12 ปี เวนเกอร์คุมปืนใหญ่ ยึดนโยบายเดิมซื้อขายนักเตะ

เป็นไปตามสื่อที่คาดการณ์ไว้ หลังจากที่ “อเล็กซิส ซานเชซ” กองหน้าชาวชิลี แข้งคนสำคัญของทีมอาร์เซนอลได้ย้ายออกไป หลังจากที่ง้อแงเรื่องการย้ายทีมมาตั้งแต่ช่วงต้นซีซันที่ผ่านมา โดยหลักแล้วถ้าเราสังเกตนโยบายของทีมอาร์เซนอล เรื่องซื้อขายนักเตะนั้น  ยังมีหลักการเดิม ๆ อยู่ตลอดทั้ง 12 ปี ในการคุมทีมของเวนเกอร์ตั้งแต่ที่ยังเล่นในสนามไฮบิวรี และเป็นยุคทีรุ่งเรื่องที่สุดของ ซึ่งในยุคนั้นมีทั้ง รอแบร์ ปีแร็ส, ปาทริส เอวรา และ เธียร์รี อองรี เป็นแกนหลัก

ย้อนมาดูหลักการการซื้อขายนักเตะของอาร์เซนอลตลอด  12 ปี แห่งการคุมทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสวัย  63 ปี โดยหลัก ๆ แล้ว “บิกบอส” แห่งเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จะพิจารณาในการซื้อขายนักเตะ จากสองสามหลักการเท่านั้น

อันดับแรกเลย อาร์แซน เวนเกอร์ จะพิจารณาการซื้อขายที่ค่าเฉลี่ยอายุของนักเตะเข้ามาเสริมทีมเป็นหลัก ทีโอ วอลคอตต์ ปีกของทีมที่ซื้อเข้ามาตอนที่อายุ 16 ปี แล้วปั้นจนเป็นรู้จักกันทั่วโลกเวลานี้ ตอนมาจะพิจารณาในแง่ของความสามารถในการเล่นของผู้เล่น ว่ามีความสามารถมากพอที่จะเล่นในลีกอังกฤษได้หรือไม่ อันที่สาม เวนเกอร์ จะคำนึงถึงราคาว่ามันคุ้มกับค่าตัวหรือไหมอย่างไร ไม่แพงเกินไป

ล่าสุดทีมปีนใหญ่อาร์เซนอล ได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัว “เฮนริค มคิตาร์ยาน” กองหน้าของทีมผีแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่เป็นทางเลือกพ่วงกับข้อเสนอ ที่ตกลงขายอเล็กซิสออกไป ให้กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงไม่กี่วันมานี้เอง  แม้ว่ากองหน้าชาวอัลเมเรียรายนี้จะมีอายุปาเข้าไปในวัย  29  ปีแล้วก็ตาม อีกทั้งเจ้าตัวเองยังต้องช้ำใจกับการที่ต้องนั่งจับเจ่าเป็นตัวสำรองให้กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแทบทั้งซีซัน ตลอดที่ย้ายเข้ามายังโอลด์แทรฟฟอร์ด เพราะผลงานไม่เข้าตาโค้ชสักเท่าไร แม้ว่าก่อนหน้านี้แข้งวัย 29 ปีรายนี้จะเคยโด่งดังในบุนเดสลีกา เยอรมัน กับทีมดอร์ทมุนด์มาแล้ว  ทั้งนี้แม้ว่านักเตะรายนี้จะมีอายุมากแล้ว แต่ด้วยฝีเท้าของนักเตะ เชื่อว่าสามารถที่จะเล่นกับระบบของทีมอาร์เซนอลได้ เพราะสไตล์การทำทีมของ”อาร์แซน เวนเกอร์”เป็นฟุตบอลที่มีการต่อบอลเป็นหลักไม่ใช่การโยนยาว  ซึ่งก่อนหน้าที่นั้นผู้เล่นที่มีอายุมากที่เวนเกอร์ดึงตัวมาร่วมทีมอย่าง มีเกล อาร์เตตา, แมคเธียว เดบูชี, ดาวอร์ ซูเคอร์ และปีเตอร์ เช็ค ก็โชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างสุดยอดจนเป็นกำลังหลักของทีมได้ แม้ว่าผู้เล่นเหล่านี้จะมีอายุมากแต่นั้นคงเป็นเรื่องของประสบการณ์มากกว่าที่ดึงเข้ามาร่วมทีม  ไม่งั้นคงไม่ใช่นโยบายของทีมอาร์เซนอลอย่างแน่นอน

 

ทุ่มงบมหาศาล เพื่อเส้นทางสู่การคว้าชัยเป็นเจ้าแห่งแชมเปียนส์ลีก

บิ๊กทีมแห่งยุโรปใช่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเสมอไป หลังจากที่มีทีมบิ๊กเนมหลายทีมต่างทุ่มงบอย่างมหาศาลเพื่อคว้าตัวนักเตะ เตรียมล่าแชมป์รายการต่าง ๆ ให้ได้

“เรอัล มาดริด” แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อซีซั่นที่ผ่านมี มีเทรนเนอร์อดีตนักเตะอย่าง “ซูซี” ซีนาดีน ซีดาน เข้ามาคุมทีมเป็นปีแรก ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกมาครองเป็นสมัยแรกในการคุมทีม  ทั้งนี้เมื่อซีซั่นที่แล้วยอดทีมแห่งลาลีกา สเปน ไม่ได้ใช้งบอย่างบ้าคลั่ง เพื่อคว้านักเตะสตาร์ทั้งหลายเข้ามาร่วมทีม โดยใช้งบไม่เกิน 50  ล้านปอนด์ในการเสริมทีมเท่านั้น

เมื่อพิจารณาจากซีซั่นนี้ ยอดทีมจากลีกต่าง ๆ แถบฝั่งยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ปารีส แซงเช็กแม้งก์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, บาร์เยิร์น มิวนิค และ บาร์เซโลนา พวกเขาได้ทุ่มงบอย่างมหาศาลในการคว้าตัวนักเตะเพื่อมาร่วมทีม โดยทีมบิ๊กเนมเหล่านี้สามารถที่จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รั้งเป็นจากฝูงของลีกอยู่ในเวลานี้ ซึ่งแน่นอนว่าบ่อนต่าง ๆ ในต่างประเทศจะยกพวกเขาเป็นเต็งหนึ่งในการคว้าแชมป์ในแต่ละลีก นั่นเป็นการวิเคราะห์โอกาสที่พวกเขาสามารถที่จะคว้าแชมป์ แต่ในทางกลับกัน ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกมาครองได้

ที่เห็นได้ชัดที่สุดนั้นคือทีม “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” ยอดทีมจากลีกเอิงฝรั่งเศส และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ซีซั่นนี้  ควักกระเป๋าอย่างเต็มที่ ในการดึงนักเตะเข้ามาเสริมทีม ถ้ามองกันละเอียด จะเห็นว่าสองทีมนี้มีเจ้าของเป็นเศรษฐีจากประเทศที่ร่ำรวยอย่างการ์ตา เข้ามาถือหุ้นใหญ่และเป็นเจ้าของของสโมสร แน่นอนว่าพวกเขาเหล่านั้นมีทุนมากพอที่จะสามารถดึงนักเตะเข้ามาเสริมทัพ เพื่อให้สามารถคว้าแชมป์ลีกในแต่ละลีกได้อย่างไม่ต้องกังวลใจเลยทีเดียว

ในปี  2013-2014  ราชันชุดขาวเรอัล มาดริด ทุ่มงบมหาศาลในการคว้าตัวนักเตะอย่างแกเร็ธ เบล ปีกหน้าลิงจากทีมสเปอร์มาเสริมทีม โดยใช้งบทุ่มนักเตะอย่างมาก ราวประมาณ 157 ล้านปอนด์ ในการคว้าแข้งดังหลายรายเข้ามา และสามารถเซอร์ไพรส์แฟนบอลและเจ้าของทีม โดยการคว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ ย้อนกลับไปในสามปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ ทุ่มเงินอย่างมากในการคว้านักเตะเข้ามาเสริมทีม แต่ทว่าคู่ชิงฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก กลับเป็น บาร์เซโลนา กับ เรอัล มาดริด สองยักษ์ใหญ่จากสเปน

แน่นอนว่าการใช้งบอย่างสูงในการคว้าแข้งดัง ๆ เข้ามาเสริมทีม ไม่ใช่ว่าจะสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกได้อย่างง่าย ๆ  “เรอัล มาดริด” เป็นทีมเดียวที่เคยใช้งบอย่างมหาศาล แล้วสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกได้ในปี 2013-2014

 

ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีเท้าหลัง”คูตินโญ่”ซุปเปอร์ สตาร์ดังแห่ง”คัมนูป์”เพิ่งย้าย หักอก”หงส์”หนีตีจากช่วงซีซั่นแรก


“ยังไม่ได้พิสูจน์ฝีเท้าหลัง”คูตินโญ่”ซุปเปอร์ สตาร์ดังแห่ง”คัมนูป์”เพิ่งย้าย หักอก”หงส์”หนีตีจากช่วงซีซั่นแรก

“คูตี้” ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ซุปเปอร์สตาร์ดังของทีมบาร์เซโลนา ยอดทีมแห่งลาลีกาสเปน ที่เพิ่งย้ายมาจากหงส์แดงลิเวอร์พูล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษเมื่อช่วงเดือนมกราที่ผ่านมา ทำสถิติราคาการซื้อขายนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดที่สุดในเกาะอังกฤษก็ว่าได้ และยังถือได้ว่าเป็นค่าตัวที่สูงที่สุด หลังจากเป็นรองแค่ค่าตัวของเนย์มาร์ ที่ย้ายไปเล่นให้กับทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวที่สูงที่สุดในเวลานี้ ถือว่าลิเวอร์พูลรับทรัพย์ก้อนโต หลังจากที่คว้าตัวมาจากอินเตอร์ มิลานเพียงแค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านั้นมี คริสเตียนโน โรนัลโด้ ปีกจอมสับที่ย้ายจากผีแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปยังทีมราชันชุดขาว  เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว  80 ล้านยูโร และ แกเร็ธ เบลล์ ที่ย้ายจากสเปอร์ไปยังทีมเรอัล มาดริดเช่นกัน ด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร

ซึ่งในช่วงแรกที่คูตินโญ่ ย้ายมาก็ยังไม่ได้สัมผัสเกมแรกแต่อย่างใดเลย ทั้งนี้เนื่องจากแข้งวัย  25 ปีรายนี้ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่  อีกทั้งทีมบาร์เซโลนาเองก็ยังไม่อยากใช้งานนักเตะรายนี้ อย่างเร่งรีบแต่อย่างใด เพราะทีมบาร์เซโลนาเองยังมีซุปเปอร์สตาร์ของทีม อย่างลีโอเนล  เมสซี่ ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ที่ตอนนี้ยังสามารถเล่นได้อย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าเอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เทรนเนอร์คนปัจจุบัน อาจจะยังไม่รีบใช้งานนักเตะในเวลานี้

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลเมกเกอร์ชาวแซมบ้า ลงสนามให้กับทีมหงส์แดงลิเวอร์พูล มาแล้วกว่า 201 นัดรวมทุกรายการ ซัดไปกว่า  54 ประตูจาก การลงเล่นช่วยทีมต้นสังกัดเก่าแห่งเกาะอังกฤษ อย่างไรก็ตามเจ้าของค่าตัวสถิติสูงสุดของทีมหงส์แดงที่บาร์เซโลนาจ่ายถึง 142  ล้านยูโร เพื่อดึงนักเตะรายนี้เข้ามาเสริม ให้เหตุผลในการย้ายทีมในครั้งนี้ว่า ต้องการที่คว้าแชมป์แม้ทีมหงส์แดงจะเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ก็ตาม แต่เพื่อที่จะย้ายหาประสบการณ์ใหม่และต้องการคว้าแชมป์ลีก สูงสุด เพลย์เมกเกอร์ชาวแซมบ้าเลือกที่จะย้ายไปค้าแข้งในถิ่นแคมป์นูแทน

ฝั่งทีมต้นสังกัดใหม่บาร์เซโลนายังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากที่เก็บแต้มนำจ่าฝูงศึกลาลีกา สเปนอยู่ในเวลานี้ โดยที่แต้มนำห่างทีมตราหมีแอตลิโก มาดริดอยู่  6 แต้ม แม้ว่าแต้มจะไม่ค่อยอุ่นใจมากหนัก บางทีอาจเป็นโอกาสที่ดีที่แข้งแซมบ้ารายนี้จะคว้าโทรฟีแรกจากการลงเล่นลีกอาชีพกับสโมสรทีมยักษ์ใหญ่ในลีกยุโรปตามฝันตนเองได้สำเร็จ