post

เกมแพ้แต่ชนะใจ อุรุกวัยประทับใจฟอร์มเจ้า “เจ” ถึงขนาดขอเสื้อ

ขอเก็บตกจากเกมการแข่งขันฟุตบอล ไชน่า คัพ 2019 รอบชิงชนะเลิศที่ผ่านมา เอาเป็นว่าเป็นเรื่องควันหลงจากเกมก็แล้ว แม้ตัวเกมการแข่งขันเราจะพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติอุรุกวัยไปอย่างหมดรูปถึง 4 ประตูต่อ 0 ก็ตาม แต่เบื้องหลังสนาม ภายหลังจากจบเกมมีอะไรน่านำมาเล่าไม่น้อย ก็เพราะเจ้า “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ โชว์ฟอร์มการเล่นได้เข้าตาทางอุรุกวัย ถึงขนาดจบเกมกลับเข้าห้องพักนักกีฬาแล้ว ทางอุรุกวัยยังเดินมาขอเสื้อเจ้าเจไปเป็นที่ระลึกด้วย

ถึงแพ้ก็ไม่น่าเกลียดเพราะสู้เต็มที่แล้ว

การที่ทีมชาติไทย เข้าไปพบกับ ทีมชาติอุรุกวัยนั้น รูปเกมการก่อนการแข่งขันก็แทบจะไม่มีหวังอะไรมากอยู่แล้ว ราคาต่อรองในเว็บพนันกีฬาออนไลน์อย่าง VWIN ก็ปล่อยราคาให้ไทยเป็นรองหลายขุม แทบไม่มีใครคิดอยู่แล้วว่าไทยจะโค่นอุรุกวัยได้ เพราะทีมชาติอุรุกวัยนั้นเป็นทีมที่แข็งเป็นอันดับ 7 ของโลกทีเดียว แม้จะเป็นรองแค่ไหนก็ตาม แต่ทีมช้างศึกก็ขอสู้อย่างเต็มที่เต็มกำลัง ผลของเกมออกมา ช้างศึกโดนยิงไป 4 ประตูพ่ายไปตามคาด หากจะมองว่ามาถึงระดับนี้ได้ก็ถือว่าไม่น่าเกลียดแล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้น มีนักเตะไทยหลายคนโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดีในแต่ละนัด โดยเฉพาะชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ในนัดที่พบกับจีนชนาธิป ช่วยยิงประตูชัยให้กับทีม เอาชนะจีนไปได้ 1 – 0 ด้วยฟอร์มการเล่นที่พลิ้วไหวและขยันทำให้ไปเข้าตาทีมฟุตบอลที่มาร่วมแข่งด้วยในรายการนี้หลายทีม แต่ที่แน่นอนก็คือ ฟอร์มการเล่นเจ้าเจโดนใจสมาคมฟุตบอลอุรุกวัยไปเต็ม ๆ แน่นอน

ประทับใจจนต้องมาขอเสื้อด้วยตัวเอง

หลังเกมทีมช้างศึกพบทีมชาติอุรุกวัย พอเจ้าเจ ชนาธิปเข้าห้องพักนักกีฬาไป ตัวแทนจากสมาคมฟุตบอลอุรุกวัย 2 คนได้เข้ามาขอพบเจ้าเจ ชนาธิป เป็นการส่วนตัว และได้กล่าวขอเสื้อที่เจ้าเจใส่ลงแข่งไปเก็บไว้ เจ้าเจถึงกับดีใจและประทับใจ 2 ตัวแทนจากสมาคมฟุตบอลอุรุกวัยเช่นกัน จึงมอบเสื้อให้ไป ทั้ง 3 คนได้พูดกันอีกเล็กน้อย 2 ตัวแทนจากสมาคมฟุตบอลอุรุกวัยได้กล่าวชมเชยฟอร์มการเล่นของเจ้าเจ และได้กล่าวคำว่า “You can play in Europe” ซึ่งหมายความว่าเป็นการชวนให้เจ้าเจ ชนาธิปน่าจะไปเปิดตัวเล่นในยุโรป เพราะฟอร์มการเล่นนั้นไปได้ถึงระดับสากลทีเดียว หลังจากนั้น ทั้ง 3 คนก็ถ่ายรูปกัน อย่างไรก็ดี หลังจากเหตุการณ์นั้นชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็ได้เปิดใจว่า ส่วนตัวเขารู้สึกดีใจมากที่เหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้น แต่ใจจริงลึก ๆ แล้ว เขาก็ยังรู้สึกดีใจไม่เต็มร้อย เพราะเขาอยากให้ทางสมาคมฟุตบอลอุรุกวัยประทับใจฟอร์มการเล่นของทีมช้างศึกทั้งทีมมากกว่า

เรียกว่าถึงจุดนี้ก็เป็นเรื่องน่าดีใจแล้วสำหรับคนไทย ที่มีนักเตะมากความสามารถจนสร้างความประทับใจให้ทีมใหญ่ ๆ ต้องหันมามองได้ แค่นี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว สำหรับโปรแกรมถัดไปของทีมช้างศึกไทย ก็จะมีศึกฟุตบอลชิงถ้วย พระราชทาน คิงส์คัพ 2019 ที่จะเริ่มลงสนามกันในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ แฟนบอลทีมชาติไทย อย่าลืมไปร่วมเชียร์ทีมช้างศึกกันด้วย

post

วัฒนธรรมการเตะฟุตบอลของเด็กไทย

ฟุตบอลเป็นหนึ่งในกีฬาที่ถูกมองว่าควรให้แต่ผู้ชายเล่น แต่อันที่จริงแล้วเล่นได้ทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นการผสมผสานกีฬา ทั้งจ๊อกกิ้ง วิ่งสปรินท์เร็ว ๆ กระโดด เบียดแย่งบอล เตะบอลให้ตรงเป้า หรือเตะบอลให้มันแรง ๆ สรุปคือ รวมทั้งวิ่ง แอโรบิค และเตะลูกหนัง เข้าไว้ด้วยกัน และการที่เด็กคนหนึ่งจะมีแรงบันดาลใจมีแรงกระตุ้นในการลงสนาม ส่วนใหญ่นั้นเป็นเพราะพวกเขามีนักเตะในดวงใจ สมัย 10 กว่าปีก่อน ก็เป็นเดวิด เบ็คแฮม, ไมเคิล โอเว่น, ไรอัน กิกส์, พอล สโคลส์, สตีเวน เจอราร์ด เป็นต้น เรียกได้ว่า ถ้าปลื้มใครสักคน จะเลือกตำแหน่งและสไตล์การเล่นเลียนแบบนักเตะคนนั้นไปเลย และที่นิยมมากคือตำแหน่งปีกขวาที่เด็ก ๆ สมัยนั้นจะเลียนแบบเบ็คแฮม เห็นได้ประจำเลยตอนคัดบอลโรงเรียน และต่อมาก็จะเห็นร่างทรงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซะเยอะ เยอะมากจริง ๆ แบบไปสนามไหน ส่วนใหญ่จะเห็นตัวก๊อปปี้โรนัลโด้แทบทั้งนั้น และสไตล์บอลที่เด็กไทยส่วนใหญ่ชื่นชอบ และเล่นกันเป็นกิจวัตร คือ เล่นแบบบอลอังกฤษ โดยการต่อบอลเร็ว ๆ เล่นเกมส์เร็ว เป็นเหตุเป็นผล ถ้าพวกเล่นช้า ๆ จ่ายแม่น ๆ ไปลงสนามเล่นด้วย จะคล้ายกับไม่เข้าพวก หรือถูกว่าส่งช้า แต่คนเก่ง ๆ เล่นฉลาดก็มี ถ้าเก่งเลย ก็ถูกยกให้เป็นดาราประจำทีมและเป็นที่นิยมนับถือในหมู่เพื่อน ๆ เป็นต้น

การแข่งขันฟุตบอลสนามใหญ่ หรือว่าบอล 7 คนของเด็กไทย ส่วนใหญ่ถ้าจัดแข่งแบบทางการจะให้แข่งตอนกลางวัน กลางแดดเปรี้ยง ๆ ร้อน ๆ แต่ตอนซ้อมจะซ้อมกันช่วงเย็น (ทีมเก่ง ๆ เขาคงซ้อมกันตอนแดดจัดนั่นแหละ แต่ส่วนใหญ่ตามภูธร กลางวันเรียน เย็นมาก็ซ้อมบอล) ซึ่งอากาศต่างกันลิบลับ ทางที่ดีแข่งควรแข่งเวลาเย็นดีกว่าจะได้สะดวกคนดูคนเชียร์ด้วย แต่นักบอลส่วนใหญ่ก็ถึกทนกันจริง ๆ เล่นกันกลางแดด ไม่ค่อยเห็นใครเป็นลมแดดสักเท่าไร และอีกอย่างหนึ่ง ตามภูธรบางแห่ง บอลโรงเรียนคัดเด็กก็คัดเอาแต่ที่เขาเก่งแล้ว ไม่มีการฝึกซ้อม เก่งตั้งแต่ก่อนมาเข้าโรงเรียน พอจะมีแข่ง ก็คัดตัวล่วงหน้า 1 เดือน ซึ่งที่เล่ามาเป็นเรื่องราวเมื่อประมาณ 14 ปีที่แล้ว สมัยนี้เห็นครูรุ่นใหม่ไฟแรง ที่เป็นนักบอลเก่าตั้งแต่สมัยก่อน มาสอนเด็ก มาทำทีม วางแผนการเล่น หล่อเลี้ยงนักบอลวัยเยาว์กันเป็นล่ำเป็นสัน ดูแล้วน่านับถืออย่างมาก

จริง ๆ ผู้หญิงก็น่าเตะบอลเหมือนกัน แต่ถ้าเตะกับเด็กผู้ชาย กลัวจะมีเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากลบางอย่างเกิดขึ้น เพราะเป็นกีฬาที่ถึงเนื้อถึงตัว พ่อแม่ก็เป็นห่วง นอกจากการสไลด์ เตะตัดขา ดักขา เตะบอลอัดแล้ว จะปล่อยเล่นกับเด็กหนุ่ม ๆ ก็ไม่น่าไว้ใจ แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม เพราะสมัยนี้ฟุตบอลหญิงเริ่มมีบทบาทมากขึ้น หลาย ๆ สโมสรมีชื่อเสียงในยุโรปได้ตั้งทีมหญิงขึ้นมา มีการลงทุน การแข่งขันระบบลีก คล้ายกับการแข่งฟุตบอลชายมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นถ้าเราสนับสนุนฟุตบอลหญิงเสียแต่เนิ่น ๆ อาจได้เห็นทีมฟุตบอลหญิงไทยที่เก่งเหมือนทีมวอลเล่ย์หญิงเหมือนกัน (จริง ๆ ถ้าไปเตะเล่นกับพวกเด็กผู้ชายที่สนาม จะรู้ว่าประเทศไทยมีคนเตะบอลเก่งเยอะนะ และเป็นประเทศที่นิยมฟุตบอลมาก ๆ แต่พอแข่งจริงยังตามหลังประเทศอื่นอยู่) ดังนั้น ส่งเสริมบุตรหลานเตะบอลกันเถอะครับ

 

เชื่อ “เจ” ไม่ลดขั้นฝีเท้า ลั่นเรื่อง”เลิก”เมย์สนั่นทั่วกรุงเป็นเรื่องแค่”สอง-คน


เมื่อไม่นานมานี้เราได้เห็นข่าวเกี่ยวกับ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ซุปเปอร์ สตาร์เมืองไทยที่ได้ไปโด่งดังกับทีมซัปโปโรอยู่ในเวลานี้ หลังจาก เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร แฟนสาวสุดสวยออกมาลั่นร้องไห้ที่ต้องเลิกกัน เพราะเรื่องบางเรื่องที่บางสำนักข่าวนั้นออกมากล่าวว่า “แม่เจ” ไม่ปลื้มนักแสดงสาวรายนี้ แต่นั้นเราคงไม่ไปลวงล้ำครอบครัวของเขา เพราะบางครั้งเราไม่ได้เห็นและอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว บางสำนักข่าวได้ออกมาบอกว่าการที่ทั้งสองได้เลิกกันนั้น เพราะพ่อเจต้องการให้เจเล่นบอลแล้วใช้เวลาอีกสองปี เพื่อที่จะสร้างอนาคต เมื่อครบสองปีเมื่อไหร่ พ่อเจลั่นเองว่าเปิดทางให้เจ ชนาธิป ไปขอนักแสดงดังกล่าว และไม่ได้กีดกั้นอย่างที่เป็นข่าว

อย่างไรก็ตาม  เมื่อแหล่งข่าวระบุชัดเจนว่าความรักครั้งนี้นั้นได้แตกสลายลงไปแล้ว แต่เชื่อว่านักฟุตบอลอาชีพอย่างเจ ที่ประสบความสำเร็จมาหลากหลายรายการอย่างนับไม่ถ้วน ทั้งเอสซีจี เมืองทอง และ บีอีซี เทโรศาสน ซึ่งเป็นทีมที่ปั้นนักเตะรายนี้จนโด่งดัง กระทั่งเข้ามาเล่นให้กับทีมเอสซีจี  เมืองทองธานี สุดท้ายโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้ทีมอย่างซัปโปโร ทีมในเจลีกของญี่ปุ่นได้คว้าไปร่วมทีมได้อย่างเสร็จสับเมื่อช่วงซีซั่นที่ผ่านมาและเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลซัปโปโรอยู่ในเวลานี้

เส้นทางความรักของทั้งสองฝ่ายนั้นเริ่มต้นเมื่อปี 2558 หรือเมื่อสามปีที่แล้ว หลังทั้งคู่ได้เปิดตัวในรายการหนึ่ง และทั้งคู่ก็ได้เป็นแฟนกัน และเป็นที่ติดตามของแฟนบอลทั้งหลาย แต่อย่างไรก็ตามแม้ทั้งสองคนนั้นจะเลิกหรากันแล้ว เชื่อว่าเมสซีเจเองคงจะมีสมาธิในการแข่งขันรายการฟุตบอลทั้งลีกอาชีพที่ญี่ปุ่น และการลงเล่นให้กับทีมชาติไทยอย่างแน่นอน   ไม่ได้มีผลเสีย ต่อผลงานในการแข่งขันฟุตบอลอาชีพในเจลีก

ซึ่งทางด้านนายก้องภพ สรงกระสินธ์ ผู้เป็นพ่อของเมสซี่เจ ออกมากล่าวต่อสื่อหลายฉบับว่า ความรักครั้งนี้ไม่ส่งผลต่อการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของเขา แม้จะมีการกระทบทางด้านจิตใจบ้าง เมื่อรักของทั้งสองอยู่ในช่วงที่แตกร้าวเวลานี้

ทั้งแฟนชาวไทยและแฟนบอลซัปโปโร เมื่อได้ยินได้รู้แบบนี้ ก็คงจะอุ่นใจขึ้น ว่าคงจะได้เห็นนักบอลตัวเล็กรายนี้ ระเบิดฟอร์มเก่งได้เหมือนเดิม เราคงต้องดูและวิเคราะห์กันต่อไปหลังจากนี้ ว่าแข้งสุดยอดแห่งสยามประเทศรายนี้จะแผ่วตามข่าวหรือไหม แต่เชื่อว่าหลายเสียงที่ออกมาวิจารณ์ น่าจะไม่กระทบต่อฝีเท้าของนักเตะรายนี้ได้อย่างแน่นอน