post

ศึกแดงเดือด จุดเปลี่ยนที่ปีศาจแดงต้องการ

เกมแดงเดือดหนล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นไป ก่อนลงสนามกูรูลูกหนังต่างยกให้ลิเวอร์พูลเป็นต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอยู่หลายช่วงตัวทั้งฟอร์มการเล่นและคุณภาพนักเตะ นับเป็นหนแรกในรอบหลาย 10 ปี ที่สื่อทุกสำนักฟันธงไปในทิศทางเดียวกันว่าหงส์แดงชนะแน่ แต่พอเอาเขาจริงปีศาจแดงเจ้าบ้านกลับเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนจากมาคัส แรชฟอร์ด ร้อนถึงผู้มาเยือนต้องโหมบุกอย่างหนักจนมาได้ประตูตีเสมอจากอดัม ลัลลานา ในช่วงก่อนหมดเวลา 5 นาที จบเกมทั้งคู่จึงแบ่งแต้มกันไป นอกจากจะหยุดสถิติชนะรวดของคู่อริตลอดกาลไว้ได้แล้ว นักเตะปีศาจแดงยังเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับมาได้อีกครั้ง โดยยังมีความหวังกลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกในปีหน้าอยู่ แทนที่จะมุ่งหน้าสู่แชมเปี้ยนชิพเหมือนหลายนัดที่ผ่าน ทั้งนี้ฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นผลมาจากความมุ่งมั่นของนักเตะและรูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไป

ตลอด 8 เกมในพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมาโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ติดตั้งระบบการเล่น 4-3-3 ให้ทีมปีศาจแดงมาทุกนัด โดยภาพรวมแล้วต้องบอกว่าไม่เวิร์คเอาเสียเลย แม้หลายนัดจะครองบอลเอาไว้ทั้งเกม แต่ก็ไม่สามารถเจาะแนวรับคู่แข่งเข้าไปทำประตูได้ ทั้งนี้เนื่องมาจากการขาดนักเตะตำแหน่งหมายเลข 10 ที่จะคอยสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตู โดยนักเตะหลายคนที่ถูกจับมารับบทบาทนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจสซี่ ลินการ์ด, ฮวน มาต้า หรือแม้แต่อันเดรียส เปเรย์รา ต่างก็สอบตกด้วยกันทั้งสิ้น จนกระทั้งกุนซือชาวนอร์เวย์ปรับมาใช้ระบบ 3-5-2 จึงทำให้ทีมมีความสมดุลขึ้น

โซลชาเลือกใช้ปราการหลัง 3 คน ในการหยุดสามประสานอันทรงประสิทธิภาพของลิเวอร์พูลจนแต่ละคนเล่นไม่ออก แถมการใช้อารอน วาน-บิสซาก้า และ แอชลีย์ ยัง ประจำการวิงแบ็กทั้งสองข้างยังสามารถหยุดการขึ้นเกมริมเส้นซึ่งเป็นอาวุธอันตรายของหงส์แดงได้อยู่หมัด ด้านเกมรุกนั้นการที่มาคัส แรชฟอร์ดมีคู่หูในแดนหน้า ยังช่วยให้ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษมีอิสระในการเคลื่อนที่มากกว่าตอนถูกสั่งให้ยืนโดดเดี่ยวในตำแหน่งหน้าเป้า จนสามารถหาพื้นที่ทำเกมรุกได้หลายต่อหลายครั้งรวมถึงยิงประตูได้ในที่สุด

นอกจากแท็คติกที่เปลี่ยนไปแล้ว ความมุ่งมั่นของนักเตะแต่ละคนก็มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมทำผลงานออกมาดี อาจเพราะด้วยศักดิ์ศรีเกมแดงเดือดที่ค้ำคอ เราจึงเห็นนักเตะปีศาจแดงทุกคนวิ่งไล่กดดันนักเตะหงส์แดงในทุกจังหวะ โดยเฉพาะเฟร็ด และเปเรย์รา ที่เคยถูกปรามาสมาตลอด กลับเล่นได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาดในเกมนี้

แม้จะมีฟอร์มโดยรวมที่ดี แต่ก็เป็นอีกเกมที่ปีศาจแดงไม่สามารถยิงประตูคู่แข่งได้เกิน 1 ลูก ระบบ 3-5-2 อาจไม่เหมาะในยามที่ต้องเจอกับทีมที่เน้นการตั้งรับ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นอันดีในการปรับรูปแบบเกมรุกมาเป็นการใช้กองหน้าคู่ แถมการได้อ็องโธนี่ มาร์ซิยาลกลับมาจากอาการบาดเจ็บ น่าจะช่วยให้แนวรุกปีศาจแดงมีตัวเลือกในการเข้าทำมากขึ้น                    

post

ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูดาวรุ่งทายาทปีศาจแดง

ดีน เฮนเดอร์สัน กลายเป็นผู้รักษาประตูที่ถูกจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ นับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วเป็นต้นมาผู้รักษาประตูดาวรุ่งชาวอังกฤษวัย 22 ปี สามารถเก็บคลีนชีตไปได้ถึง 25 ครั้งในการลงเล่นให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เหนือกว่าผู้รักษาประตูทุกคนที่ลงเล่นใน 4 ลีกระดับท็อปของอังกฤษ

เฮนเดอร์สัน เข้าร่วมทีมอคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 14 ปี ก่อนจะถูกส่งไปสะสมประสบการณ์ในฐานะนักเตะยืมตัวกับทีมในลีกล่าง ทั้งสต็อคพอร์ท เคาน์ตี้, กริมสบี้ ทาวน์ และชรูว์สบิวรี่ ทาวน์ จนกระทั่งได้รับโอกาสเล่นให้กับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในลีกแชมเปี้ยนชิพเมื่อปีที่แล้ว เฮนเดอร์สันถูกส่งลงสนามในศึกแชมเปี้ยนชิพทั้ง 46 นัด โดยสามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 21 เกม เทียบเท่ากับอลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูทีมลิเวอร์พูลเจ้าของรางวัลถุงมือทองคำของพรีเมียร์ลีก ช่วยให้ทีมดาบคู่จบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์ ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้าทันที นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2007 นอกจากนั้นยังคว้าตำแหน่งนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดมาครองได้อีกด้วย

ก่อนที่ฤดูกาล 2019-20 จะเริ่มต้นขึ้น เฮนเดอร์สันได้ต่อสัญญาฉบับใหม่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดออกไปจนถึงปี 2022 แถมในระหว่างที่สัญญาฉบับใหม่ของดาบิด เด เคอา ยังไม่เรียบร้อยทั้งที่สัญญาเดิมเหลือเพียงแค่ปีเดียว เขาก็ถูกดึงไว้กับทีมเผื่อในกรณีฉุกเฉินจะได้ก้าวขึ้นมาทดแทนผู้รักษาประตูรุ่นพี่ได้ทันที แต่เมื่อสัญญากับผู้รักษาประตูทีมชาติสเปนคืบหน้าไปด้วยดี เขาจึงถูกปล่อยยืมทั้งฤดูกาลให้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดอีกครั้ง นับเป็นเรื่องที่ดีสำหรับโอกาสในการเก็บประสบการณ์บนเวทีพรีเมียร์ลีกอย่างต่อเนื่อง

ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ ยืนตำแหน่งได้ดี และมีปฏิกิริยาที่ว่องไว ทำให้เฮนเดอร์สันโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในยามลงเฝ้าเสาให้ทีมดาบคู่ แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่โมเมนต์ที่ดีเท่านั้น เมื่อผู้รักษาประตูชาวอังกฤษเคยจ่ายบอลพลาดจนทำให้ทีมพ่ายแพ้ให้กับลีดส์ ยูไนเต็ดมาแล้วเมื่อปีก่อน และความผิดพลาดครั้งล่าสุดในเกมกับลิเวอร์พูล เมื่อเขารับลูกยิงของจินี่ ไวจ์นัลดุมพลาดจนบอลลอดขาเข้าไปเป็นประตูชัย แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากผู้จัดการทีมและเพื่อนร่วมทีมก็ทำให้เขากลับมาเข้าที่เข้าทางได้อย่างรวดเร็ว และเก็บได้อีก 2 คลีนชีตในเกมถัดมา นับเป็นประสบการณ์อันดีที่จะสร้างให้เขากลายเป็นผู้รักษาประตูที่สมบูรณ์แบบในอนาคต

ปัจจุบันดีน เฮนเดอร์สัน ถูกเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ไปแล้ว เพื่อทดแทนทอม ฮีตัน ที่มีอาการบาดเจ็บ ในศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบคัดเลือก แถมยังถูกเอริก สตีล อดีตโค้ชผู้รักษาประตูทีมปีศาจแดงท้าทายให้เขามีความมั่นใจสำหรับการกลับมาท้าชิงตำแหน่งจากเด เคอา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อพวกเขาไม่เคยขาดแคลนผู้รักษาประตูมือดีไปจากทีมเลยแม้แต่ครั้งเดียว

post

ปัญหาใหญ่ในซัมเมอร์นี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทุกคนทราบดีว่าการไม่สามารถจบ 1 ใน 4 อันดับแรกของตารางในฤดูกาลที่ผ่านมานับเป็นความล้มเหลวสำหรับทีมระดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่หลาย ๆ คนไม่คาดคิดคือความล้มเหลวนี้กำลังจะส่งผลให้แมนฯยูฯต้องพบกับความระส่ำระสายอีกรอบ โดยเฉพาะเรื่องวุ่น ๆ เกี่ยวกับนักเตะทั้งขาเข้าและขาออกซึ่งต้องบอกว่างานของทีมปิศาจแดงไม่ง่ายเลยเมื่อต้องพบกับปัญหาใหญ่ถึงสามประการด้วยกันในซัมเมอร์นี้

มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ตัวแสบคอยก่อกวนทีมปิศาจแดงมาเสมอตั้งแต่ยุคของผจก.โจเซ่ มูริญโญ่ เขามีความไม่พอใจเป็นทุนเดิมที่ถูกแมนฯยูฯสั่งห้ามไม่ให้เข้าออกสโมสรตามอำเภอใจ ไม่ให้เข้าไปยุ่มย่ามกับการจัดการนักเตะในความดูแลประกอบกับตอนนี้ไม่ต้องการให้นักเตะชื่อดังของเขาต้องไปเล่นถ้วยรองของยุโรปให้เสื่อมมูลค่าลงไปอีกการณ์นั้นไรโอล่าจึงพยายามนำนักเตะของเขาออกจากถิ่นโอล แทรฟฟอร์ดทั้งโรเมอู ลูกากูและปอล ป็อกบา ในรายของลูกากูเป็นไปได้สูงที่จะย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลานเพราะตอนนี้มีการเปิดโต๊ะเจรจากันอย่างจริงจังแล้ว ส่วนป็อกบาก็คงเป็นอีกรายที่จะย้ายออกแน่นอนเพราะแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการแสวงหาความท้าทายใหม่ การต้องเสียสองดาวดังโดยเฉพาะมิดฟิลด์แชมป์โลกจะส่งผลกับยูไนเต็ดแน่นอนเพราะฤดูกาลที่ผ่านมาป็อกบาเป็นนักเตะที่แบกทีมมาตลอดซึ่งสถิติบ่งชี้เด่นชัดทั้งการเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทีม ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุด ตัดบอลมากที่สุดและสร้างสรรค์โอกาสทำประตูมากที่สุดด้วย

การซื้อตัวนักเตะ ด้วยผลงานสุดล้มเหลวของทีมประกอบกับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ไม่มั่นคงนักเตะระดับโลกหลายคนจึงปฏิเสธร่วมทัพปิศาจแดง ยังไม่พอการเลือกผู้เล่นระดับรองลงมาก็ไม่วายถูกอัพราคาขึ้นอีกอย่างแฮร์รี่ แม็คไกวร์ถูกเลสเตอร์ ซิตี้แปะราคากว่า 80 ล้านปอนด์ แอรอน วาน-บิสซาก้าแบ็คซ้ายดาวรุ่งจากคริสตัน พาเลชเองก็ไม่น้อยหน้าพอเป็นทีมระดับยูไนเต็ดให้ความสนใจราคาก็เลยเถิดไปถึง 60 ล้านปอนด์ซึ่งแพงกว่าแบ็คขวา ยี่ห้อแชมป์อย่างไคล์ วอล์กเกอร์เสียอีก ไม่เท่านั้นงานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชายังยากขึ้นไปอีกเพราะการซื้อขายตัวนักเตะต้องผ่านความเห็นชอบจากเอ็ด วู้ดเวิร์ดด้วย “เอ็ด…เป็นนายธนาคารที่รู้จักเพียงเรื่องธุรกิจแต่ความรู้เรื่องฟุตบอลของเขาเป็นศูนย์” นี่คือความเห็นที่ตรงกันของหลุยส์ ฟาน กัล และ โจเซ่ มูริญโญ่ สองผู้จัดการทีมที่เคยผ่านความยากลำบากในการคุมทีมปิศาจแดงมาก่อน ดังนั้นจึงไม่ง่ายเลยที่โซลชาจะได้ตัวนักเตะที่เขาต้องการจริง ๆ โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ

ผู้นำในทีม อันเดร เอร์เรร่า อันโตนิโอ วาเลนเซีย คือสองผู้เล่นที่จะหมดสัญญาลงบวกกับลูกากูและป็อกบาที่มีแนวโน้มจะย้ายออกไปเท่ากับทีมปิศาจแดงอาจต้องเสียผู้เล่นแกนหลักออกไปสี่คนซึ่งหากดาบิด เด เกอาแสดงความประสงค์จะย้ายทีมตั้งแต่ซัมเมอร์นี้เลยก็บอกได้คำเดียวว่าหายนะแน่ ๆ เพราะนักเตะที่เหลือจะมีเพียงผู้เล่นโรยราอย่าง แอชลีย์ ยัง นักเตะที่โลกลืมอย่าง อเล็กซิส ซานเชส, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, เอริค ไบญี่, แซร์จิโอ โรเมโร่ กับนักเตะฟอร์มผีเข้าผีออกอย่างฟิล โจนส์ คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจสซี่ ลินการ์ด, เฟร็ดและอองโตนี่ มาร์กซิยาล รายชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ใช่นักเตะที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำของทีมได้เลย

ปัญหาทั้งสามประการนี้คือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกำลังประสบ ทีมที่เคยยิ่งใหญ่ในครั้งอดีตนี้ปัจจุบันกลายเป็นทีมที่อยู่ในสถานะต้องได้รับการกอบกู้อย่างเร่งด่วนและตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2019 นี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่พวกเขาต้องจัดการให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจต้องขมขื่นถูกทีมร่วมเมืองอย่างแมนฯซิตี้ที่มีทริปเปิ้ลแชมป์กับคู่แค้นตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูลที่มีถ้วยหูใหญ่ของยุโรปทิ้งห่างออกไปอีก

post

โซลชา ชายผู้ที่เกิดมาเพื่อสร้างปาฏิหาริย์

ปาฏิหาริย์คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อย ๆ ในวงการฟุตบอล เป็นหนึ่งในมนต์เสน่ห์ที่ทำให้กีฬาชนิดนี้สร้างความประทับใจแก่บรรดาแฟนกีฬาทั้งหลาย การรอดตกชั้นในเกมสุดท้ายของฤดูกาลด้วยผลต่างประตูได้เสียหรือแต้มที่เชือดเฉือนกันเพียงคะแนนเดียว การเข้าชิงบอลถ้วยของทีมระดับตำบลหรือการได้แชมป์ลีกอย่างมหัศจรรย์ของทีมนอกสายตาทุกสิ่งคือปาฏิหาริย์ที่สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

ย้อนกลับไปแมตซ์ดราม่าสุดคลาสสิคตลอดกาลในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกปี1999 ระหว่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกับบาเยิร์น มิวนิค ในตอนนั้นพรีเมียร์ลีกถือเป็นลีกลูกไล่ในจำนวนสี่ลีกใหญ่ของยุโรปอย่างกัลโช่ เซเรีย อาจากอิตาลี บุนเดสลีก้าแห่งเยอรมนี ชและลา ลีก้าของสเปนด้วยซ้ำ พรีเมียร์ลีกในตอนนั้นยังไม่ค่อยนิยมนักเตะนอกเครือจักรภพในลีกจึงไม่ค่อยมีนักฟุตบอลระดับโลกสักเท่าไรต่างจากสามลีกใหญ่ข้างต้นที่อุดมไปด้วยสุดยอดนักเตะระดับแชมป์โลกและแชมป์ทวีป ดังนั้นการเข้าชิงถ้วยใหญ่ของยุโรปในปีนั้นแมนยูฯจึงเป็นรองทีมเสือใต้อยู่มาก รูปเกมเป็นไปตามคาดแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถูกบุกกระหน่ำแทบทั้งเกมและทีมดังจากมิวนิคก็ขึ้นนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่หกจากฟรีคิกของมาริโอ บาสเลอร์ จนใกล้ครบเก้าสิบนาทีทุกคนรู้ดีว่าบาเยิร์น มิวนิคจะได้ชูถ้วยแชมป์อย่างแน่นอนแต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่สู้อย่างสุดใจมาตลอดทั้งเกมตีเสมอได้จากลูกเตะมุมที่ดาวิด เบ็คแฮมครอสเข้าไปนักเตะบาเยิร์นฯสกัดไปเข้าทางให้ไรอัน กิ๊กส์ตะบันจากนอกกรอบและบอลแฉลบไปเข้าทางเท็ดดี้ เชอริงแฮมลูกค่อย ๆ กลิ้งเข้าประตูไป ตอนนั้นทุกคนคาดว่าเกมนี้คงยืดเยื้อไปจนถึงช่วงทดเวลาแต่ไม่มีใครคาดคิดว่าฟ้าจะผ่าซ้ำที่เดียวกันเป็นหนที่สองเมื่อแมนยูฯทำประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากลูกเตะมุมที่เบ็คส์เปิดเข้าศรีษะของเท็ดดี้ซึ่งบรรจงสะบัดอย่างเต็มแรงแต่ทิศทางลูกฟุตบอลไม่ได้มุ่งหน้าเข้าสู่ประตู ทันใดนั้น…เท้าของชายหน้าละอ่อนผู้ที่ไม่มีใครสนใจสอดเข้ามาเปลี่ยนทางลูกฟุตบอลให้เข้าไปตุงตาข่ายเป็นประตู ส่งผลให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเป็นแชมป์ UCL ปีนั้นทันที ปาฏิหาริย์ที่เกิดในเกมเดียวกันถึงสองครั้งตราตรึงใจแฟนบอลทุกผู้มาจนถึงปัจจุบัน ตำนานนักเตะในเกมนั้นแต่ละคนแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตและทำหน้าที่ของตัวเองแต่มีคนหนึ่งที่หวนกลับมาทำงานในสโมสรทั้งยังรั้งตำแหน่งผู้จัดการทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชาชายผู้มาพร้อมคำปรามาสและสัญญาคุมทีมระยะสั้นเสมือนหนึ่งว่าแม้แต่ผู้บริหารยังไม่เชื่อถือในฝีมือการทำทีมของเขาเท่าใดนัก

ในขณะที่เพชรฆาตหน้าทารกเข้ามารับงานเผือกร้อนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีแต้มห่างจากทีมอันดับสี่ที่มีสิทธิ์ได้ไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกอย่างเชลซีกว่าสิบเอ็ดแต้มในขณะที่กุนซือคนเก่าอย่างโจเซ่ มูรินโญ่ ถอดใจตั้งแต่ยังไม่ถึงกลางฤดูกาลพร้อมทั้งบอกว่าการที่แมนยูฯจะติดสี่อันดับแรกในปีนี้นั้นเป็นไปไม่ได้ หลังจากคุมทีมผ่านไปสิบเกมแรกโซลชาพาทีมชนะไปถึงแปดเสมอเพียงแค่สองปัจจุบันทำแต้มแซงอาร์เซนอลและเชลซีขึ้นไปอยู่อันดับสี่มีแต้มห่างจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์อันดับสามเพียงสามแต้ม ทำให้ตอนนี้ใคร ๆ ต่างก็คิดว่าบางทีบุรุษที่ชื่อโอเล่ กุนนาร์ โซลชาอาจจะถือกำเนิดมาเพื่อสร้างปาฏิหาริย์ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็เป็นได้