post

วิกฤตกองหน้าฟอร์มสาก(กระเบือ)

                “ไม่มีนักเตะคนใดใหญ่กว่าสโมสร” เป็นวลีที่ถูกต้องแท้จริง นักเตะมีช่วงเวลาในจุดสูงสุดของอาชีพอยู่เพียงไม่กี่ปี วันหนึ่งที่เขาลาจากสโมสรไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดสโมสรก็ยังคงอยู่และหาตัวตายตัวแทนบุคคลนั้น ๆ ได้ตลอดเช่นกัน เพราะมันเป็นวัฏจักรที่นักเตะฝีเท้าดีหน้าใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวันในโลกฟุตบอล นั่นแปลเป็นภาษาชาวบ้านว่าสโมสรไม่จำเป็นต้องง้อนักเตะ แต่ ณ ขณะนี้อาจใช้วลีดังกล่าวลำบากสักหน่อย เมื่อเกิดเหตุแปลกประหลาดขึ้นในโลกฟุตบอล คือนักเตะในตำแหน่งศูนย์หน้าที่นัดกันเท้าบอดแถมนับวันจะเป็นตำแหน่งที่ขาดแคลนขึ้นเรื่อย ๆ

คาริม เบนเซม่า โรเมอู ลูกากู และอัลบาโร่ โมราต้า คือตัวอย่างศูนย์หน้าจากสโมสรใหญ่ที่ฟอร์มตกอย่างแรง และเมื่อมองไปทั่วทั้งวงการชื่อที่กระเดื่องเลื่องลืออย่าง แฮรี่ เคน เอดิสัน คาวานี่ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ โรเบิร์ต เลวานโดว์สกี้ และหลุยส์ ซัวเรส ก็ไม่ใช่ศูนย์หน้าที่ซื้อขายได้เสียอีก นอกจากรายชื่อดังกล่าวทั่วทั้งวงการแทบไม่มีศูนย์หน้าระดับโลกที่พอจะแบกความหวังบรรดาบิ๊กทีมในยุโรปได้เลย ปัญหานี้สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับผู้จัดการทีมใหญ่แทบทุกคน ซึ่งฟุตบอลสมัยใหม่ที่นิยมใช้ระบบ 4-2-3-1 ก็เป็นลางบอกเหตุมาตั้งแต่ต้นเพราะระบบนี้ทำให้กองหน้าเหลือตัวเดียว แถมยังยกบทบาทการทำประตูให้มิดฟิลด์ตัวรุกและปีกกึ่งกองหน้าอีกด้วย นั่นคือศูนย์หน้าตัวเดียวที่อยู่ในระบบนี้ต้องเฉียบคมเข้าขั้นเพชรฆาต หรือถ้าไม่สะเด็ดสะเด่าขนาดนั้นก็ต้องรับหน้าที่ชงและป่วนกองหลังเพื่อเปิดทางให้ปีกหรือกองกลางตัวรุกทำประตู ซึ่งเท่าที่ผ่านมาระบบการเล่นนี้มีประสิทธิภาพมากถึงขนาดที่ว่านักเตะในตำแหน่งปีกและกองกลางตัวรุกที่ชอบตัดเข้าในยิงกลายเป็นดาวซัลโวในลีกต่าง ๆ แทนที่จะเป็นพวกนักเตะในตำแหน่งกองหน้า

บทบาทที่ลดน้อยถอยลงทำให้นักเตะในตำแหน่งนี้จำนวนมากเริ่มเกิดอาการเท้าบอด ฟอร์มการเล่นตกต่ำถึงขั้นสากกระเบือ ขาดความมั่นอกมั่นใจ จนไม่เป็นประโยชน์ต่อทีมในท้ายที่สุด แม้ซื้อกองหน้าคนใหม่เข้าสู่ทีมก็เหมือนเดจาวูเข้าอีกรอบเดิมเพราะระบบการเล่นนี้ไม่เอื้ออำนวย ผู้จัดการทีมสมองเพชรหลายคนมองเห็นปัญหากองหน้าขาดแคลนจึงติดตั้งฟุตบอลระบบไร้กองหน้าขึ้นมา เมาริซิโอ ซาร์รี่ สมัยคุมทีมนาโปลีใช้ ดรีส์ เมอร์สเท่น ยืนคู่หน้ากับ ลอเรนโซ่ อินซิเย่ ซึ่งทั้งคู่เป็นกองกลางตัวรุก เกเก้น คล็อปป์ ฟุตบอลสไตล์เฮฟวี่ เมทัลใช้ โรเบอร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นกองหน้าเทียมโดยมี โม ซาล่าห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ช่วยประสานงาน โรนัลด์ คูมัน หัวหน้าโค้ชฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ใช้กองหน้าจำเป็นอย่าง เมมฟิส เดอปาย เพื่อทวงความยิ่งใหญ่ในระดับนานาชาติ จะเห็นได้ว่าแม้ไร้กองหน้าทีมเหล่านี้ก็ยังผลิตประตูได้เป็นกอบเป็นกำ บางทีมได้ลุ้นแชมป์และไม่ต้องผจญกับปัญหาปวดหัวในการควานหากองหน้าอีกต่อไป

ปัญหากองหน้าฟอร์มฝืดยังคงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทีมที่ยังใช้กองหน้าเพื่อผลิตประตู บางทีวลีที่ว่าไม่มีผู้เล่นคนใดใหญ่กว่าสโมสรคงพูดยากเสียแล้ว เพราะตอนนี้หลายทีมง้อกองหน้าระดับพระกาฬจนแทบให้เช็คเปล่าไปใส่ตัวเลขเองเลย ฉะนั้นเพื่อการแก้ปัญหากองหน้าขาดตลาดให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดระบบฟุตบอลสมัยใหม่อาจต้องเปลี่ยนไปอีกครั้งก็เป็นได้