post

ลีโอเนล เมสซี่ ความกดดันที่ไม่อาจข้ามผ่านในนามทีมชาติ

ขึ้นชื่อนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกในปัจจุบัน คนก็มักจะพูดถึงอยู่สองชื่อด้วยกัน นั่นก็คือคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และลีโอเนล เมสซี่ แต่ในรายแรกเขาคือคนที่ประสบความสำเร็จทั้งในนามสโมสรได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกจากทั้งทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริด ส่วนในนามทีมชาติโปรตุเกสเขาก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลแห่งชาติยุโรปไปอย่างพลิกล็อก ด้วยการเอาชนะทีมชาติฝรั่งเศสในรอบชิงชนะเลิศไปได้ ส่วนทางด้านเมสซี่เขาค้าแข้งกับทีมบาร์เซโลน่าเพียงทีมเดียวเท่านั้น และเขาสามารถคว้าแชมป์ทุกอย่างที่แชมป์สโมสรสามารถเข้าแข่งขันได้ ซึ่งดูเหมือนจะเทียบเท่ากับโรนัลโด้ เพียงแต่ว่าในนามทีมชาติเขากลับตกเป็นพระรองแทบเสียทุกครั้งไป จนคำโจมตีตกมาถึงเมสซี่ว่าเขาไม่มีสภาพจิตใจที่ดีพอกับทีม หรือเพราะสโมสรที่เขาค้าแข้งอยู่เต็มไปด้วยคนเก่งจนเขาไม่จำเป็นต้องแบกภาระใด ๆ ในการแข่งขัน

ทีมชาติที่ไม่มีคนเก่งเท่าบาร์เซโลน่าจริงหรือ

นักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าคงไม่ใช่นักเตะระดับกลางแน่นอน เพราะนักเตะส่วนใหญ่ก็ค้าแข้งอยู่ในทีมระดับสูงในลีกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเซอร์จิโอ้ กุน อเกวโร่ หรือเปาโล ติบาล่า ที่เป็นนักเตะสำคัญในสโมสรของพวกเขา แต่ปัญหาสำคัญที่เห็นได้จากผลงานการเล่นของทีมชาติฟ้าขาวก็คือพวกเขาไม่มีความเป็นทีมเลยนั่นเอง แผนการเล่นที่ดูไม่เข้าขากัน และการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมบ่อย ๆ ยิ่งทำให้เห็นว่าทีมอาร์เจนติน่าไม่มีเสถียรภาพในการเล่นเอาเสียเลย จนสุดท้ายพวกเขาที่มีโอกาสได้เข้าไปชิงชนะเลิศในทุกทัวร์นาเมนต์กลับมีช่องโหว่ให้พลาดโอกาสคว้าชัยไปอย่างน่าเจ็บใจไม่ว่าจะเป็นการพ่ายแพ้ต่อเยอรมันในรายการฟุตบอลโลก หรือทัวร์นาเมนต์โคปาอเมริกาที่พวกเขาแพ้ในนัดชิงชนะเลิศมาสองครั้งในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

สภาพจิตใจของเมสซี่ในยามรับใช้ทีมชาติ

จากที่ผลงานที่ไม่เป็นที่น่าพอใจในฐานะนักเตะที่คว้าแชมป์กับสโมสรมากมาย ยิ่งทำให้เวลาลีโอเนล เมสซี่ลงสนามในเสื้อสีฟ้าขาวเขามักจะทำผลงานได้ไม่ดีเสมอ อาจจะด้วยความกดดันที่มีทำให้เขาต้องฝืนเล่นในบางจังหวะ ต้องไปยืนตรงกลางสนามแทนที่จะเป็นริมเส้นสักฝั่งหนึ่งเพื่อขึ้นเกมให้กับทีม ซึ่งบางครั้งมันก็เป็นเรื่องที่มากเกินไปสำหรับนักเตะที่มีหน้าที่เป็นกองหน้าของทีม และจากการพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศหลายครั้งก็ทำให้ครั้งหนึ่งเขาเคยประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนติน่ามาแล้ว จากการผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเป็นเครื่องบอกได้ดีเลยว่าสภาพจิตใจของเขาไม่พร้อมสำหรับความผิดหวังในทีมชาติอีกต่อไป แม้ในภายหลังเขายังตัดสินใจกลับคำและลงเล่นให้กับทีมชาติอีกครั้งนึงจนถึงปัจจุบัน

แม้ว่าเมสซี่จะเป็นนักเตะที่มีความสามารถแบบไม่ต้องสงสัย แต่ทว่ารอยด่างในอาชีพของเขายังคงเป็นเรื่องความสำเร็จกับประเทศบ้านเกิดนั่นเอง ส่วนแฟน ๆ ของเมสซี่ก็คงจะต้องลุ้นผ่านทัวร์นาเมนต์โคปาอเมริกาที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2021 แทนจะเป็นฟุตบอลโลกที่อาจจะต้องรอไปอีก และคงได้แต่หวังว่ายอดกองหน้าจากอาร์เจนติน่าจะสามารถลบฝันร้ายของเขาและประสบความสำเร็จกับอินทรีย์ฟ้าขาวสักครั้งก่อนจบอาชีพของเขาในอนาคต

post

ทีมชาติอังกฤษกับฝันที่เลือนลางในฟุตบอลระดับชาติ

ถ้าถามว่าแฟนฟุตบอลมักจะรู้จักลีกใดเป็นลีกแรกในชีวิต ส่วนใหญ่คำตอบก็น่าจะเป็นพรีเมียร์ลีกทั้งนั้น แต่ถ้าถามว่าคิดว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ฟุตบอลคำตอบกลับต่างออกไปโดยเรื่องที่น่าแปลกใจคือคนมักจะไม่เลือกทีมชาติอังกฤษกันเลย โดยพวกเขามักจะเป็นได้แค่เต็ง 5 เต็ง 6 ในการแข่งขันเสียด้วยซ้ำ โดยเหตุผลก็เป็นเพราะแม้ว่าพรีเมียร์ลีกจะสนุก ตื่นเต้น เร้าใจก็ตาม แต่นักเตะส่วนใหญ่กลับเป็นนักเตะต่างชาติที่เข้ามาค้าแข้งบนเกาะแห่งนี้ และโอกาสของนักเตะท้องถิ่นกลับลดน้อยลงเรื่อย ๆ รวมถึงการเลือกโค้ชของทีมที่ไม่มีความเข้าใจต่อตัวนักเตะจนทำให้พวกเขาได้แค่ท่าดีทีเหลวในทัวร์นาเมนต์สำคัญเสมอ

โค้ชที่ดีแต่เป็นคนที่ไม่ใช่

หากไล่ชื่อของผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เราก็จะเจอชื่อของฟาบิโอ คาเปลโล่ยอดกุนซือชาวอิตาเลี่ยน ที่น่าจะเป็นคนที่มีชื่อชั้นที่ดีที่สุดในรอบหลายปีของทีมชาติอังกฤษ แต่เขาก็ไม่สามารถพาทีมไปถึงฝันได้ เพราะเขาทำได้แค่เพียงพาทีมชาติอังกฤษไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป โดยพ่ายแพ้ต่อทีมชาติอิตาลีไป ส่วนในฟุตบอลโลกเขาก็ทำได้เพียงเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากที่ต้องแพ้ต่อทีมชาติเยอรมันไป ทำให้ผลงานของคาเปลโล่ไม่ได้เป็นที่น่าพอใจของสมาคมฟุตบอล และตัวเขาเองก็รีไทร์จากการเป็นผู้จัดการทีมในปี 2012

ส่วนอีกคนที่ชื่อชั้นอาจจะไม่ดีเท่าคาเปลโล่ แต่เป็นที่เคารพของแฟนบอลก็คือรอย ฮอดจ์สัน ที่เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมต่อจากสจ๊วต เพียร์ซ ที่มารักษาการทีมชาติอังกฤษอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ทางปู่รอยกลับไม่สามารถพาทีมชนะในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกได้เลย และทำคะแนนได้เพียงแต้มเดียวจากการแข่งขัน 3 นัด จนเป็นสถิติที่แย่ที่สุดของทีมนับตั้งแต่มีฟุตบอลโลกมาเลยทีเดียว

โอกาสของนักเตะท้องถิ่นอันน้อยนิด

เพราะการแข่งขันสูงในพรีเมียร์ลีกทำให้แต่ละทีมต้องซื้อตัวนักเตะต่างชาติเข้ามาเพื่อให้ทีมสามารถทำอันดับได้สูงที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ รวมถึงเพื่อไม่ให้ทีมต้องตกชั้นลงไปลีกรองที่ทำให้ต้องสูญเสียเงินมูลค่ามหาศาลนับร้อยล้านปอนด์ ที่ทำให้ทุกทีมต้องขับเคี่ยวสู้กันจนทำให้ลีกนี้มีแฟนบอลไปทั่วโลกนั่นเอง แต่ในด้านดีก็มีด้านเสีย เพราะทุกทีมต่างต้องการความสำเร็จในเวลาอันสั้น ทำให้พวกเขาไม่ได้ให้โอกาสนักเตะเยาวชนหรือนักเตะท้องถิ่นที่อาจจะไม่ได้มีทักษะที่ดีเท่านักเตะจากต่างชาติ แม้ว่าทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษจะมีกฎผู้เล่นท้องถิ่นที่ต้องอยู่ในทีมเกิน 8 คน แต่ทว่าในกฎนี้ก็รวมเยาวชนที่เป็นผู้เล่นต่างชาติอยู่ด้วย ทำให้บางครั้งเราจึงไม่เห็นนักเตะสัญชาติอังกฤษอยู่ในทีมฟุตบอลจากอังกฤษเลยเช่นกัน และการนักเตะอังกฤษไม่ค่อยได้รับโอกาสโดยเฉพาะกับทีมใหญ่ ทำให้นักเตะทีมชาติอังกฤษก็มีคุณภาพลดลงไปด้วย จนเมื่อพวกเขาต้องแข่งขันในนามทีมชาติพวกเขาเลยกลายเป็นทีมระดับกลางใกล้เคียงกับทีมระดับกลางในพรีเมียร์ลีกนั่นเอง

แม้ว่าฝันของแฟนบอลอังกฤษอาจจะยังมีหวังเมื่อทีมชาติในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อยที่ฟอร์มกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ และนักเตะสโมสรชั้นนำของลีกเริ่มกลับมาเป็นนักเตะท้องถิ่นบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเพราะการพัฒนาศูนย์เยาวชนของตัวเองหรือการถูกแบนการซื้อขายของทีมเชลซีที่จำเป็นต้องปั้นนักเตะท้องถิ่นขึ้นมาจนทีมมีความแข็งแกร่งในปัจจุบัน นั่นก็ทำให้ทีมของเกเร็ต เซาท์เกตอาจจะไปถึงฝันที่รอคอยมานานของพวกเขาอีกครั้งหนึ่งในที่สุด