองคมของทีมเดอะค็อปก็ได้เช่นกัน เพราะด้วยคะแนนที่ห่างจากทีมอันดับสองเป็นอย่างมาก ทำให้พวกเขาไม่กดดันอะไรอีกแล้ว ความมุ่งมั่นที่เคยมีของทีมกลับลดลงไป จึงส่งผลให้พวกเขาไม่ได้ชนะหรือมีผลการแข่งขันที่พอใจต่อเหล่าแฟน ๆ เท่าไหร่นัก ยิ่งวันที่พวกเขาแพ้ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นวันที่เห็นได้ชัดที่สุดว่า ถ้าหากพวกเขายังไม่มีจิตใจที่เข้มแข็งพอ ฤดูกาลหลังจากนี้อาจจะไม่ง่ายอย่างที่พวกเขาเป็นมา

โชคชะตาที่มาพร้อมกับฝีมือ

แม้ว่าทีมลิเวอร์พูลมีความสามารถและความมุ่งมั่นจนทำให้เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหรือแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี แต่อีกส่วนหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือพวกเขาโชคดีที่หลาย ๆ ครั้งคู่แข่งก็พลาดโอกาสง่าย ๆ จนทำให้พวกเขาสามารถคว้าชัยมาได้หลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกมที่พวกเขามีสถิติดีมากในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก แต่ในช่วงสิบเกมสุดท้ายมันกลับไม่เป็นเช่นนั้น อย่างเกมกับอาร์เซน่อลที่พวกเขามีโอกาสยิงมากมาย แต่ไม่สามารถจบสกอร์ได้ ผิดกลับทีมปืนใหญ่ที่ใช้โอกาสแค่สองครั้งจากความผิดพลาดของลิเวอร์พูลและได้สองประตูในทันที ก่อนที่ลูกทีมของเจอร์เก้น คลอปป์จะไม่สามารถทำประตูคืนได้จนทีมหงส์แดงต้องเป็นผู้แพ้ไปอีกครั้งในฤดูกาลนี้ และไม่อาจทำสถิติคว้าร้อยแต้มในหนึ่งฤดูกาลได้ตามที่แฟน ๆ เคยตั้งเป้ากันไว้

อย่างไรก็แล้วแต่ ลิเวอร์พูลคือทีมที่ดีที่สุดสำหรับฤดูกาลนี้อย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขามีฟอร์มร้อนแรงและความสามารถของนักเตะระดับโลก นับตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตูถึงกองหน้าเลยทีเดียว แต่ทว่าหากพวกเขายังไม่สามารถรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ได้ ในฤดูกาลถัดไปอาจจะไม่ง่ายอย่างที่พวกเขาพบเจอมาก่อน และอย่าลืมว่าการเป็นแชมป์นั้นง่ายกว่าการป้องกันแชมป์เสียอีก

post

ถ้าเรือใบสีฟ้าไม่ได้แล่นอยู่ในฟุตบอลยุโรป

อาจจะเป็นเรื่องที่เกือบจะทำให้ทีมหมดโอกาสไปแล้วสำหรับทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ล่าสุดศาลโลกมีคำสั่งให้สามารถแข่งขันในฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกต่อไปได้อีกครั้ง หลังจากที่โดนยูฟ่าหรือสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปเตรียมสั่งห้ามแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดของสหาภาพเพราะมีพฤติกรรมส่อละเมิดกฎทางการเงินของทีม ทำให้พวกเขาเกือบเสียสิทธิการแข่งขันฟุตบอลยุโรปซึ่งมันอาจจะส่งผลเสียต่อทั้งสถานะการเงินและทางฟุตบอลอย่างที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยทีเดียว

สถานะการเงินของทีมที่เศรษฐีไม่เคยคิด

เป็นที่รู้กันว่าทีมเรือใบสีฟ้ามีเจ้าของที่ร่ำรวยมากและเป็นเจ้าของธุรกิจในอาบูดาบี แต่ทว่าในปัจจุบันทางสมาคมฟุตบอลมีกฎที่ทำให้ทีมต่าง ๆ ต้องบริหารการเงินไม่ให้ติดตัวแดง ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลให้ทีมที่บริหารผิดพลาดอาจจะส่งผลให้ถูกปรับแต้ม ตกชั้น หรือแม้แต่ยุบทีมไปเลย อย่างทีมที่เคยมีชื่อเสียงแบบวิมเบอร์ดัน ต้องถูกยุบทีมแล้วตั้งชื่อใหม่เพื่อกลับมาแข็งขันต่อไปในจิตวิญญาณเดิม แต่ปัญหาก็คือทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ซึ่งมีเงินถุงเงินถังขนาดนั้นไม่จำเป็นสนใจเรื่องเงินอยู่แล้ว แต่ทว่าการเงินที่สโมสรหามาได้กับเงินที่มีอยู่แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องแยกกัน และมีหลักฐานบางอย่างหลุดออกจากแฮคเกอร์ว่า ทีมเรือใบสีฟ้าใช้วิธีหาสปอนเซอร์ที่เข้ามาสนับสนุนทีม แต่ชื่อของผู้สนับสนุนนั้นดันเป็นกลุ่มเดียวกับเจ้าของทีมนั่นเอง

ถ้าหากพวกเขาผิดจริงอย่างที่ถูกลงโทษตั้งแต่แรก พวกเขาก็จะเสียเงินที่เป็นค่าลิขสิทธิ์จากการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยุโรป ซึ่งก็จะเป็นตัวช่วยสถานะการเงินของทีมไม่ให้ติดตัวแดงนั่นเอง เพราะทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถือเป็นทีมหนึ่งที่มีนักเตะค่าเหนื่อยสูงอยู่เป็นจำนวนมาก หากพวกเขาไม่สามารถไปแข่งขันได้จริง พวกเขาก็จำเป็นจะต้องขายนักเตะเหล่านี้ออกไปเพื่อไม่ใช่สถานะการเงินของทีมแย่ลงไปกว่าเดิม

การจากลาด้วยเหตุผลทางฟุตบอล

ด้วยความที่ฟุตบอลไม่ได้มีแต่การแข่งขันในประเทศทำให้นักเตะส่วนใหญ่ต้องการลงเล่นในฟุตบอลยุโรปเพื่อโอกาสในการติดทีมชาติของตัวเอง รวมถึงประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ได้เจอนักเตะระดับสูงที่ค้าแข้งอยู่ตามประเทศต่าง ๆ อีกด้วย และการที่ทีมที่ไม่ได้ไปแชมป์เปี้ยนลีกก็เป็นการปิดโอกาสของนักเตะเหล่านั้น ซึ่งแม้ว่าทีมเรือใบสีฟ้าอาจจะไม่ได้กังวลเรื่องการเงินมากนัก แต่เหล่านักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นให้ฟุตบอลระดับสูงก็อาจจะส่งผลให้พวกเขาต้องลาจากทีมไปเพื่อโอกาสที่ดีกว่าในการติดทีมชาติของตัวเอง และแม้แต่ผู้จัดการทีมอย่างเป็ป กวาดิโอลาที่ต้องการคว้าแชมป์หูใหญ่ให้ได้อีกสักครั้งกับทีมนี้ อาจจะบอกลาจากแมนเชสเตอร์เพื่อไปหาโอกาสใหม่ ๆ ในต่างประเทศมากกว่าที่จะต้องอดทนรออีกสองปีเพื่อโอกาสไปคว้าแชมป์สูงสุดของทวีปยุโรปอีกครั้งนึง

ถือว่าเป็นโชคดีที่พวกเขาสามารถรอดตัวไปจากสถานการณ์ที่น่าจะเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เปลี่ยนเจ้าของเป็นกลุ่มซิตี้ฟุตบอลคลับ และทำให้พวกเขายังสามารถโลดแล่นไปต่อในฟุตบอลยุโรปอย่างที่พวกเขาหมายมั่นปั้นมือจะเป็นแชมป์ยูฟ่าให้ได้สักครั้งนึง เพราะถ้าพวกเขาโดนลงโทษจริง ๆ เราอาจจะเห็นความเสียหายของทีมแชมป์อังกฤษ 3 สมัยอย่างที่เราไม่เคยคาดมาก่อนเลยทีเดียว

post

โอกาสที่โซลชาได้รับจากปีศาจแดงและการตอบแทนจากทายาทอสูร

หากพูดถึงผู้เล่นในตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงเป็นต้องเป็นยุคปี 90 อย่างเช่นเดวิด เบ็คแฮม แกรี่และฟิล เนวิลล์ หรือพอล สโคลส์กับไรอัน กิ๊กส์ แต่สุดท้ายแแล้วคนที่มีโอกาสได้คุมทีมปีศาจแดงกลับมีเพียงไรอัน กิ๊กส์และโอเล กุนนาร์ โซลชาเท่านั้น โดยชื่อของโซลชาถือเป็นตำนานอีกคนหนึ่งและคนที่ยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศในรายการยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก จนทำให้ทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันสามารถคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ได้เป็นครั้งแรกในช่วงที่เขาคุมทีมนั่นเอง ซึ่งโซลชาถือเป็นคนสำคัญที่ทำให้ทีมผีแดงดูมีอนาคตขึ้นมาอีกครั้งและถือว่าได้รับโอกาสมากกว่าผู้จัดการทีมคนก่อน ๆ ทั้งการซื้อขายนักเตะและคำปกป้องจากเหล่าตำนานปีศาจแดงด้วยกัน

การซื้อขายในสมัยของโซลชาที่ต่างกับยุคโชเซ่ มูรินโญ่

แม้ว่าสมัยของโชเซ่ มูรินโญ่จะสามารถซื้อตัวนักเตะค่าตัวแพงอย่างโรเมโอ ลูกากูหรืออเล็กซิส ชานเชส แต่ทว่านั่นคือเรื่องในสองฤดูกาลแรก เพราะในฤดูกาลที่สามเขากับแฟนบอลมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกันมากจนในที่สุด มูรินโญ่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารอย่างเต็มตัว จนทำให้เขาไม่ได้ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังคนใหม่ในฤดูกาลสุดท้ายของเขา ก่อนที่มูรินโญ่จะต้องออกจากทีมไปในช่วงกลางฤดูกาลเท่านั้น

คนที่มาแทนมูรินโญ่ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นอดีตตำนานกองหน้าของทีมอย่างโอเล กุนนาร์ โซลชานั่นเอง และเขาก็ทำผลงานได้ดีตั้งแต่ปีแรก จนได้รับความสนับสนุนจากผู้บริหารจนสามารถคว้านักเตะอย่างเดเนียล เจมส์ และกองหลังที่เป็นเป้าหมายตั้งแต่สมัยของมูรินโญ่อย่างแฮร์รี่ แมกไกวร์จากสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้เข้าสู่ทีมในที่สุด ก่อนที่ทีเด็ดประจำฤดูกาลนี้อย่างบรูโน่ เฟอร์นานเดสจะถูกซื้อมาในช่วงตลาดซื้อขายฤดูหนาวช่วงเดือนมกราคมนั่นเอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาได้รับการสนับสนุนจากสโมสรเต็มที่ แม้ว่าบางช่วงที่ทีมของเขามีผลงานไม่ดีอยู่เหมือนสมัยโค้ชคนก่อน ๆ

คำปกป้องจากเหล่าตำนานปีศาจ 

ด้วยความเป็นตำนานของทีมทำให้มีคนเกรงใจผู้จัดการหน้าเด็กคนนี้มากกว่าผู้จัดการคนอื่นที่ในสายตาแฟนบอลถือว่าเป็นคนนอกไม่ได้มีดีเอนเอปีศาจแบบเขา หลายต่อหลายครั้งที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำผลงานได้ไม่ดี คำวิจารณ์จากเหล่าตำนานส่วนใหญ่มักจะลงไปที่ตัวนักเตะเสียมากกว่าจะเป็นตัวของโซลชาเอง ไม่ว่าจะเป็นแกรี่ เนวิลล์หรือรอย คีน ที่เป็นนักวิจารณ์ปากกล้าก็ไม่ได้พูดทิ่มแทงในตัวกุนซือคนนี้เท่าไหร่นัก หรือแม้แต่บอกให้แฟนบอลใจเย็นเพื่อให้โอกาสเขาในการคุมทีม ซึ่งคำพูดเหล่านี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลยในสมัยเดวิด มอยส์ ซึ่งเป็นคนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเป็นคนเลือกเองกับมือด้วยซ้ำ

จากการปกป้องและการสนับสนุนเหล่านั้นทำให้เขากลายเป็นคนที่ทำให้ทีมปีศาจแดงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และทำผลงานได้ดีขึ้นในฤดูกาล 2019/2020 อย่างที่แฟน ๆ ไม่เคยรู้สึกมานานแล้ว รวมถึงวิธีการทำทีมที่คล้ายกับอาจารย์เฟอร์กี้ของเขาที่ใช้เด็กเยาวชนของทีมมาผสมกับนักเตะรุ่นใหญ่ของทีมจนเป็นสูตรสำเร็จให้ความแชมป์รายการต่างๆ มากมาย และทุกคนก็ยังคงหวังว่าโซลชาอาจจะเป็นผู้สืบทอดทายาทปีศาจ และตอบแทนในสิ่งที่หลายต่อหลายคนสนับสนุนเขานับตั้งแต่แรกวันแรกนั่นเอง