post

โอกาสที่โซลชาได้รับจากปีศาจแดงและการตอบแทนจากทายาทอสูร

หากพูดถึงผู้เล่นในตำนานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงเป็นต้องเป็นยุคปี 90 อย่างเช่นเดวิด เบ็คแฮม แกรี่และฟิล เนวิลล์ หรือพอล สโคลส์กับไรอัน กิ๊กส์ แต่สุดท้ายแแล้วคนที่มีโอกาสได้คุมทีมปีศาจแดงกลับมีเพียงไรอัน กิ๊กส์และโอเล กุนนาร์ โซลชาเท่านั้น โดยชื่อของโซลชาถือเป็นตำนานอีกคนหนึ่งและคนที่ยิงประตูในนัดชิงชนะเลิศในรายการยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก จนทำให้ทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันสามารถคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ได้เป็นครั้งแรกในช่วงที่เขาคุมทีมนั่นเอง ซึ่งโซลชาถือเป็นคนสำคัญที่ทำให้ทีมผีแดงดูมีอนาคตขึ้นมาอีกครั้งและถือว่าได้รับโอกาสมากกว่าผู้จัดการทีมคนก่อน ๆ ทั้งการซื้อขายนักเตะและคำปกป้องจากเหล่าตำนานปีศาจแดงด้วยกัน

การซื้อขายในสมัยของโซลชาที่ต่างกับยุคโชเซ่ มูรินโญ่

แม้ว่าสมัยของโชเซ่ มูรินโญ่จะสามารถซื้อตัวนักเตะค่าตัวแพงอย่างโรเมโอ ลูกากูหรืออเล็กซิส ชานเชส แต่ทว่านั่นคือเรื่องในสองฤดูกาลแรก เพราะในฤดูกาลที่สามเขากับแฟนบอลมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกันมากจนในที่สุด มูรินโญ่ก็ไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารอย่างเต็มตัว จนทำให้เขาไม่ได้ผู้เล่นในตำแหน่งกองหลังคนใหม่ในฤดูกาลสุดท้ายของเขา ก่อนที่มูรินโญ่จะต้องออกจากทีมไปในช่วงกลางฤดูกาลเท่านั้น

คนที่มาแทนมูรินโญ่ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็นอดีตตำนานกองหน้าของทีมอย่างโอเล กุนนาร์ โซลชานั่นเอง และเขาก็ทำผลงานได้ดีตั้งแต่ปีแรก จนได้รับความสนับสนุนจากผู้บริหารจนสามารถคว้านักเตะอย่างเดเนียล เจมส์ และกองหลังที่เป็นเป้าหมายตั้งแต่สมัยของมูรินโญ่อย่างแฮร์รี่ แมกไกวร์จากสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้เข้าสู่ทีมในที่สุด ก่อนที่ทีเด็ดประจำฤดูกาลนี้อย่างบรูโน่ เฟอร์นานเดสจะถูกซื้อมาในช่วงตลาดซื้อขายฤดูหนาวช่วงเดือนมกราคมนั่นเอง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาได้รับการสนับสนุนจากสโมสรเต็มที่ แม้ว่าบางช่วงที่ทีมของเขามีผลงานไม่ดีอยู่เหมือนสมัยโค้ชคนก่อน ๆ

คำปกป้องจากเหล่าตำนานปีศาจ 

ด้วยความเป็นตำนานของทีมทำให้มีคนเกรงใจผู้จัดการหน้าเด็กคนนี้มากกว่าผู้จัดการคนอื่นที่ในสายตาแฟนบอลถือว่าเป็นคนนอกไม่ได้มีดีเอนเอปีศาจแบบเขา หลายต่อหลายครั้งที่ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำผลงานได้ไม่ดี คำวิจารณ์จากเหล่าตำนานส่วนใหญ่มักจะลงไปที่ตัวนักเตะเสียมากกว่าจะเป็นตัวของโซลชาเอง ไม่ว่าจะเป็นแกรี่ เนวิลล์หรือรอย คีน ที่เป็นนักวิจารณ์ปากกล้าก็ไม่ได้พูดทิ่มแทงในตัวกุนซือคนนี้เท่าไหร่นัก หรือแม้แต่บอกให้แฟนบอลใจเย็นเพื่อให้โอกาสเขาในการคุมทีม ซึ่งคำพูดเหล่านี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นเลยในสมัยเดวิด มอยส์ ซึ่งเป็นคนที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเป็นคนเลือกเองกับมือด้วยซ้ำ

จากการปกป้องและการสนับสนุนเหล่านั้นทำให้เขากลายเป็นคนที่ทำให้ทีมปีศาจแดงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และทำผลงานได้ดีขึ้นในฤดูกาล 2019/2020 อย่างที่แฟน ๆ ไม่เคยรู้สึกมานานแล้ว รวมถึงวิธีการทำทีมที่คล้ายกับอาจารย์เฟอร์กี้ของเขาที่ใช้เด็กเยาวชนของทีมมาผสมกับนักเตะรุ่นใหญ่ของทีมจนเป็นสูตรสำเร็จให้ความแชมป์รายการต่างๆ มากมาย และทุกคนก็ยังคงหวังว่าโซลชาอาจจะเป็นผู้สืบทอดทายาทปีศาจ และตอบแทนในสิ่งที่หลายต่อหลายคนสนับสนุนเขานับตั้งแต่แรกวันแรกนั่นเอง

มองวาเลนไทน์ในสนาม เช็คดูโอ้แข้งผีแดง สองคู่ตำนานกระหึ่มทั้งโลก

วาเลนไทน์ผ่านไปแล้ว หลาย ๆ คนคงต้องนึกถึงเรื่องความรักหนุ่มสาวเป็นหลัก แต่ในขอบสนามก็ไม่เว้นเช่นกัน หลังจากที่หลายต่อหลายทีม มีแข้งที่เป็นคู่ดูโอ้ที่เล่นในสนามได้อย่างเข้าขา ถึงพริกถึงขิง แค่มองตาก็รู้ว่าอีกคนนั้นจะทำอะไรต่อไป

บทความนี้จะมาอัพเดทคู่ดูโอ้ในสนามของทีมผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เราจะมาดูแม้กระทั่งในส่วนการบริหารของทีมผีแดง ที่สามารถพาทีมเข้าสู่ยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุด  อย่างคู่หูที่เป็นเทรนเนอร์ของทีมอย่าง “แมตต์ บัสบี้” เข้ามาคุมทีมและมีผู้ช่วยอย่าง “จิมมี เมอร์ฟี” ในการคุมทีมผีแดงยุค 1946 ซึ่งใครจะคิดว่าก่อนหน้านี้ทีมผีแดงยังไม่ได้คว้าแชมป์มากว่า 35 ปี เลยทีเดียว แต่เมื่อทั้งสองเข้าในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีม ทั้งสองสามารถที่จะปฏิวัติทีมผีแดง จนสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้

จอร์จ เบสต์, เดนิส ลอว์ และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ก็เป็นสามคู่หูสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถทำผลงานในสนามได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งทั้งสามรายนั้นต่างก็เป็นแข้งของอะคาเดมีของ แมตต์ บัสบี้ และ จิมมี เมอร์ฟี กระทั่งเดนิส ลอว์ สามารถคว้ารางวัลบาลงดอร์ มาครองได้ในปี 1962 โดยสถิติเมื่อทั้งสามลงสนามแล้ว สามารถที่จะทำประตูกว่า 665 ประตู เลยทีเดียว

ต่อมาเป็นในรายของไรอัน กิกส์ ปีกพ่อมดชาวเวลล์ กับ เจ้าพ่อการวางบอลยาวอย่างพอล สโคลส์ อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ที่ทั้งสองเล่นได้อย่างยาวนานกับสโมสรแห่งนี้ ซึ่งเซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตันเอง ก็ยังออกมาเปรยว่า เขารู้สึกชื่นชมในผลงานของทั้งสองเมื่อยามที่ลงสนามด้วยกัน ทั้งสองแข้งเล่นได้อย่างเข้าใจลึกซึ้งเป็นอย่างมาก และนัดที่เร้าใจที่สุดนั่นคือการที่ทั้งสองช่วยให้ทีมผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะทีมสเปอร์ แล้วสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษได้สำเร็จในปี 2002/2003

แอนดี้ โคล และ เดอะไวท์ ยอร์ค สองตัวผู้เล่นตัวฉมังเวทย์ ที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงรู้จักกันดี สามารถสร้างสถิติในการทำประตูได้อย่างถล่มทลาย และถือเป็นกองหน้าที่เข้าขาที่สุดที่เคยมีมา แม้ว่าทั้งสองแข้งอยู่ในสนามฝึกซ้อมจะไม่เข้าขาเท่าไหร่ แต่เมื่อยามลงสนาม กลับเป็นคู่เท้าที่อันตรายมากที่สุดของทีมผีแดงก็ว่าได้ จากผลงาน 53 ประตูที่ทั้งคู่ได้ทำร่วมกัน ถือเป็นสิ่งที่สามารถสร้างทีมผีแดงให้รู้จักกันทั่วโลกมาจนทุกวันนี้

คู่สุดท้ายเป็นคู่ของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เนม่านย่า วิดิช สองแข้งปราการหลังที่ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดของทีม   ทีมผีแดงในยุคนั้น เรียกได้เลยว่าแข็งแกร่งทั้งรับและรุก จนสามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ในปี 2006-2009 ภายใต้การคุมทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก่อนที่จะวางมือลาวงการไป พร้อมผลงานที่สร้างความสำเร็จมากมายให้สโมสร