post

การเสียบแบบ Sliding Tackle คืออะไร ?

ในกีฬาฟุตบอลนั้น มักจะมีหลายสิ่งที่แฟนบอล หรือเม้แต่ผู้คนที่เป็นคอบอล นักเตะ และผู้มีใจรักในกีฬาทุกคนนั้นหลงลืม หรือจะเรียกว่ามองข้ามไปก็ได้ ยกตัวอย่าง เช่น การลืมไปว่านายประตูมีความสำคัญขนาดไหนต่อเกมการแข่งขัน เพียงเพราะว่าอยู่ด้านหลังสุด และไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ๆ รวมทั้งกองหลัง หรือเกมรับที่แม้ว่าไม่เท่ แต่ก็มีความสำคัญเสียสละอย่างมากต่อทีมโดยรวม และที่จริงกองหลัง แม้จะไม่ได้ ตีลังกายิง หรือโชว์ทักษะสุดยอดในการเลี้ยงบอลบ่อย ๆ แต่ก็มีความเท่ห์ไม่หยอกในตัวเอง และสิ่งที่เท่ห์ที่สุดของกองหลังคงหนีไม่พ้น การเสียบสกัดแบบ Slide Tackle แต่ทักษะที่ว่านี้คืออะไร และจะทำได้อย่างไรบ้าง เราไปดูกัน

การ Slide Tackle คืออะไรกันแน่

แม้จะเคยเห็นในทีวีบ่อย แต่ความหมาย ก็คือการ Tackle หรือการเข้าปะทะรูปแบบหนึ่งในเกมฟุตบอล โดยการใช้ขายืดออกไปเพื่อจะดันหรือเตะบอล หรือบางทีแม้แต่จะเพียงแค่หยุดบอล จากการควบคุมบอลของอีกฝ่ายหนึ่ง บ่อยครั้งการสกัดแบบนี้เรียกว่า Sliding ด้วย ก็เพราะว่า เมื่อมีการวิ่งไล่หรือกวดบอลแข่งกันระหว่างกองหลัง และกองหน้าทีมตรงข้าม กองหลังส่วนมากจะต้องใช้การนอนล้มตัวและไหลไปด้วยแรงดัน เพื่อส่งให้ตัวเอง กับขาที่ยื่นออก ไม่ว่าข้างเดียวหรือสองข้างนั้น ไปถึงตัวผู้ครองบอลถึง โดยที่ไม่ต้องแซงไปดักหน้านั่นเอง ซึ่งจะทำให้มีประสิทธิภาพกว่าในการสกัด หรือป้องกันวินาทีสุดท้ายด้วย

แล้วถ้าอย่างนั้นเราจะหัด Slide Tackle ได้อย่างไรบ้าง

อย่างแรกสุดที่ต้องคำนึงถึงก็คือ ต้องคิดก่อนว่า การเสียบสไลด์นั้นมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บของตัวเอง ที่เกิดจากการหล่นทับหรือผิดพลาด และการบาดเจ็บของคนเลี้ยงบอลหากกะจังหวะผิด นอกจากนั้นการสไลด์เสียบ ควรจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายเลยที่กองหลังจะเลือก เพราะเมื่อพลาดขึ้นมาโอกาสเสียประตูมีสูง ในสถานการณ์ปกตินั้นการยืนสกัดหรือเข้าปะทะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย และดีกว่าเสมอ

ถ้าพร้อมจะ Slide Tackle แล้วสิ่งที่ต้องทำคือ

สิ่งแรกกะจังหวะให้ดี เคล็ดลับคือเมื่อกองหน้าเลี้ยงบอลอยู่ในจังหวะกระชาก หรือแตะบอลไปข้างหน้า แล้วกำลังจะตามไปเลี้ยง นั่นแหละคือช่วงที่ดีที่สุดที่จะสไลด์ไป เพราะมีโอกาสสูงกว่าระหว่างคนที่แยกกับบอลอยู่ นอกจากนั้นจำไว้ว่า ถ้าขาข้างไหนถนัดให้ใช้ข้างนั้น เพื่อให้ไปถึงเร็วที่สุด นอกจากนั้นให้อีกข้างหุบและงอไว้ข้างหลังเพื่อสมดุล อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การมองบอลตลอดเวลาไม่ใช่คน และสุดท้ายความนิ่งคือสิ่งสำคัญที่สุด นักเตะที่นิ่งจะทำให้ทุกอย่างช้าลงและผิดพลาดน้อยที่สุด   ตอนนี้ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญให้ทุกคนลองเล่นกองหลังและลอง Slide Tackle กันไปเลย

 

post

มารู้จักตำแหน่งที่เรียกว่ากองกลาง Box To Box กัน ?

ในการเล่นฟุตบอลนั้น ตำแหน่งที่มีความซับซ้อน และหลากหลายที่สุดในสนาม คงจะเป็นตำแหน่งอื่นใดไปไม่ได้ นอกจาก กองกลาง เพราะว่ามีทั้งกองกลางที่เป็น ตัวรุก ตัวรับ และเป็นทั้งตรงกลางสนามและด้านข้าง มีทั้งกองกลาง Play Maker และมีทั้ง Destroyer นี่ทำให้ฟุตบอลมีความลึกซึ้ง มีความซับซ้อนแต่ก็มีเสน่ห์สามารถดึง เอารายละเอียดของการเล่นเหล่านี้ ออกมาทำเป็นแทคติกที่หลากหลายแต่ก็น่าสนใจ และหนึ่งในตำแหน่งกองกลางที่มากมายนี้ ตำแหน่งหนึ่งที่แทบจะไม่มีคนพูดถึง หรือแฟนบอลคนไทยแทบจะไม่รู้จักก็คือ กองกลาง Box To Box นั่นเอง วันนี้เราจะได้ไปดูกันว่าตำแหน่งนี้คืออะไรและเล่นอย่างไร

ชื่อของ Box To Box มาจากไหน

ก่อนอื่นชื่อนี้แปลเป็นภาษาไทยตามตัวว่า จากกรอบเขตโทษหนึ่ง ไปถึง อีกกรอบเขตโทษหนึ่ง เพราะว่า Box แปลว่ากรอบเขตโทษในเกมฟุตบอล พูดแบบนี้แล้วหลายคนน่าจะพอเดาออกแล้วว่า ทำไมกองกลางตำแหน่งนี้ถึงได้ชื่อนี้ คำตอบคือ นักเตะคนนี้จะต้องคอยวิ่งจากฝั่งตัวเองในจังหวะเกมรับ และเมื่อทีมไปบุกอีกฟาก ก็ต้องวิ่งตามไปสนับสนุนการบุกอีกเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อจะช่วยการครองบอลของทีม โดยที่มีจำนวนนักเตะพอเพียงเสมอในทุกสถานการณ์ และทุก ๆ พื้นที่ของสนามนั่นเอง และการจะไปมา ๆ แบบนี้ ก็คงจะเดาได้ว่า ต้องมีความอึดและความแข็งแกร่งด้านร่างกายไม่มากก็น้อยเลย เค้าต้องทำงานหนัก เสียสละ และไม่ยอมแพ้ นี่แหละตำแหน่งที่ว่านั่นเอง

แล้วตำแหน่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง

กองกลางตำแหน่งนี้ เป็นเหมือนกับรวมกองกลางตัวรุก-รับ และ Play Maker เข้าไว้ในคนเดียวกัน ในเกมรับเค้าต้องช่วยไล่บอล กันการส่ง และแย่งบอลกลับมาตามตำแหน่งต่าง ๆ การเข้าปะทะและการหยุดเกมก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนจากรับเป็นรุก แต่การเปลี่ยนนี้ไม่ได้หมายถึงการเป็นผู้นำ แต่เป็นคนสนับสนุนในเกมรุกมากกว่า ทำให้เค้าไปถึงกรอบเขตโทษหรือ Box อีกฝั่งช้ากว่าคนอื่น แต่ก็คอยรับบอลและเคลื่อนบอลไปทั่ว และถ้ามีจังหวะก็จ่ายบอลและยิงไกลได้ด้วย บางคนเล่นตำแหน่งนี้มีความสามารถในการทำเกมมากกว่าคนอื่น จึงดูคล้ายนักเตะหมายเลข 10 ไปโดยปริยาย  ตำแหน่งนี้มีความสำคัญ เพราะว่าความสารพัดประโยชน์ จนทำให้บางทีมใช้ นักเตะ 2 คน ทีเดียวในตำแหน่งนี้ ยืนคู่กัน เช่น เยอรมัน ในบอลโลกปี 2014  ทำให้เรานึกภาพออกว่า ตำแหน่งนี้เป็นตัวหลักของทีมที่ขาดไม่ได้ ขนาดที่ว่านึกอะไรไม่ออกก็ส่งมาที่ Box To Box ได้เลย ที่จริง ตำแหน่งนี้ โด่งดังขนาดที่ มีการยกเลิกตำแหน่ง กองกลางตัวรับ ไปเลย เพื่อเปลี่ยนมาใช้ตำแหน่งนี้แทน หลังจากที่แผน 4-3-3 ถูกใช้น้อยลง

หวังว่าความรู้ที่มากขึ้นเช่นนี้ ของตำแหน่ง Box To Box จะช่วยให้แฟน ๆ และเพื่อน ๆ หันมาพูดถึง และเล่นบอลกันด้วยการแย่งกันเป็นกองกลางตำแหน่งนี้กันมากขึ้น มั่นใจได้ว่าเกมจะสนุกขึ้นมากแน่นอน   

 

post

แผนการเล่น 3-5-2 เล่นอย่างไร  ดีอย่างไร  และจุดอ่อนคืออะไร

แผนการเล่นและแทกติคในเกมฟุตบอลยุคปัจจุบันนั้น มีความก้าวหน้าและปรับเปลี่ยนอยู่เสมอด้วย ความคิดและมันสมองที่ชาญฉลาดของโค้ชระดับโลกมากมาย ทำให้มีการคิดค้นแผนใหม่ๆ เช่น 4-2-3-4 หรือ แผน 4-2-3-1 แบบกองหน้าเป้าที่เรียกว่า False 9 หรือกองหน้าตัวหลอก และได้ใช้แพร่กันโด่งดังในช่วงนี้ แต่กระนั้น ก็มีแผนการเล่นเก่า ๆ ที่มีชื่อเสียง และมีการนิยมใช้เล่นกันอย่างมาก จนทำให้ทีมคว้าแชมป์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น 3-5-2 รวมอยู่ด้วย ดังนั้นในวันนี้คงจะเป็นเรื่องดี ที่เราจะเข้ามาดูเบื้องลึก ที่มาที่ไปของแผน 3-5-2 นี้ กันหน่อย โดยหวังว่าความรู้ที่มีในบทความนี้จะช่วยให้หลายคนชมฟุตบอลสนุกและลึกซึ้งขึ้น

แผนการเล่น 3-5-2 ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

ตามที่แฟนบอล ๆ พันธุ์แท้สามารถอ่านแผนการเล่นได้อย่างง่า ยๆ และคุ้นเคย จะทราบว่าตัวเลข 3 และ 5 และ 2 ในแผน 3-5-2 นั้นมาจาก การมีกองหลัง 3 คน กองกลาง 5 คน และกองหน้า 2 คนนั่นเอง

กองหลัง 3 คนนั้น เป็นจุดเด่น เพราะแทนที่จะเล่นระบบกองหลัง 4 คนเรียงกัน และมีกองหลังตัวกลาง 2 ตัว แต่กลับมา 3 คนยืนด้วยกันเลย และยกเลิกฟูลแบ็คด้านข้างออก นี่ทำให้ทีมดูรัดกุมขึ้น เพราะกองหลังทั้ง 3 จะมีความยืดหยุ่น มีคนเพิ่มมาเพื่อคอยช่วยซ้อนกัน และคุมพื้นที่ในกรอบเขตโทษได้อย่างมิดชิดรัดกุมขึ้นนั่นเอง

แต่เลข 5 ต่อไปนี้แหละที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะว่า แผนนี้มีตำแหน่ง วิงแบ็ค 2 ข้าง ซ้ายขวาเข้ามาเสริมแทนที่ฟูลแบ็ค โดยจะดันขึ้นไปสูงกว่าปกติ ทำหน้าที่รับและรุกได้อย่างอิสระมากขึ้น ขึ้นลงด้านข้างโดยให้อิสระขึ้นสุด แต่ลงมาไม่สุดทำให้เปิดบอลด้านข้างบ่อยขึ้นและสอดขึ้นไปยิงได้มากกว่าเดิม และสุดท้ายการมีกองหน้า 2 คนโดยอาจจะเป็นได้ทั้งหน้าคู่ 2 คน หรือ กองหน้าตัวเป้า กับ กองหน้าตัวต่ำก็ได้ ส่งผลให้มีผู้เล่นที่ประสานงานกันแดนหน้าได้ หลากหลาย มากกว่าเดิม ทำให้เกมรุก และ รับ สมดุลกันมากนั่นเอง

จุดแข็งและจุดอ่อนของแผนนี้

จุดแข็งของแผนนี้คือ สามารถปรับใช้ได้กับการเล่นหลากหลายจังหวะ ไม่ว่าจะช้าหรือ เร็ว แม้แต่แนวการเล่นที่เป็นไปตามไอเดียโค้ช และที่สำคัญนักเตะหลาย ๆ แบบ หลายๆ คุ ณสมบัติ สามารถฟิตเข้ากับแผนการเล่นนี้ได้ โดยที่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากนัก นอกจากนั้นการมีนักเตะเกือบทุกจุดของสนาม ทำให้การถ่ายเทบอลไปได้ทั่วช่วยให้ครองบอลได้ง่าย และยังยืดการเล่นด้านข้างให้กว้างมากเพื่อโจมตี

ส่วนข้อเสียของแผนนี้คือ ช่องว่าง ระหว่าง กองหลังทั้ง 3 กับวิงแบ็ค จะมีช่องโหว่ทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้เมื่อไรก็ตามที่กองหลังโดนลากให้หลุดออกจากตำแหน่งในการประกบ หรือไม่ระวังเหม่อลอย และวิงแบ็ค 2 ข้างไม่ได้ไล่ลงมาช่วย จะทำให้ด้านข้างมีที่ว่างกว้างมากกว่ามหาสมุทร และกองหน้ากับปีก ทีมฝั่งตรงข้ามเจาะได้อย่างง่ายสบายจนทำให้ จากเกมรับเหนียว ๆ เปียกยุ่ยได้ทันที

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่าแผนการเล่นที่ดีต้องอาศัยวินัยและความสามารถของนักเตะควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อจะประสบความสำเร็จได้นั่นเอง

 

post

ทำไมตำแหน่งกองกลางตัวรับถึงสำคัญมากในสนาม ?

เมื่อพูดถึงชื่อนักเตะนามว่า โคล้ด มาเคเลเล่ แล้ว ทุกวันนี้แฟนบอลจะคิดถึงอะไร ถ้าเป็นแฟนบอลที่ไม่ได้ดูบอลบ่อย หรืออาจจะเกิดหลัง 10 ปีล่าสุด ก็อาจจะถามว่าใครหว่าไม่เห็นรู้จักเลย ทีมอะไรกันแน่ ก็ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน เพราะว่าเค้าคนนี้แขวนสตั้ดไปเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้มีเห็นหน้ากันบนจอทีวีมานานแล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเป็นแฟนบอลรุ่นเก่าไม่มาก ไม่แก่เกินไปจะต้องรู้จักแน่นอน และอาจจะอุทานด้วยซ้ำว่า นี่มันนักเตะกองกลางตัวรับในตำนานนี่หน่า ทำไมถึงเรียกแบบนี้ และตำแหน่งกองกลางตัวรับ ตัวตัดเกม ที่เรียกว่าตำแหน่งมาเคเลเล่นี้ คืออะไร

ความหมายของตำแหน่งนี้

นี่เป็นหนึ่งในตำแหน่งที่เรียกและทำงานกันตามชื่อตรง ๆ เลย เพราะว่ากองกลางตัวรับ เน้นหนักไปที่การป้องกัน และการยืนตำแหน่งอยู่หน้าแผงกองหลังเป็นหลัก เพื่อทำหน้าที่เหมือนกำแพงอีกชั้นไม่ให้บอลอันตรายได้ผ่านไป และกองหน้ามาถึงกองหลังเร็วเกินไป โดยไม่มีการสกัดกั้นก่อน เค้าเลยทำหน้าที่แย่งบอล ไล่บอล ปิดตำแหน่ง และบล็อกลูกยิงลูกจ่ายทั้งหมดที่จะผ่านไปถึงเขตโทษของกองหลังได้  ดีไม่ดีบางครั้งถึงกับเป็นกองหลังตัวเสริมในบางสถานการณ์ที่ไม่รู้ตัวเลยก็ได้  และนี่คือสาเหตุที่ว่า ทำไมกองกลางตัวรับ จึงเหมือนคนปิดทองหลังพระ เป็นฮีโร่ที่ไม่มีใครกล่าวถึงในเกมฟุตบอลมากมายเพียงพอนั่นเอง แต่ตอนนี้ เราคงอยาจะรู้ต่อว่า ทำไมตำแหน่งนี้สำคัญ

ทำไมกองกลางตัวรับถึงสำคัญมาก

สาเหตุแรกก็เพราะว่า กองกลางตัวรับ ช่วยปิดช่องว่างระหว่างตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ระหว่างกองกลางและกองหลัง หรือระหว่างฟูลแบ็คด้านข้าง และบางทีอาจจะทำหน้าที่แทนกองหลัง เวลาทีมดันขึ้นไปบุก หรือเวลากองหลังถอยลงไปตั้งรับลึก และมีพื้นที่ว่างด้านหน้า ให้เจาะได้ง่ายที่สุด กองกลางตัวรับจะปิดให้ทั้งหมด สาเหตุต่อไปก็เพราะกองกลางตัวรับ จะคอยทำหน้าที่ประกบและหยุดการเล่นของนักเตะหมายเลข 10 หรือเพลย์เมกเกอร์นั่นเอง อย่างที่เห็นบนสนาม ข้างหน้าแผงหลังของเรา ก็คือตำแหน่งของ ตัวทำเกมฝ่ายตรงข้าม แสดงว่ากองกลางตัวรับจะคอยประกบ และตามประกบอัตโนมัติเลย เหตุผลต่อไป คือ กองกลางตัวรับจะคอยเป็นตัวว่าง ให้เพื่อน ๆ จ่ายบอกมาที่จุดตรงกลาง ระหว่างการครองบอล ไม่ว่าจะรับหรือรุก ตำแหน่งนี้จะถูกส่งมาบ่อยที่สุด เพื่อระบายความกดดัน และให้ไม่เสียบอลง่าย ๆ เนื่องจากอยู่ตำแหน่งที่ลึก และอีกจุดหนึ่งที่เป็นข้อดีตามมาคือ เนื่องจากมาจากแนวหลังกองกลางตัวรับจึงสามารถทำเกม คุมจังหวะได้จากแถวไกล ยิ่งถ้ากองหน้าฝั่งตรงข้ามไม่ไล่บอลด้วย และอย่างสุดท้าย กองกลางตัวรับมักจะเป็นนักเตะที่ฉลาด และอ่านเกมได้ดีมาก และยังนิ่งด้วย เช่น อังเดร ปิโล่ ทำให้เค้าเป็นผู้นำที่ดีตรงกลางสนามของทีม

ตอนนี้หลาย ๆ คนที่เคยได้ยินคำว่ามาเคเลเล่ คงจะมีความเข้าใจมากขึ้นถึงงานที่เค้าทำแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแต่การลองไปทำหน้าที่นี้เสียสละเพื่อทีม และทำหน้าที่ปิดทองหลังพระดู แล้วคุณจะสนุกกับมันโดยไมรู้ตัว