post

แผนการเล่น 3-5-2 เล่นอย่างไร  ดีอย่างไร  และจุดอ่อนคืออะไร

แผนการเล่นและแทกติคในเกมฟุตบอลยุคปัจจุบันนั้น มีความก้าวหน้าและปรับเปลี่ยนอยู่เสมอด้วย ความคิดและมันสมองที่ชาญฉลาดของโค้ชระดับโลกมากมาย ทำให้มีการคิดค้นแผนใหม่ๆ เช่น 4-2-3-4 หรือ แผน 4-2-3-1 แบบกองหน้าเป้าที่เรียกว่า False 9 หรือกองหน้าตัวหลอก และได้ใช้แพร่กันโด่งดังในช่วงนี้ แต่กระนั้น ก็มีแผนการเล่นเก่า ๆ ที่มีชื่อเสียง และมีการนิยมใช้เล่นกันอย่างมาก จนทำให้ทีมคว้าแชมป์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่น 3-5-2 รวมอยู่ด้วย ดังนั้นในวันนี้คงจะเป็นเรื่องดี ที่เราจะเข้ามาดูเบื้องลึก ที่มาที่ไปของแผน 3-5-2 นี้ กันหน่อย โดยหวังว่าความรู้ที่มีในบทความนี้จะช่วยให้หลายคนชมฟุตบอลสนุกและลึกซึ้งขึ้น

แผนการเล่น 3-5-2 ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

ตามที่แฟนบอล ๆ พันธุ์แท้สามารถอ่านแผนการเล่นได้อย่างง่า ยๆ และคุ้นเคย จะทราบว่าตัวเลข 3 และ 5 และ 2 ในแผน 3-5-2 นั้นมาจาก การมีกองหลัง 3 คน กองกลาง 5 คน และกองหน้า 2 คนนั่นเอง

กองหลัง 3 คนนั้น เป็นจุดเด่น เพราะแทนที่จะเล่นระบบกองหลัง 4 คนเรียงกัน และมีกองหลังตัวกลาง 2 ตัว แต่กลับมา 3 คนยืนด้วยกันเลย และยกเลิกฟูลแบ็คด้านข้างออก นี่ทำให้ทีมดูรัดกุมขึ้น เพราะกองหลังทั้ง 3 จะมีความยืดหยุ่น มีคนเพิ่มมาเพื่อคอยช่วยซ้อนกัน และคุมพื้นที่ในกรอบเขตโทษได้อย่างมิดชิดรัดกุมขึ้นนั่นเอง

แต่เลข 5 ต่อไปนี้แหละที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะว่า แผนนี้มีตำแหน่ง วิงแบ็ค 2 ข้าง ซ้ายขวาเข้ามาเสริมแทนที่ฟูลแบ็ค โดยจะดันขึ้นไปสูงกว่าปกติ ทำหน้าที่รับและรุกได้อย่างอิสระมากขึ้น ขึ้นลงด้านข้างโดยให้อิสระขึ้นสุด แต่ลงมาไม่สุดทำให้เปิดบอลด้านข้างบ่อยขึ้นและสอดขึ้นไปยิงได้มากกว่าเดิม และสุดท้ายการมีกองหน้า 2 คนโดยอาจจะเป็นได้ทั้งหน้าคู่ 2 คน หรือ กองหน้าตัวเป้า กับ กองหน้าตัวต่ำก็ได้ ส่งผลให้มีผู้เล่นที่ประสานงานกันแดนหน้าได้ หลากหลาย มากกว่าเดิม ทำให้เกมรุก และ รับ สมดุลกันมากนั่นเอง

จุดแข็งและจุดอ่อนของแผนนี้

จุดแข็งของแผนนี้คือ สามารถปรับใช้ได้กับการเล่นหลากหลายจังหวะ ไม่ว่าจะช้าหรือ เร็ว แม้แต่แนวการเล่นที่เป็นไปตามไอเดียโค้ช และที่สำคัญนักเตะหลาย ๆ แบบ หลายๆ คุ ณสมบัติ สามารถฟิตเข้ากับแผนการเล่นนี้ได้ โดยที่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากนัก นอกจากนั้นการมีนักเตะเกือบทุกจุดของสนาม ทำให้การถ่ายเทบอลไปได้ทั่วช่วยให้ครองบอลได้ง่าย และยังยืดการเล่นด้านข้างให้กว้างมากเพื่อโจมตี

ส่วนข้อเสียของแผนนี้คือ ช่องว่าง ระหว่าง กองหลังทั้ง 3 กับวิงแบ็ค จะมีช่องโหว่ทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้เมื่อไรก็ตามที่กองหลังโดนลากให้หลุดออกจากตำแหน่งในการประกบ หรือไม่ระวังเหม่อลอย และวิงแบ็ค 2 ข้างไม่ได้ไล่ลงมาช่วย จะทำให้ด้านข้างมีที่ว่างกว้างมากกว่ามหาสมุทร และกองหน้ากับปีก ทีมฝั่งตรงข้ามเจาะได้อย่างง่ายสบายจนทำให้ จากเกมรับเหนียว ๆ เปียกยุ่ยได้ทันที

ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นว่าแผนการเล่นที่ดีต้องอาศัยวินัยและความสามารถของนักเตะควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อจะประสบความสำเร็จได้นั่นเอง