post

ถ้าเรือใบสีฟ้าไม่ได้แล่นอยู่ในฟุตบอลยุโรป

อาจจะเป็นเรื่องที่เกือบจะทำให้ทีมหมดโอกาสไปแล้วสำหรับทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ล่าสุดศาลโลกมีคำสั่งให้สามารถแข่งขันในฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกต่อไปได้อีกครั้ง หลังจากที่โดนยูฟ่าหรือสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรปเตรียมสั่งห้ามแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดของสหาภาพเพราะมีพฤติกรรมส่อละเมิดกฎทางการเงินของทีม ทำให้พวกเขาเกือบเสียสิทธิการแข่งขันฟุตบอลยุโรปซึ่งมันอาจจะส่งผลเสียต่อทั้งสถานะการเงินและทางฟุตบอลอย่างที่พวกเขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยทีเดียว

สถานะการเงินของทีมที่เศรษฐีไม่เคยคิด

เป็นที่รู้กันว่าทีมเรือใบสีฟ้ามีเจ้าของที่ร่ำรวยมากและเป็นเจ้าของธุรกิจในอาบูดาบี แต่ทว่าในปัจจุบันทางสมาคมฟุตบอลมีกฎที่ทำให้ทีมต่าง ๆ ต้องบริหารการเงินไม่ให้ติดตัวแดง ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลให้ทีมที่บริหารผิดพลาดอาจจะส่งผลให้ถูกปรับแต้ม ตกชั้น หรือแม้แต่ยุบทีมไปเลย อย่างทีมที่เคยมีชื่อเสียงแบบวิมเบอร์ดัน ต้องถูกยุบทีมแล้วตั้งชื่อใหม่เพื่อกลับมาแข็งขันต่อไปในจิตวิญญาณเดิม แต่ปัญหาก็คือทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ซึ่งมีเงินถุงเงินถังขนาดนั้นไม่จำเป็นสนใจเรื่องเงินอยู่แล้ว แต่ทว่าการเงินที่สโมสรหามาได้กับเงินที่มีอยู่แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องแยกกัน และมีหลักฐานบางอย่างหลุดออกจากแฮคเกอร์ว่า ทีมเรือใบสีฟ้าใช้วิธีหาสปอนเซอร์ที่เข้ามาสนับสนุนทีม แต่ชื่อของผู้สนับสนุนนั้นดันเป็นกลุ่มเดียวกับเจ้าของทีมนั่นเอง

ถ้าหากพวกเขาผิดจริงอย่างที่ถูกลงโทษตั้งแต่แรก พวกเขาก็จะเสียเงินที่เป็นค่าลิขสิทธิ์จากการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลยุโรป ซึ่งก็จะเป็นตัวช่วยสถานะการเงินของทีมไม่ให้ติดตัวแดงนั่นเอง เพราะทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถือเป็นทีมหนึ่งที่มีนักเตะค่าเหนื่อยสูงอยู่เป็นจำนวนมาก หากพวกเขาไม่สามารถไปแข่งขันได้จริง พวกเขาก็จำเป็นจะต้องขายนักเตะเหล่านี้ออกไปเพื่อไม่ใช่สถานะการเงินของทีมแย่ลงไปกว่าเดิม

การจากลาด้วยเหตุผลทางฟุตบอล

ด้วยความที่ฟุตบอลไม่ได้มีแต่การแข่งขันในประเทศทำให้นักเตะส่วนใหญ่ต้องการลงเล่นในฟุตบอลยุโรปเพื่อโอกาสในการติดทีมชาติของตัวเอง รวมถึงประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ได้เจอนักเตะระดับสูงที่ค้าแข้งอยู่ตามประเทศต่าง ๆ อีกด้วย และการที่ทีมที่ไม่ได้ไปแชมป์เปี้ยนลีกก็เป็นการปิดโอกาสของนักเตะเหล่านั้น ซึ่งแม้ว่าทีมเรือใบสีฟ้าอาจจะไม่ได้กังวลเรื่องการเงินมากนัก แต่เหล่านักเตะที่ไม่ได้ลงเล่นให้ฟุตบอลระดับสูงก็อาจจะส่งผลให้พวกเขาต้องลาจากทีมไปเพื่อโอกาสที่ดีกว่าในการติดทีมชาติของตัวเอง และแม้แต่ผู้จัดการทีมอย่างเป็ป กวาดิโอลาที่ต้องการคว้าแชมป์หูใหญ่ให้ได้อีกสักครั้งกับทีมนี้ อาจจะบอกลาจากแมนเชสเตอร์เพื่อไปหาโอกาสใหม่ ๆ ในต่างประเทศมากกว่าที่จะต้องอดทนรออีกสองปีเพื่อโอกาสไปคว้าแชมป์สูงสุดของทวีปยุโรปอีกครั้งนึง

ถือว่าเป็นโชคดีที่พวกเขาสามารถรอดตัวไปจากสถานการณ์ที่น่าจะเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เปลี่ยนเจ้าของเป็นกลุ่มซิตี้ฟุตบอลคลับ และทำให้พวกเขายังสามารถโลดแล่นไปต่อในฟุตบอลยุโรปอย่างที่พวกเขาหมายมั่นปั้นมือจะเป็นแชมป์ยูฟ่าให้ได้สักครั้งนึง เพราะถ้าพวกเขาโดนลงโทษจริง ๆ เราอาจจะเห็นความเสียหายของทีมแชมป์อังกฤษ 3 สมัยอย่างที่เราไม่เคยคาดมาก่อนเลยทีเดียว

post

ทีมชาติอังกฤษกับฝันที่เลือนลางในฟุตบอลระดับชาติ

ถ้าถามว่าแฟนฟุตบอลมักจะรู้จักลีกใดเป็นลีกแรกในชีวิต ส่วนใหญ่คำตอบก็น่าจะเป็นพรีเมียร์ลีกทั้งนั้น แต่ถ้าถามว่าคิดว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ฟุตบอลคำตอบกลับต่างออกไปโดยเรื่องที่น่าแปลกใจคือคนมักจะไม่เลือกทีมชาติอังกฤษกันเลย โดยพวกเขามักจะเป็นได้แค่เต็ง 5 เต็ง 6 ในการแข่งขันเสียด้วยซ้ำ โดยเหตุผลก็เป็นเพราะแม้ว่าพรีเมียร์ลีกจะสนุก ตื่นเต้น เร้าใจก็ตาม แต่นักเตะส่วนใหญ่กลับเป็นนักเตะต่างชาติที่เข้ามาค้าแข้งบนเกาะแห่งนี้ และโอกาสของนักเตะท้องถิ่นกลับลดน้อยลงเรื่อย ๆ รวมถึงการเลือกโค้ชของทีมที่ไม่มีความเข้าใจต่อตัวนักเตะจนทำให้พวกเขาได้แค่ท่าดีทีเหลวในทัวร์นาเมนต์สำคัญเสมอ

โค้ชที่ดีแต่เป็นคนที่ไม่ใช่

หากไล่ชื่อของผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เราก็จะเจอชื่อของฟาบิโอ คาเปลโล่ยอดกุนซือชาวอิตาเลี่ยน ที่น่าจะเป็นคนที่มีชื่อชั้นที่ดีที่สุดในรอบหลายปีของทีมชาติอังกฤษ แต่เขาก็ไม่สามารถพาทีมไปถึงฝันได้ เพราะเขาทำได้แค่เพียงพาทีมชาติอังกฤษไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป โดยพ่ายแพ้ต่อทีมชาติอิตาลีไป ส่วนในฟุตบอลโลกเขาก็ทำได้เพียงเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากที่ต้องแพ้ต่อทีมชาติเยอรมันไป ทำให้ผลงานของคาเปลโล่ไม่ได้เป็นที่น่าพอใจของสมาคมฟุตบอล และตัวเขาเองก็รีไทร์จากการเป็นผู้จัดการทีมในปี 2012

ส่วนอีกคนที่ชื่อชั้นอาจจะไม่ดีเท่าคาเปลโล่ แต่เป็นที่เคารพของแฟนบอลก็คือรอย ฮอดจ์สัน ที่เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมต่อจากสจ๊วต เพียร์ซ ที่มารักษาการทีมชาติอังกฤษอยู่ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ทางปู่รอยกลับไม่สามารถพาทีมชนะในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกได้เลย และทำคะแนนได้เพียงแต้มเดียวจากการแข่งขัน 3 นัด จนเป็นสถิติที่แย่ที่สุดของทีมนับตั้งแต่มีฟุตบอลโลกมาเลยทีเดียว

โอกาสของนักเตะท้องถิ่นอันน้อยนิด

เพราะการแข่งขันสูงในพรีเมียร์ลีกทำให้แต่ละทีมต้องซื้อตัวนักเตะต่างชาติเข้ามาเพื่อให้ทีมสามารถทำอันดับได้สูงที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้ รวมถึงเพื่อไม่ให้ทีมต้องตกชั้นลงไปลีกรองที่ทำให้ต้องสูญเสียเงินมูลค่ามหาศาลนับร้อยล้านปอนด์ ที่ทำให้ทุกทีมต้องขับเคี่ยวสู้กันจนทำให้ลีกนี้มีแฟนบอลไปทั่วโลกนั่นเอง แต่ในด้านดีก็มีด้านเสีย เพราะทุกทีมต่างต้องการความสำเร็จในเวลาอันสั้น ทำให้พวกเขาไม่ได้ให้โอกาสนักเตะเยาวชนหรือนักเตะท้องถิ่นที่อาจจะไม่ได้มีทักษะที่ดีเท่านักเตะจากต่างชาติ แม้ว่าทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษจะมีกฎผู้เล่นท้องถิ่นที่ต้องอยู่ในทีมเกิน 8 คน แต่ทว่าในกฎนี้ก็รวมเยาวชนที่เป็นผู้เล่นต่างชาติอยู่ด้วย ทำให้บางครั้งเราจึงไม่เห็นนักเตะสัญชาติอังกฤษอยู่ในทีมฟุตบอลจากอังกฤษเลยเช่นกัน และการนักเตะอังกฤษไม่ค่อยได้รับโอกาสโดยเฉพาะกับทีมใหญ่ ทำให้นักเตะทีมชาติอังกฤษก็มีคุณภาพลดลงไปด้วย จนเมื่อพวกเขาต้องแข่งขันในนามทีมชาติพวกเขาเลยกลายเป็นทีมระดับกลางใกล้เคียงกับทีมระดับกลางในพรีเมียร์ลีกนั่นเอง

แม้ว่าฝันของแฟนบอลอังกฤษอาจจะยังมีหวังเมื่อทีมชาติในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยนักเตะอายุน้อยที่ฟอร์มกำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ และนักเตะสโมสรชั้นนำของลีกเริ่มกลับมาเป็นนักเตะท้องถิ่นบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเพราะการพัฒนาศูนย์เยาวชนของตัวเองหรือการถูกแบนการซื้อขายของทีมเชลซีที่จำเป็นต้องปั้นนักเตะท้องถิ่นขึ้นมาจนทีมมีความแข็งแกร่งในปัจจุบัน นั่นก็ทำให้ทีมของเกเร็ต เซาท์เกตอาจจะไปถึงฝันที่รอคอยมานานของพวกเขาอีกครั้งหนึ่งในที่สุด

post

ใครจะเป็นเจ้าของบัลลงดอร์ 2018

                 โลกฟุตบอลปี 2018 ถือว่ามีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง ทั้งแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีก 3 สมัยซ้อนของรีลมาดริด แชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ของฝรั่งเศสในรอบ 20 ปี รวมถึงการย้ายทีมครั้งล่าสุดของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และสถิติค่าตัวผู้รักษาประตูแพงที่สุดของอลิสสัน เบ็คเกอร์ ที่อยู่ได้ไม่กี่วันก็ถูกทำลายโดยการเซ็นสัญญาของเคป้า อาริซาบาลาก้า ที่ย้ายจากแอธเลติก บิลเบา ไปสู่เชลซี ด้วยค่าตัว 71 ล้านปอนด์ ผิดกับสถิติค่าตัวผู้รักษาประตูแพงที่สุดในสุดในโลกของจานลุยจิ บุฟฟ่อน ที่รักษาสถิติยาวนานถึง 16 ปีเลยทีเดียว เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาแก่โลกฟุตบอลแบบติดต่อกันให้แฟนบอลแทบไม่ได้หายใจยังไงยังงั้น

อย่างไรก็ตาม ก็มีคำถามว่า “แล้วใครจะเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของยุโรปปีนี้ล่ะ?” จริงอยู่ว่าลูก้า โมดริช ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลกไปแล้ว (Adidas Golden Ball Award) จากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ที่พาทีมชาติโครเอเชียเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แล้วฟุตบอลสโมสร กัปตันทีมชาติโครเอเชียคนนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในการพารีลมาดริดได้แชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกส์เช่นกัน เรียกได้ว่าครบเครื่องทั้งฟุตบอลอาชีพและการรับใช้ชาติ แต่ถึงอย่างนั้น ใครกันนะที่ครบเครื่องยิ่งกว่า ที่เป็นส่วนสำคัญในการพารีลมาดริดคว้าแชมป์ แถมยังคว้าถ้วยเวิลด์คัพอีกด้วย เขาคนนั้น ก็คือ “ราฟาเอล วาราน” ไงล่ะครับ ที่เป็นกองหลังชั้นเทพ เชิงบอลไม่เป็นรองใครของทีมชาติฝรั่งเศส แปลกดี เก่งขนาดนี้ยังเงียบ ๆ แต่ติดโผรายชื่อผู้เข้าชิงบัลลงดอร์อยู่ เพียงแต่คะแนนมันน้อยเกินไป สำหรับอันดับ 4 ถึง 10 ได้แก่ 4.อองตวน กรีซมันน์: 72 คะแนน 5. ลีโอเนล เมสซี่: 55 คะแนน 6. คีเลียน เอ็มบัปเป้: 43 คะแนน 7.เควิน เดอบรอยน์: 28 คะแนน 8. ราฟาเอล วาราน: 23 คะแนน 9.  อาซาร์: 15 คะแนน และ 10. รามอส: 12 คะแนน แล้ว 3 อันดับแรก ที่จะประกาศสิ้นเดือนสิงหาคมนี้จะเป็นใคร? ให้เดาก็น่าจะมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลูก้า โมดริช และอีกคนก็น่าจะเป็นโมฮาเหม็ด ซาล่าห์ จากฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรง พาอียิปต์ไปฟุตบอลโลกในรอบ 28 ปี และเป็นส่วนสำคัญในการช่วยต้นสังกัด “ลิเวอร์พูล” เข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยหูใหญ่ยุโรป 2018 

ในอดีตที่ผ่านมานานหลายปี ผู้เล่นที่เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลกแล้ว จะไมได้รับรางวัลบัลลงดอร์ ที่เห็นว่าเหมาทั้ง 2 รางวัลเลย ก็เห็นมีแต่ “เปาโล รอสซี่” ในปี 1982 เพียงคนเดียวเท่านั้น ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ผู้เล่นที่ดีที่สุด โดดเด่นที่สุดในปีนั้นจะได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ หรือแบ่งกันก็ได้ถ้าสมเหตุผล เช่น ปี 2006 ซีเนอดีน ซีดาน เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟุตบอลโลก ส่วน ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ก็เป็นกัปตันทีมชาติอิตาลีที่คว้าแชมป์โลกไปในปีนั้น แต่ปี 2018 นี้ก็ต้องมาดูกัน จริง ๆ ถ้าให้ว่ากันตรง ๆ เลย ราฟาเอล วาราน, อองตวน กรีซมัน สมควรเป็น 3 คนสุดท้ายที่ได้เข้าชิงบัลลงดอร์มากกว่าหรือไม่ เพราะกรีซมันเองก็ช่วยแอต.มาดริดคว้าแชมป์ยูโรป้า ทั้งยิง 4 จ่าย 2 ในบอลโลก แถมยังช่วยแอต.มาดริดโค่นรีลมาดริดในฟุตบอลชิงแชมป์ยูฟ่าซูเปอร์คัพอีกต่างหาก 

คือถ้าบัลลงดอร์ ไม่ได้วัดกันที่ผลงานในสนาม แต่เน้นบารมี ความเป็นซูเปอร์สตาร์ ก็บอกกันตรง ๆ เลยดีกว่า อย่างนั้นยังพอรับได้ แต่คนที่ควรได้กลับไม่ได้ขึ้นไปยืนบนแท่น อย่างนี้มันไม่สมควรเลยจริง ๆ