post

ปาเกต้า&เปียเต็ก คู่หูเด็กมหาประลัย

เอซี มิลานทีมยักษ์หลับแห่งเมืองหลวงของอิตาลีเคยเป็นทีมที่อยู่ในระดับเดียวกับเรอัล มาดริด บาร์เซโลน่า บาร์เยิร์น มิวนิค และยูเวนตุสเคยสร้างความครั่นคร้ามให้กับคู่แข่งเสมอโดยเฉพาะฟุตบอลรายการยุโรปทีมใดถูกจับคู่มาเจอกับมิลานถือว่าเป็นคราวเคราะห์อย่างแท้จริง แต่ช่วงเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมาด้วยพิษเศรษฐกิจประกอบกับนักเตะในอะคาเดมี่ไม่สามารถพัฒนาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ทีมปิศาจแดงดำจึงอยู่ในยุคแช่แข็งมาตลอด จนเมื่อกลางฤดูกาลนี้เองที่นโยบายในตลาดซื้อขายนักเตะของมิลานเริ่มผลิดอกออกผล ทีมใหญ่ทีมนี้กำลังเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งอย่างมีอนาคต

“แฟนบอลมิลานลืมกาก้าไปได้เลย” นี่คือคำพูดอหังการมาก ๆ ของเด็กหนุ่มวัยแค่21ปีซึ่งไม่เคยผ่านสมรภูมิฟุตบอลยุโรปแม้แต่เกมเดียว เมื่อถอดความจากถ้อยคำนี้ถ้าไม่มั่นใจในฝีเท้าตัวเองมาก ๆ ก็ขี้โม้แหง ๆ ซึ่งดูแล้วเจ้าหนุ่มลูคัส ปาเกต้าจากบราซิลผู้นี้คืออย่างแรกมากกว่าเพราะเพียงแค่เกมแรกที่ลงสนามเขาก็โชว์ทักษะอันเหลือล้นทั้งการจ่ายบอลที่แม่ยำการครอบครองบอลอันเหนือชั้นหรือแม้แต่การแย่งบอลจากคู่แข่งลีลาทั้งหลายเหล่านี้ทำเอาสปอตไลท์ทุกดวงส่องแสงลงไปที่ตัวเขาจนนักเตะคนอื่นในสนามแทบอับแสงไปเลย ไม่แปลกที่เขาจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับริคาร์โด้ กาก้าดาวดังระดับตำนานของสโมสรเอซี มิลานและทีมชาติบราซิลเพราะรูปร่างหน้าตา ลีลาการเล่นและตำแหน่งที่เล่นนั้นคล้ายคลึงกัน ส่วนอีกคนที่ย้ายมาทีหลังและเคมีเข้ากันกับปาเกต้านั่นก็คือ เคอร์ซีสตอฟ เปียเต็กเจ้าหนุ่มพูดน้อยต่อยหนักที่มาถึงก็บอกเพียงแค่ดีใจที่ได้ย้ายมาร่วมทีม แต่ผลงานนี่สินับว่าจัดหนักเพราะสี่เกมแรกที่ลงสนามในสีเสื้อมิลานเจ้าตัวกระซวกไปทันทีสี่ประตูแถมยังถล่มประตูอย่างต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ แน่นอนเขาถูกยกไปเปรียบเทียบกับอังเดร เชฟเชนโก้กองหน้าเพชรฆาตจากยูเครนตั้งแต่ครั้งยังสวมยูนิฟอร์มของเจนัวการได้ย้ายเข้าสู่ถิ่นซาน ซีโร่ของเขาจึงเป็นดังฝันของสาวกรอสโซเนรี่

ทั้งร่างจำแลงของกาก้าและเชฟเชนโก้กลายเป็นนักเตะของมิลานทั้งคู่ เมื่อร่วมผนึกกำลังกับเจ้าเด็กห้าวทั้งหลายอย่างฟร็องค์ เคสซี่ พาทริค คูโตรเน่ ซามู คาสติลเญโฆ่ ดาวิเด้ คาราเบรีย ชูโซ่ อเลสซานโดร โรมัญโญลี่และจิอันลุยจิ ดอนนารุมม่าทีมปิศาจแดงดำเวลานี้จึงคะนองหนัก จากที่เคยตามหลังอันดับสี่ในลีกถึงเจ็ดแต้มตอนนี้แซงหน้าคู่แค้นอย่างอินเตอร์ มิลานขึ้นไปยืนอยู่ตำแหน่งนั้นจนได้ ต้องบอกว่ามิลานทีมนี้เป็นทีมแห่งอนาคตอย่างแท้จริงนักเตะวัยหนุ่มเหล่านี้ยังพัฒนาได้อีกไกลและบางคนอาจไปได้ไกลกว่าเชฟเชนโก้หรือกาก้าด้วยซ้ำดังนั้นไม่ว่าทีมใดอย่าได้ประมาทเอซี มิลานตอนนี้เลยเชียว

post

ความพยายามครั้งใหม่ของเอซีมิลานในปี 2018

               เอซีมิลาน จากอดีตอันเกรียงไกร คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกส์มากที่สุดของกัลโช่ เซเรียอา มาบัดนี้ตั้งแต่ประสบปัญหาการเงินจนต้องปล่อยนักเตะตัวหลักออกจากทีมทีละคน ที่ตราตรึงใจแฟนบอลทั่วไปก็ปล่อยกาก้าไปรีลมาดริด หรือคิดผิดพลาดไปปล่อยตัวอันเดรีย ปีร์โล่ให้ยูเวนตุส ช่วงเวลาต่อ ๆ มาก็ซื้อตัวแบบผิดตัว จะเอาเกรดA ดันกลายเป็นประเภท B หรือ B+ บ้าง ซึ่งเวลาผ่านมาในช่วง 2013-2015 ถ้าติดตามกันบ้างก็พอจะรู้ผลงานนักเตะเหล่านี้ในสีเสื้อแดงดำเป็นอย่างไร เช่น เฌเรมี่ เมเนซ, อันเดรีย โปลี่, อเลสซิโอ แชร์ซี่, เคซึเกะ ฮอนดะ, คริสเตียน ซาปาต้า, เฟอร์นันโด ตอร์เรส, มิคาเอล เอสเซียง ฯลฯ ซึ่งนักเตะที่ได้มาและท่าทางพึ่งพาได้เห็นจะมีเพียง ซูโซ่, โบนาเวนตูร่า, ดอนนารุมม่า และโรมันโญลี่ ที่ปัจจุบันนี้ยังอยู่กับสโมสร ส่วนพวกศูนย์หน้าที่น่าจะฝากความหวังไว้ได้อย่าง คาลอส บัคก้า, สเตฟาน เอลชาราวี, เอ็มบาย เนียง และอันเดร ซิลวา กลับต้องย้ายทีมออกไปอย่างน่าเสียดาย จริง ๆ เอลชาราวี และเนียง น่าจะฝากฝังอนาคตได้แท้ ๆ แถมไม่มีความต้องการย้ายออกจากถิ่นซาน ซีโร่ แต่จำใจต้องลาจากเสื้อสีแดงดำที่พวกเขารัก ในรายของเอลชาราวีตอนนี้ก็กำลังไปได้ดีกับโรม่า ส่วนเนียงต้องระหกระเหินเร่ร่อน 4 ปี 4 ทีม ทั้งถูกปล่อยยืมตัวไปมงต์เปลิเยร์ เจนัว วัตฟอร์ด และเมื่อปีที่แล้วก็มาลงเอยด้วยสัญญายืมตัวกับโตริโน่ และถูกทีมกระทิงหินซื้อขาดไปด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโรนี่เอง ยิ่งรายของอันเดร ซิลวา ที่ฟอร์มการเล่นเมื่อฤดูกาลก่อนไม่ดีเอาเสียเลย ย้ายไปเซบีย่า นัดแรกกดแฮททริกให้ต้นสังกัดใหม่แห่งแคว้นอันดาลูเซียโชว์ทีมเก่าไปเรียบร้อย 

เวลานี้นี้เพิ่งเริ่มต้นฤดูกาล 2018/2019 เพิ่งผ่านเกมส์กับนาโปลีและพ่ายแพ้ไปทั้งที่ออกนำไปก่อน 2 ประตูแท้ ๆ ยังถูกทวงคืนตั้ง 3 ลูก ซึ่งประตูที่เสียทั้งหมดนี้ถือเป็นความผิดพลาดของกองหลังทั้งหมดเลย ลูกแรกปล่อยนักเตะนาโปลีแต่งลูกจนยิงได้ ลูกสองเสียเพราะบากาโยโก้ที่เพิ่งยืมมาจากเชลซีดันโหม่งไปเข้าทางฝั่งตรงข้ามที่รอหน้ากรอบยิงเข้าไปซะงั้น ลูกสามยิ่งแสดงความอ่อนด๋อยของแนวรับมิลานออกมาให้เห็น จากการถูกจ่ายเลียดหน้าปากประตู เสา1ไปเสา2 ให้ดรีส เมอร์เท่น ทำประตูชิง 3 คะแนนไปหน้าตาเฉย ส่วนอิกวาอินที่ได้มาจากยูเวนตุสด้วยสัญญายืมตัว (พร้อมทั้งสิทธิ์ซื้อขาด) กลับแสดงความโดดเด่นออกมาไม่ได้ สรุปแล้ว หลายปีมานี้ ผู้เล่นใหม่ที่มิลานซื้อมาร่วมทีมใช้ไม่ค่อยจะได้เลย กลายเป็นเด็กปั้นที่จะดูดีเสียกว่า ทั้งแพททริค คูโตรเน่, ดาวิเด้ คาลาเบรีย, และอาจจะรวมถึงมานูเอล โลคาเตลลี่ ที่ถูกปล่อยยืมไปซาสซูโอโล่ อีกด้วย (ประตูของโลคาเตลลี่วัย 18 ปี เมื่อเดือนกันยายน 2016 ที่ยิงเป็นประตูโทน เอาชนะยูเวนตุส ตามจริงเวลานี้เขาควรเป็นสตาร์ประจำทีมแดงดำไปแล้วด้วยซ้ำ) 

เหมือนกับมิลานทีมนี้ที่เคยยิ่งใหญ่ถูกคำสาป ซื้อใครมาก็ไม่เวิร์ค ขายบัคก้า ขายอันเดร ซิลวา ก็ไปฟอร์มดีกับทีมที่ได้ไปซะอีก มิลานจะผ่านยุคที่ซบเซานี้ไปได้หรือไม่ สังเกตอีกอย่าง บอร์ดบริหารชุดนี้ของรอสโซเนรี่จะชอบจ้างกุนซือประเภทนักเตะเก่าแต่เป็นมือใหม่มาคุมทีม อย่างอินซากี, เซดอร์ฟ ตอนนี้ก็กัตตูโซ่ที่กุมบังเหียนอยู่ ตรงนี้น่าจะเป็นคำตอบกระมัง ที่ทุ่มตัวนักเตะ ดันลืมจัดโค้ชเก่ง ๆ มาด้วย แต่งานนี้ก่อนจะรู้ผล รอดูนักเตะใหม่ที่ยังไม่ลงซะก่อนอย่าง อเลน ฮาลิโลวิช กับกาสติเญโฆ่ เสียก่อนน่าจะดีกว่า