post

ฟิกาโย โทโมรี ปราการหลังดาวโรจน์จากเชลซี

แฟรงค์ แลมพาร์ด ได้ชื่อว่าเป็นกุนซือที่ชอบมอบโอกาสให้นักเตะดาวรุ่งลงสนาม และมักจะมองนักเตะไม่พลาดเสียด้วย เมื่อดาวรุ่งแต่ละคนล้วนตอบแทนความไว้วางใจด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม โดยหนึ่งในนั้นคือ “ฟิกาโย โทโมรี” ปราการหลังวัย 21 ปีที่ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมเต็มตัวในฤดูกาลนี้

ฟิกาโย โทโมรี เข้าร่วมทีมอคาเดมี่ของเชลซีในรุ่นอายุต่ำกว่า 8 ปี ก่อนจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมเยาวชนเชลซีชุดคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธคัพ และยูฟ่า ยูธลีก 2 ฤดูกาลติดเมื่อซีซั่น 2014-15 และ 2015-16 จนกระทั่งก้าวไปเป็นปราการหลังตัวหลักของทีมชาติอังกฤษชุดอายุต่ำกว่า 20 ปี ในศึกฟุตบอลโลกยู-20 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งอังกฤษคว้าแชมป์มาครองได้ในที่สุด

โทโมรี ถูกส่งประเดิมสนามพรีเมียร์ลีกในนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2015-16 ที่พบกับเลสเตอร์ ซิตี้ โดยถูกเปลี่ยนตัวแทนบรานิสลาฟ อีวาโนวิช ในตำแหน่งแบ็กขวา ก่อนที่ฤดูกาลถัดมาจะถูกยืมตัวไปเล่นให้กับไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน, ฮัลล์ ซิตี้ จนกระทั้งแฟรงค์ แลมพาร์ด ยืมตัวเขาไปเล่นให้ดาร์บี้ เคาน์ตี้ในลีกแชมเปี้ยนชิพทั้งฤดูกาล

ในฤดูกาล 2018-19 เซนเตอร์แบ็กวัย 20 ปี กลายเป็นกำลังหลักของทีมแกะเขาเหล็ก โดยลงสนามไปทั้งสิ้น 55 นัด ทำได้ 2 ประตู 1 แอสซิสต์ และ 14 คลีนชีต ช่วยให้ทีมจบในอับดับ 6 ได้เล่นเพลย์ออฟเพื่อเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก น่าเสียดายที่นัดเพลย์ออฟรอบไฟนัลไปพ่ายให้กับแอสตัน วิลล่า 1-2 แม้จะไม่อาจช่วยให้แกะเขาเหล็กเลื่อนชั้นได้สำเร็จ แต่โทโมรีก็ยังได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของดาร์บี้ เคาน์ตี้ ก่อนจะจูงมือผู้จัดการทีมกลับเชลซีหลังฤดูกาลสิ้นสุดลง

เมื่อพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20 เปิดฉากขึ้น โทโมรีเริ่มต้นด้วยการนั่งดูเพื่อนร่วมทีมอยู่ข้างสนามตลอด 3 นัดแรก ก่อนจะถูกส่งลงสนามในเกมที่ 4 กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แถมยังทำประตูแรกในเครื่องแบบเชลซีได้ในนัดถัดมากับวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส จากลูกยิงไกลกว่า 30 หลา ปราการหลังชาวอังกฤษเริ่มฉายแววการเป็นกองหลังชั้นยอดในการดวลกับลิเวอร์พูล เมื่อตามประกบโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ จนเล่นไม่ออกตลอดทั้งเกม และมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกกับอาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม จนกระทั่งโจ โคล อดีตปีกความเร็วสูงของเชลซี ยกย่องกองหลังรุ่นน้องว่ามีความคล้ายคลึงกับวิลเลี่ยม กัลลาส กองหลังแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัยติด

โทโมรี เป็นกองหลังที่มีร่างกายอันแข็งแกร่ง แม้จะมีความสูงถึง 1.85 เมตร แต่ก็มีความคล่องตัวและสปีดที่จัดจ้าน ถึงขนาดตามความเร็วของโมฮัมเหม็ด ซาลาห์ได้ทุกจังหวะ แถมยังมีความนิ่งเกินวัยในการดวลตัวต่อตัวกับกองหน้าคู่แข่ง จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ไปเรียบร้อย กลายเป็นนักเตะความหวังของเชลซีและทีมชาติอังกฤษในอนาคต       

post

เกปา อาร์ริซาบาลากา บอกโลกว่าข้าอยู่เป็น

เชลซีคือหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เป็นสโมสรซึ่งปฏิวัติหลาย ๆ สิ่งของแนวทางฟุตบอลสมัยใหม่ทั้งรูปแบบการเล่นฟุตบอลแบบเน้นผล การใช้เม็ดเงินทุ่มซื้อความสำเร็จ การให้ค่าเหนื่อยมหาศาลล่อใจนักเตะชื่อดัง สิ่งเหล่านี้นำเข้าโดยสโมสรฟุตเชลซีเป็นแห่งแรกจากนั้นสโมสรน้อยใหญ่ต่างก็ต้องดำเนินตามแนวทางนี้แทบทั้งสิ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่เชลซีเป็นแห่งแรกและผู้คนต่างยกให้เชลซีเป็นมาสเตอร์ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่กล่าวไป ผู้คนล้วนจดจำภาพของทีมที่เปลี่ยนผู้จัดการทีมทุก ๆ สองปี ทีมที่นักเตะรวมหัวกันแกล้งเล่นฟุตบอลแบบไร้ใจเพื่อเลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการทีมอันไม่เป็นที่ต้องการ นั่นคืออาการที่ภาษาฟุตบอลเรียกว่า “เตะไล่โค้ช” นั่นเอง

                การเล่นฟุตบอลไล่ผู้จัดการทีมถือเป็นความทุรยศที่เกิดขึ้นต่อตัวนักเตะเองและภาพรวมขององค์กรเพราะนั่นหมายถึงกลุ่มนักเตะเหล่านั้นยอมให้สโมสรต้นสังกัดคว้าน้ำเหลวทั้งยังยอมให้ตัวเองมือเปล่าไร้แชมป์ไปหนึ่งฤดูกาลเต็ม ๆ พฤติกรรมแบบนี้เป็นเนื้อร้ายในวงการฟุตบอลและถึงแม้หลายฝ่ายจะพยายามป้องกันไม่ให้เรื่องน่าอับอายเช่นนี้เกิดขึ้นแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการลงโทษทางวินัยเป็นรายบุคคล ก่อนหน้านี้ผู้จัดการทีมอย่างโจเซ่ มูรินโญ่ อาฟราม แกรนท์ ราฟาเอล เบนิเตซ และสด ๆ ร้อน ๆ อย่างอันโตนีโอ คอนเต้ต่างพาทีมคว้าแชมป์รายการต่าง ๆ ได้แต่ก็ไม่สามารถยืดระยะได้ยาวเกินกว่าสองปีโดยเฉพาะผู้จัดการทีมที่มีเรื่องระหองระแหงกับนักเตะขาใหญ่ประจำทีมไม่ว่าใครก็มีอันต้องเก็บข้าวของออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ล่าสุดกุนซือใหม่อย่างเมาริซิโอ ซาร์รี่เจอตอเข้าอย่างจังหลังจากทำผลงานสุดแกร่งไม่แพ้ใครตอนต้นฤดูกาลจนมาพ่ายยับต่อท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่จากนั้นความชื่นมื่นที่เคยมีในสโมสร ผลงานสุดสะเด่าที่สร้างไว้กลับตกต่ำอย่างน่าใจหาย จากอันดับสามที่มีคะแนนทิ้งห่างอันดับสี่กว่าเจ็ดคะแนนปัจจุบันทีมสิงโตน้ำเงินครามร่วงไปอยู่ที่หกทำท่าจะต้องได้ไปเล่นยูโรปาลีกในฤดูกาลหน้าอีกปีแถมซาร์รี่ยังงัดข้อกับลูกทีมอีกหลายคนโดยเฉพาะ   เกปา อาร์ริซาบาลากาผู้รักษาประตูค่าหัวสถิติโลกที่สร้างเหตุการณ์ฉาวสนั่นโลกฟุตบอล โดยเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมนัดชิงคาราบาวคัพที่พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี เจ้าหนุ่มเกปามีอาการเป็นตะคริวที่น่องในช่วงท้ายเกมจรดไปจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษทีมแพทย์สนามเข้าไปดูอาการและลงความเห็นว่าควรเปลี่ยนตัวออกเพราะเกมเสมอกันแบบยืดเยื้อนั้นต้องจบลงที่การดวลจุดโทษ ผู้รักษาประตูที่สมบูรณ์กว่าอย่างวิลลี่ กาบาเยโร่จึงจะถูกส่งลงไปแทน ทว่า…เกปาไม่ยอมออกจากสนาม การโบกไม้โบกมือพัลวัลพร้อมทั้งตะโกนว่า “No” ดึงเวลาร่วมสามนาที ผู้ตัดสินรวมทั้งทีมงานแมนเชสเตอร์ ซิตีก็รอให้ทีมเชลซีตัดสินใจกันเองสุดท้ายเกปาไม่ยอมออกจากสนามจริง ๆ และเมาริซิโอ ซาร์รี่ฉุนจัดที่ลูกทีมขัดคำสั่งจนแทบพังสนามแข่งได้

                สุดท้ายเชลซีพ่ายในการดวลจุดโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตีรับแชมป์แรกของเกาะอังกฤษในฤดูกาลนี้ไป เกปา อาร์ริซาบาลากาถูกสโมสรสั่งปรับเงินและถูกดร็อปไปนั่งข้างสนามหนึ่งเกม เมาริซิโอ ซาร์รี่ปกป้องลูกทีมด้วยการให้สัมภาษณ์ว่าเป็นเพียงการเข้าใจผิดกัน ส่วนแฟนบอลถล่มนายด่านชาวสแปนิชยับในขณะเดียวกันก็ปลงใจกันแล้วว่าปีหน้าเชลซีต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมใหม่อีกเป็นแน่เพราะขนาดนักเตะใหม่ที่สั่งนำเข้ามาด้วยตัวเองอยู่สโมสรนี้เพียงแปปเดียวก็รู้จักเลื่อยขาเก้าอี้นายใหญ่เสียแล้ว