post

อูไน เอเมรี โจทย์นี้ยากเหลือเกิน

สโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลคือหนึ่งในสโมสรชั้นนำของเกาะอังกฤษรวมทั้งโลกนี้ เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมีความสำเร็จมากมายทั้งยังมีสไตล์ฟุตบอลเร็วอันเป็นเอกลักษณ์ อาร์เซนอลเคยมียุครุ่งเรืองสุดขีดอยู่ในระดับแชมเปียนส์ยาวนานหลายปีแต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรในช่วงปีหลัง ๆ แม้จะมีแชมป์ติดมือบ้างประปรายแต่แชมป์ลีกสูงสุดคือความสำเร็จที่พวกเขาห่างเหินมานาน แถมการได้เล่นถ้วยใบเล็กของยุโรปอย่างรายการยูโรปาลีกสองปีติดกันเรียกได้ว่าเป็นความล้มเหลวอย่างไม่น่าให้อภัยสำหรับทีมระดับนี้

การเข้ามารับงานต่อจากกุนซือมาสเตอร์พีชอย่างอาร์แซน เวนเกอร์ไม่ใช่งานที่ง่ายเลยสำหรับอูไน เอเมรีการเปลี่ยนแปลงสโมสรที่กลายเป็นเสือกระดาษไปแล้วให้กลับมาเป็นเสือจริง ๆ คือโจทย์ที่ต้องใช้องค์ประกอบเอื้อเฟื้อกันหลายด้าน ทั้งปัจจัยด้านเงินทุน ผู้เล่นที่เข้าใจปรัชญาการทำทีม และแฟนบอลที่คอยหนุนหลัง ทั้งหมดที่กล่าวมาไม่มีข้อใดส่งเสริมกุนซือมันสมองชาวสเปนเลย สโมสรให้เงินทุนในการสร้างทีมแค่หยิบมือน้อยยิ่งกว่าทีมระดับกลางค่อนล่างแต่ต้องการผลงานคุณภาพซึ่งไม่ว่าใครก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เปรียบกับโครงการก่อสร้างระดับเมก้าโปรเจ็คแต่เงินจ้างพอทำแค่บ้านชั้นเดียวซึ่งไม่แฟร์สำหรับคนทำงาน ตรงนี้อูไนเองเคยให้สัมภาษณ์ตัดพ้อกับสื่อเช่นกันว่าอาร์เซนอลในตอนนี้สามารถทำได้เพียงยืมตัวนักเตะใช้งานเท่านั้นเพราะไม่มีงบประมาณพอจะซื้อนักเตะดี ๆ ได้ ในส่วนนักเตะที่มีอยู่จำกัดก็เวียนกันเข้าโรงหมอเป็นว่าเล่นแถมดาวดังของทีมอย่างเมซุต โอซิล เฮนริค มคิทาร์ยาน เอคตอร์ เบเยรินยังไม่เข้าใจปรัชญาการทำทีมในฉบับของเขาอีกต่างหาก ส่วนผู้เล่นคนที่สิบสองอย่างแฟนบอลเองก็ไม่หนุนหลังเลยพวกเขารอความสำเร็จไม่ได้อีกต่อไปทั้งยังกดดันให้ทำทีมที่ไม่พร้อมนี้ไปสู่แชมป์ให้ได้โดยเร็ว ยิ่งในยามที่ทีมร่วงลงมาอยู่ในอันดับห้าถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแซงขึ้นไปรั้งอันดับสี่แฟนบอลกลุ่มใหญ่เรียกร้องให้สโมสรปลดอูไน เอเมรีแล้วดึงอาร์แซน เวนเกอร์กลับมาด้วยซ้ำซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่าจนถึงตอนนี้ทีมอย่างอาร์เซนอลก็ยังก้าวไม่พ้นเงาของอาร์แซน เวนเกอร์อยู่ดี

ตอนนี้อูไน เอเมรีอาจทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการน้อมรับคำวิจารณ์ต่าง ๆ อย่างอดทน โดยประวัติแล้วเขาไม่ใช่ผู้จัดการที่ทำผลงานในบอลลีกได้ดีนัก แต่กับบอลถ้วยโดยเฉพาะยูโรปาลีกไม่มีใครปฏิเสธว่าเขาคือเซียนถ้วยนี้อย่างแท้จริงและมันเป็นทางลัดที่ดีที่สุดสำหรับการแก้ไขทุกปัญหาในสโมสรอาร์เซนอล ดังนั้นทีมดังจากนอร์ธลอนดอนจึงไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากสู้เต็มสูบเท่านั้นในรายการนี้ สุดท้ายแล้วหากฤดูกาลนี้จบลงด้วยการที่อูไนพาทีมปืนใหญ่เถลิงแชมป์ถ้วยเล็กของยุโรปได้อย่างที่ตั้งใจวันนั้นคงจะเป็นจุดเริ่มที่สโมสรแห่งนี้จะก้าวออกจากเงาของอาร์แซน เวนเกอร์จริง ๆ เสียที

post

อาร์เซน เวงเกอร์ ลาออก หรือ ถูกไล่ออก?

สำหรับแฟนบอลพรีเมียร์ลีก และโดยเฉพาะแฟนบอลของทีมไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซ่นอล เดือนเมษายนปี 2018 คงจะเป็นปีที่มีความสำคัญและต้องจดจำไปอีกนานทีเดียว เพราะว่านี่คือปีที่ตำนานผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศส นามว่า อาร์แซน เวงเกอร์ ได้ประกาศลาออก ลงจากเก้าอี้ที่นั่งคุมทีมมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี ในที่สุดก็ปิดฉากความสำเร็จที่ยาวนานของเค้ากับสโมสร และยังเป็นการอำลาทีมแบบกะทันหันด้วย เนื่องจากเค้ายังเหลือสัญญาอีกถึง 1 ปี คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้น และมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในหมู่แฟนบอล ว่าเวงเกอร์นั้นได้สละตำแหน่งด้วยการลาออกอย่างเต็มใจ หรือทว่านี่คือการถูกไล่ออกจากตำแหน่งอย่างกะทันหันกันแน่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเบื้องหลังกัน

ข้อมูลหลักฐานแรกจากแฟนบอล

หลักฐานที่มองเห็นได้จากแฟนบอล นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดในการวิเคราะห์ ดังเห็นได้จาก การที่มีแฟนบอลกลุ่มหนึ่งไม่พอใจเวงเกอร์มานานหลายปีแล้ว หลังจากที่เค้าทำได้แค่จบอันดับ 4 ของลีก และได้เพียงแชมป์ เอฟเอ คัพ เท่านั้น และไม่เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดเลยตั้งแต่ครั้งสุดท้ายเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว มีแผ่นป้าย ใบปลิว บอร์ด และกระดาษเล็กใหญ่ พร้อมข้อความว่า “Wenger Out” อย่างชัดเจน ชูกันจากสนามและบนที่นั่ง เกือบแทบทุกเกม ด้วยความไม่พอใจที่เค้าไม่ยอมลาออก และออกไปซะที  ที่จริงมีการโชว์ป้ายเช่นนี้จากแฟนบอลทั่วโลกผ่านทางข่าว ในสถานที่อื่น เช่น การเดินขบวนประท้วง หรือ การแข่งโอลิมปิก เรียกได้ว่าไม่เกี่ยวอะไรกันเลย แต่แฟนบอลก็ยังหาโอกาสไล่เวงเกอร์เรื่อย ๆ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ จำนวนแฟนบอลในสนามที่น้อยลง ๆ และไม่มาชมเกมในปีหลัง ๆ เพราะเหนื่อยหน่ายกับผลงานทีม

ผลงานในสนาม

หลักฐานที่น่าคิดอีกเรื่องคือ ถึงแม้ว่าจะมีแฟนบอลที่ภักดิ์ดีและรักในตัวของเวงเกอร์มากไม่เปลี่ยนแปลง แต่ผลงานในสนามที่แย่มากและแย่ลงขนาดที่ทำสถิติสุดห่วยมากมายในปีหลัง ๆ มันทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะถูกไล่ออก เพราะความกดดันอยู่แล้ว เช่น การไม่ได้ไปแข่งในรายการ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีกติดต่อกันถึง 2 ปี เป็นครั้งแรกในรอบนับสิบปี ซึ่งการคว้าอันดับ 4 ของเวงเกอร์เสมอ ๆ เคยเป็นเหมือนกำแพงด่านสุดท้าย ช่วยให้เค้ามีข้ออ้าง และทำเงินรายได้จากการถ่ายทอดสดให้สโมสรและบอร์ดบริหารเสมอ และที่สำคัญในปีล่าสุด เราจะเห็นว่า สโมสรโดยการนำของ CEO อีวาน กาซิดิส ได้แต่งตั้งบุคคลสำคัญ 2 คน คือ ราอูล ซาห์เนลลี่ ผู้ดูแลอำนวยการด้านฟุตบอล และสเวน มิสลินทาท หัวหน้าแมวมองคนใหม่ทำหน้าที่ควานหาตัวตักเตะและซื้อมาร่วมทีม อันเป็นการแบ่งอำนาจและยึดอำนาจของเวงเกอร์ที่เคยคุมทั้งหมดมาล่วงหน้า

ทั้งหมดนี้ทำให้เรารวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ฟันธงได้เลยว่า สโมสรคงจะบอกเวงเกอร์ว่า จะให้คุณลาออกด้วยตัวเองในปีนี้ หรือหลังสิ้นฤดูกาลเราจะไล่คุณออกให้  คำตอบเรา ๆ คงจะเห็นกันชัดแล้ว