post

รำลึกฟุตบอลในความทรงจำของคนเริ่มจะแก่

                ฟุตบอลในช่วงยุค 1990-2000 ต้น ๆ ดูจะเป็นยุคสมัยที่อุดมสมบูรณ์ดาวเตะฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์มากมาย นึกแค่พอล แกสคอยน์, อาเรียล ออเตก้า, รุย คอสต้า ก็เป็นพวกที่เข้าขั้นคำว่า “โคตรเก่งแล้ว” เทคนิคลูกเล่นแพรวพราว ดูไม่เคยเบื่อ เสียดายแกเกิดเร็วเกินไป ถ้ามาสมัยนี้ค่าตัวจะเท่าไหร่? คำว่าอัจฉริยะแปะอยู่บนหน้าคนพวกนี้แบบชิล ๆ เป็นแบบเจอคนนี้ว่าเก่งแล้ว ยังมีไอ้คนที่เก่งกว่าอีก เก่ง เก่ง และเก่ง นักเตะระดับพระกาฬ เช่น เดนนิส เบิร์กแคมป์, เธียรี่ อองรี ลองคิดดู สมัยนี้จะหาใครแบบนี้ได้บ้างที่เต็มไปด้วยจินตนาการและประสิทธิภาพ คือคำพูดที่ว่า “นักเตะสมัยนี้เล่นดี 2-3 นัดก็ดังแล้ว” ดูจะเป็นเรื่องจริง และถ้าคนที่เกิดทันและหมกมุ่นกับฟุตบอลสมัยก่อน จะเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่าชื่อของ โรนัลโด้, โรมาริโอ้, โอเว่น เป็นอย่างไร จัดจ้านขนาดไหน และทำผู้คนเป็นบ้าเรื่องฟุตบอลได้กี่ล้านคน หรือดูอย่างกองหน้าฮอลแลนด์ที่แมนยูฯ ซื้อมา ที่ชื่อว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย ยี่ห้อการค้าเครื่องจักรถล่มประตู เพราะ “ยิงจนลืม” ลืมว่า เอ้อ นัดนี้นิสเตลรอยจะยิงได้ไหม ลืมไปเลยเพราะแกผลิตประตูแทบทุกนัด ใน 5 ปี ที่พี่รุดอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ลงเล่น 150 นัด ยิง 95 ประตู ก็…ไม่ได้เกิน 100 ลูกนะ แต่อย่างนี้แหละมือปืนของแท้ 

การเล่นของโรนัลดินโญ่ ที่แม้อาจจะถือว่าเป็นช่วงท้ายของฟุตบอลคลาสสิคแล้ว พอดินโญ่ย้ายออกจากบาซ่า อะไร ๆ ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไป มีการเล่นฟุตบอลที่เป็นเหตุเป็นผล ใช้แรงมากขึ้น แต่จินตนาการน้อยลง ยังดีที่มีเมสซี่ให้ยังตะลึงในความมหัศจรรย์อยู่เรื่อย ๆ แต่ผู้เล่นที่ใช้ความสร้างสรรค์เยอะ ๆ ดูท่าทางจะเหมือนสัตว์หายากเข้าไปทุกที ยิ่งนักเตะแบบฟรานเชสโก้ ต็อตติ นี่ลืมไปได้เลย นักบอลอิตาลีปี 2018 เฉพาะพวกที่ติดทีมชาติ ดูเหมือนจะห่างกับคำว่า “ระดับโลก” เสียเหลือเกิน กองหลังแบบอเลสซานโดร เนสต้า, เปาโล มัลดินี่ และฟาบิโอ คันนาวาโร่ คงต้องรอให้หนุ่ม ๆ ที่มีอยู่ตอนนี้โตเต็มที่เสียก่อน เพราะนอกจากผลงานการคุมทีมของจาน ปิเอโร เวนตูร่า ฟอร์มผู้เล่นเอาเข้าจริง ก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน เรียกว่าถ้าเข้ารอบไปก็เล่นรอบแบ่งกลุ่มก็น่าจะหืดขึ้นคอแล้ว นักเตะของอิตาลีที่เก่งแบบฝ่ายตรงข้ามต้องจ้องตาไม่กะพริบนั้น ตอนนี้ไม่มีเลย 

นอกจากทีมชาติอิตาลี ทีมชาติฮอลแลนด์ก็ยิ่งกว่า ขาดแคลนผู้เล่นระดับสุดยอดมานาน ดีหน่อยที่กองหลังมีเวอจิล ฟาน ไดจ์ค เซ็นเตอร์แบ็คคุณภาพดีที่ตอนนี้เล่นให้ลิเวอร์พูล ส่วนดาลีย์ บลินด์ และสเตฟาน เด ไฟรจ์ ก็โอเคอยู่ แต่การไปปล่อยไก่ แพ้ให้บัลแกเรีย 2-0 นั้นน่าอดสูยิ่งนัก และการแพ้ให้ฝรั่งเศส 4-0 ในปีเดียวกันอีกนั้นไม่ควรยอมรับอย่างยิ่ง และการที่ไม่สามารถผลิตแนวรุกชั้นแนวหน้าได้เลย ถือเป็นปัญหาหนัก ไม่เฉพาะวงการฟุตบอลฮอลแลนด์เท่านั้น แต่มันส่งผลกับความบันเทิงของแฟนบอลผู้เสพย์ติดความมันส์ลูกหนังอย่างร้ายแรง พึ่งพาร็อบเบนมาหลายปีแล้ว ตอนนี้จัสติน ไคลเวิร์ตเพิ่งขึ้นมา เห็นฟอร์มเล่นกับโรม่าก็ไม่รู้จะไปได้ไกลแค่ไหน นึกถึงตอนไรอัน บาเบิล เป็นตัวจริงของลิเวอร์พูล ตอนนั้นหลายคนก็คิด ว่าฮอลแลนด์นี้ไม่สิ้นคนดี แต่ที่ไหนได้…. บ่น ๆ  ไปแล้ว คิดถึงเดนนิส เบิร์กแคมป์, มาร์ค โอเวอร์มาร์ส, รุด กุลลิต, มาร์โก ฟาน บาสเท่น หรือจะย้อนไปภาพที่เกิดไม่ทันแต่อยากอยู่ในเหตุการณ์ อย่างตอนที่กรรมการกางร่มให้โยฮันน์ ครัฟฟ์ เพราะตอนนั้นกรรมการกลัวลุงครัฟฟ์แกเปียกฝน ความคลาสสิคอย่างที่ว่ามานั้นไม่เห็นในปัจจุบันแล้ว