post

ลูกา โมดริช กับความสำเร็จที่มาเร็วไปเร็ว

ปีแล้ว ลูกา โมดริช ผงาดคว้ารางวัลบัลลงดอร์ 2018 มาครองอย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นนักเตะคนแรกที่สามารถเอาชนะคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และลีโอเนล เมสซี่ 2 ซูเปอร์สตาร์ตัวท็อปของโลกที่ผลัดกันเป็นเจ้าของรางวัลนี้มาตลอด 10 ปี แต่หลังจากผ่านมา 1 ปี มิดฟิลด์ทีมชาติโครเอเชีย กลับไม่มีรายชื่อเป็น 1 ใน 30 นักเตะที่ลุ้นรางวัลบัลลงดอร์ 2019 นับเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เป็นเจ้าของรางวัลคนเก่าแต่ไม่มีชื่อติดโผลุ้นป้องกันรางวัลในปีถัดมา

ปี 2018 ถือเป็นปีที่โมดริชทำผลงานได้อย่างสุดยอดทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เมื่อช่วยให้เรอัล มาดริดป้องกันแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ นับเป็นทีมแรกที่สามารถคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ 3 สมัยติดต่อกัน ก่อนจะพาทีมชาติโครเอเชียเป็นม้ามืดประจำทัวร์นาเมนต์ทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย โดยเอาชนะทั้งอาร์เจนติน่า, เดนมาร์ก, เจ้าภาพรัสเซีย และอังกฤษ ก่อนจะไปพ่ายให้กับฝรั่งเศสในรอบชิงชนะเลิศ 2-4 แม้จะทำได้เพียง 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นในทุกเกมก็เพียงพอให้เขาได้รับรางวัลโกลเด้น บอล นักเตะยอดเยี่ยมประจำศึกฟุตบอลโลก 2018 ไปครองในที่สุด หลังจากนั้นกัปตันทีมชาติโครเอเชียก็เดินสายรับรางวัลส่วนตัวตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า, นักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปีของยูฟ่า ปิดท้ายด้วยบัลลงดอร์ 2018 ที่สามารถเอาชนะนักเตะคู่แข่งร่วมลีกอย่างลีโอเนล เมสซี่ และอดีตเพื่อนร่วมทีมที่ย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ลงได้

แม้จะเป็นมิดฟิลด์ตัวเล็กที่มีความสูงเพียง 1.70 เมตร แต่โมดริชก็มีความรวดเร็วปราดเปรียวและการจ่ายบอลที่แม่นยำมาทดแทน จนได้ชื่อว่าเป็นมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องคนหนึ่งของวงการฟุตบอล โดยสามารถเล่นได้ดีทุกตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์  มิดฟิลด์ชาวโครแอตเริ่มต้นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกมาตั้งแต่สมัยเล่นให้กับดินาโม ซาเกร็บ และท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางกับเรอัล มาดริด ยามลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางให้กับราชันชุดขาว เขาจะคอยอ่านเกม เก็บบอลและสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำเกมรุก รวมทั้งวิ่งขึ้นวิ่งลงตลอดทั้งเกมจนเป็นนักเตะที่วิ่งมากที่สุดในทีม แต่เมื่อเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกให้กับทีมชาติโครเอเชีย โมดริชจะคอยเลี้ยงไปกับบอลและใช้จังหวะเคาน์เตอร์แอทแท็คจ่ายบอลอย่างคมกริบให้เพื่อนทำประตู นอกจากนั้นหากผู้จัดการทีมเลือกส่งเขาลงทำหน้าที่มิดฟิลด์ตัวรับ เขาก็สามารถอ่านทางบอลและคอยดักทำลายเกมคู่แข่งได้อีกด้วย

โมดริชไม่ใช่นักเตะประเภททำประตูได้เป็นกอบเป็นกำมาแต่ไหนแต่ไร แต่เป็นนักเตะผู้ปิดทองหลังพระ ที่ถึงไม่เด่นแต่ทีมก็ขาดไม่ได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะไม่มีชื่อติดโผลุ้นบัลลงดอร์ 2019 เพราะนอกจากต้นสังกัดอย่างเรอัล มาดริดจะทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานในซีซั่นที่ผ่านมา ปีที่แล้วยังไม่มีเกมทีมชาติระดับเมเจอร์อีกด้วย แต่ถึงอย่างไรโมดริชก็ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้เปิดมิติใหม่ให้กับวงการฟุตบอลและเป็นจุดเริ่มต้นในการล้มล้างระบอบ “เมส-โด้” ที่ครอบงำวงการฟุตบอลมากว่า 10 ปี              

post

ใครจะเป็นเจ้าของบัลลงดอร์ 2018

                 โลกฟุตบอลปี 2018 ถือว่ามีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง ทั้งแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 สมัยซ้อนของรีลมาดริด แชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ของฝรั่งเศสในรอบ 20 ปี รวมถึงการย้ายทีมครั้งล่าสุดของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และสถิติค่าตัวผู้รักษาประตูแพงที่สุดของอลิสสัน เบ็คเกอร์ ที่อยู่ได้ไม่กี่วันก็ถูกทำลายโดยการเซ็นสัญญาของเคป้า อาริซาบาลาก้า ที่ย้ายจากแอธเลติก บิลเบา ไปสู่เชลซี ด้วยค่าตัว 71 ล้านปอนด์ ผิดกับสถิติค่าตัวผู้รักษาประตูแพงที่สุดในสุดในโลกของจานลุยจิ บุฟฟ่อน ที่รักษาสถิติยาวนานถึง 16 ปีเลยทีเดียว เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาแก่โลกฟุตบอลแบบติดต่อกันให้แฟนบอลแทบไม่ได้หายใจยังไงยังงั้น

อย่างไรก็ตาม ก็มีคำถามว่า “แล้วใครจะเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของยุโรปปีนี้ล่ะ?” จริงอยู่ว่าลูก้า โมดริช ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลกไปแล้ว (Adidas Golden Ball Award) จากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ที่พาทีมชาติโครเอเชียเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แล้วฟุตบอลสโมสร กัปตันทีมชาติโครเอเชียคนนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการพารีลมาดริดได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกส์เช่นกัน เรียกได้ว่าครบเครื่องทั้งฟุตบอลอาชีพและการรับใช้ชาติ แต่ถึงอย่างนั้น ใครกันนะที่ครบเครื่องยิ่งกว่า ที่เป็นส่วนสำคัญในการพารีลมาดริดคว้าแชมป์ แถมยังคว้าถ้วยเวิลด์คัพอีกด้วย เขาคนนั้น ก็คือ “ราฟาเอล วาราน” ไงล่ะครับ ที่เป็นกองหลังชั้นเทพ เชิงบอลไม่เป็นรองใครของทีมชาติฝรั่งเศส แปลกดี เก่งขนาดนี้ยังเงียบ ๆ แต่ติดโผรายชื่อผู้เข้าชิงบัลลงดอร์อยู่ เพียงแต่คะแนนมันน้อยเกินไป สำหรับอันดับ 4 ถึง 10 ได้แก่ 4.อองตวน กรีซมันน์: 72 คะแนน 5. ลีโอเนล เมสซี่: 55 คะแนน 6. คีเลียน เอ็มบัปเป้: 43 คะแนน 7.เควิน เดอบรอยน์: 28 คะแนน 8. ราฟาเอล วาราน: 23 คะแนน 9.  อาซาร์: 15 คะแนน และ 10. รามอส: 12 คะแนน แล้ว 3 อันดับแรก ที่จะประกาศสิ้นเดือนสิงหาคมนี้จะเป็นใคร? ให้เดาก็น่าจะมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลูก้า โมดริช และอีกคนก็น่าจะเป็นโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ จากฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรง พาอียิปต์ไปฟุตบอลโลกในรอบ 28 ปี และเป็นส่วนสำคัญในการช่วยต้นสังกัด “ลิเวอร์พูล” เข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยหูใหญ่ยุโรป 2018 

ในอดีตที่ผ่านมานานหลายปี ผู้เล่นที่เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลกแล้ว จะไมได้รับรางวัลบัลลงดอร์ ที่เห็นว่าเหมาทั้ง 2 รางวัลเลย ก็เห็นมีแต่ “เปาโล รอสซี่” ในปี 1982 เพียงคนเดียวเท่านั้น ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ผู้เล่นที่ดีที่สุด โดดเด่นที่สุดในปีนั้นจะได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ หรือแบ่งกันก็ได้ถ้าสมเหตุผล เช่น ปี 2006 ซีเนอดีน ซีดาน เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลก ส่วน ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ก็เป็นกัปตันทีมชาติอิตาลีที่คว้าแชมป์โลกไปในปีนั้น แต่ปี 2018 นี้ก็ต้องมาดูกัน จริง ๆ ถ้าให้ว่ากันตรง ๆ เลย ราฟาเอล วาราน, อองตวน กรีซมัน สมควรเป็น 3 คนสุดท้ายที่ได้เข้าชิงบัลลงดอร์มากกว่าหรือไม่ เพราะกรีซมันเองก็ช่วยแอต.มาดริดคว้าแชมป์ยูโรป้า ทั้งยิง 4 จ่าย 2 ในบอลโลก แถมยังช่วยแอต.มาดริดโค่นรีลมาดริดในฟุตบอลชิงแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพอีกต่างหาก 

คือถ้าบัลลงดอร์ ไม่ได้วัดกันที่ผลงานในสนาม แต่เน้นบารมี ความเป็นซูเปอร์สตาร์ ก็บอกกันตรง ๆ เลยดีกว่า อย่างนั้นยังพอรับได้ แต่คนที่ควรได้กลับไม่ได้ขึ้นไปยืนบนแท่น อย่างนี้มันไม่สมควรเลยจริง ๆ