post

5 แข้งแจ้งเกิดเต็มตัวในโคปา อเมริกา 2019

เปิดฉากขึ้นแล้วกับฟุตบอลทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกาใต้อย่างโคปา อเมริกา 2019 หลังจากเริ่มแข่งขันกันไปจนจบรอบแรกมีหลายเกมน่าประทับใจ มีความตื่นเต้นเร้าใจฉบับอเมริกาใต้อย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้นมีนักเตะหลายคนสามารถแจ้งเกิดได้อย่างสง่างามในรายการนี้ บางคนเพิ่งมีโอกาสติดทีมชาติ บางคนมีชื่อมานานแต่เพิ่งสามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวซึ่งเราก็ไม่พลาดคัดเอาดาวเตะที่โชว์ฟอร์มน่าประทับใจมาแนะนำให้รู้จักกัน

เอเวอร์ตัน ปีกจรวดชาวแซมบ้าแจ้งเกิดได้ตั้งแต่เกมแรกในทัวร์นาเม้นต์เมื่อลงสนามมาแทนแฟร์นานดิญโญ่ ทันทีที่ลงสนามประจำการทางฝั่งซ้ายเกมตื้อ ๆ ของทีมชาติบราซิลก็ไหลลื่นขึ้นมาทันตาเห็น เอเวอร์ตันจัดการเผาเครื่องแบ็คขวาของโบลิเวียแบบไม่เกรงใจ ความเร็วของเขาฉีกแนวรับของคู่แข่งขาดกระจุยแถมยังทำประตูได้ตั้งแต่นัดแรกกับการลงสนามในสีเสื้อทีมชาติบราซิล ผลงานสุดแจ่มส่งผลให้ตอนนี้แมวมองทั่วยุโรปจ้องเจ้าหนูคนนี้ตาเป็นมันเลยทีเดียว

ดูวาน ซาปาต้า แม้อายุอานามจะปาเข้าไป 28 ปีแล้วแต่ดาวยิงทีมชาติโคลัมเบียถือเป็นแข้งแจ้งเกิดช้าแม้จะได้อยู่กับทีมใหญ่อย่างนาโปลีแต่กว่าจะระเบิดฟอร์มออกมาก็เมื่อได้เป็นสมาชิกของอตาลันต้าด้วยวัย 26 ปีไปแล้ว ในนามทีมชาติก็เช่นกันโอกาสที่เขาจะสอดแทรกแจ็คสัน มาร์ติเนซกับราดาเมล ฟัลเกาตอนยังหนุ่ม ๆ เป็นไปได้ยากกองหน้าสุดบึ๊กจึงเพิ่งมีโอกาสรับใช้ทีมชาติในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ ๆ เป็นหนแรกและทันทีที่ลงสนามในฐานะตัวสำรองดูวาน ซาปาต้าก็ลงมาเปลี่ยนเกมสังหารประตูคลายความกดดันในเกมกับทีมชาติอาร์เจนติน่าได้เลย

วุยเคอร์ ฟาริเนซ ไม่บ่อยนักที่นักฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตูจะแจ้งเกิดในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่แต่นายทวารวัยละอ่อนผู้นี้ทำได้ด้วยผลงานจบรอบแรกลงสนามสามนัดเสียไปเพียงหนึ่งประตู ที่สำคัญแนวรุกสุดอันตรายของทีมชาติบราซิลยังยิงประตูมือกาวผู้นี้ไม่ได้เสียด้วยทำให้เกมนั้นจบลงที่ผลเสมอ 0-0 ไม่แปลกเลยที่ทีมชาติเวเนซูเอล่าจะไว้วางใจให้เขาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งแม้จะมีอายุเพียงแค่ 23 ปีเท่านั้น

มิเกล อัลไมร่อน ปีกพรสวรรค์จากนิวคาสเซิ่ลเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองมานานหลายปีแล้ว เขาประสบความสำเร็จกับการค้าแข้งใน MLS หรือเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ในสหรัฐอเมริกาก่อนบินลัดฟ้าข้ามมาเล่นในพรีเมียร์ลีกแต่ด้วยเวลาที่มีแค่หกเดือนกับทีมที่ฟอร์มแกว่งอัลไมร่อนจึงไม่ได้แสดงศักยภาพที่มีออกมาอย่างเต็มที่จนเมื่อได้ลงสนามกับทีมชาติปารากวัยนี่เองที่เขาฉายแสงออกมาอย่างแท้จริงด้วยสถิติลงสนามสามนัดจ่ายไปสามประตูแถมมีโมเม้นต์เท่ ๆ อย่างการชนะในการดวลตัวต่อตัวกับเลโอเนล เมสซี่เป็นความทรงจำดี ๆ อีกต่างหาก

วิลมาร์ บาริออส ดูจากฟอร์มเปิดหัวทัวร์นาเม้นต์นี้แล้วทีมชาติโคลัมเบียชุดนี้มีสิทธิ์ไปไกลถึงแชมป์ได้เลยทีเดียวเพราะนอกจากแนวรุกระดับเวิร์ลคลาสเกมรับของพวกเขาก็เหนียวแน่นสุด ๆ ด้วย ส่วนสำคัญคือกองกลางมดงานอย่างวิลมาร์ บาริออสที่ทำงานได้ดีจัดการสแกนเกมรุกของฝ่ายตรงข้ามอยู่หมัด ดูท่าหลังรายการนี้อดีตดาวเตะโบคา จูเนียร์อาจได้ข้อเสนอใหม่ ๆ ให้พิจารณาอีกแล้ว

นี่คือ 5 นักเตะที่แจ้งเกิด โชว์ฟอร์มสุดเจ๋งได้ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มของโคปา อเมริกา 2019 ไม่แน่ในการแข่งขันรอบต่อไปเราอาจได้เห็นนักเตะอีกหลายคนแจ้งเกิดได้เหมือนกับนักเตะทั้งห้ารายนามนี้ก็ได้และนอกจากเกมการแข่งขันที่สนุกสนานเร้าใจแล้วการได้จับตามองนักเตะเหล่านี้ก็ถือเป็นการเพิ่มอรรถรสในการรับชมฟุตบอลด้วยเช่นกัน

post

นักเตะเป้าหมายของทีม big 6 ในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกเป็นลีกฟุตบอลอาชีพมาตรฐานสูงที่แต่ละทีมสมาชิกขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด เป็นลีกฟุตบอลที่ตำแหน่งแชมป์ไม่ผูกขาดอยู่แค่สองหรือสามทีมสามารถเปลี่ยนมือได้แทบทุกปีและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตัวผู้เล่นภายในทีมแต่ละปีนั้นสำคัญมาก เพราะผู้เล่นเพียงหนึ่งหรือสองคนอาจยกระดับทีมได้เลยเช่นเอ็นโกโล ก็องเต้ ที่ย้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้สู่เชลซีและกลายเป็นหัวใจสำคัญพาเชลซีเป็นแชมป์ลีกในฤดูกาล 2016-2017 ดังนั้นฤดูกาล 2019-2020 ที่จะถึงนี้จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่านักเตะผู้เป็นเป้าหมายของบรรดา big 6 ในพรีเมียร์ลีกเหล่านี้จะสามารถช่วยพาทีมไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่

แมนฯซิตี้ แม้จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลล่าสุดแต่การได้แชมป์ด้วยคะแนนเฉือนลิเวอร์พูลเพียงแต้มเดียวทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าวางใจไม่ได้ ในลีกมาตรฐานสูงเช่นนี้หากพวกเขาไม่รักษาฟอร์มการเล่นหรือนิ่งนอนใจไม่เสริมทัพก็อาจจะป้องกันแชมป์ไว้ไม่ได้ และจุดอ่อนเดียวที่ซิตี้มองเห็นในตอนนี้คือแฟร์นานดิญโญ่กองกลางพันธุ์ขยันของทีมที่เริ่มโรยราไปตามวัยและนักเตะตัวแทนกองกลางทีมชาติบราซิลที่เป็ป กวาดิโอล่าเล็ง ๆ อยู่ก็คือ โรดรี้กองกลางอายุน้อยจากแอตเลติโก มาดริด

ลิเวอร์พูล ดูท่าเจอร์เก้น คล็อปยังไม่ขยับอะไรมากในช่วงต้นตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ส่วนหนึ่งอาจเพราะทีมที่มีอยู่ค่อนข้างลงตัวอีกส่วนคืออาจต้องระบายนักเตะส่วนเกินของทีมก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าขาดเหลืออะไรบ้างโดยหลัก ๆ แล้วทีมหงส์แดงอาจต้องการแบ็คซ้ายหนึ่งคนแทนที่โรเบอร์โต้ โมเรโน่ที่หมดสัญญากับทีมเพื่อเอามาเป็นสำรองของแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และกองหลังตัวกลางอีกหนึ่งคนแทนที่เดยัน ลอฟเรนโดยนักเตะที่เกเก้น คล็อปป์หมายตาอยู่ก็มี คีแรน เทียร์นีย์แบ็คซ้ายจากเซลติกและคาลิดู คูลิบาลี่จากนาโปลีแต่อาจมีเซอร์ไพรส์ให้แฟน ๆ ได้จิ้นนิด ๆ เพราะตอนนี้คีลียัน เอ็มบัปเป้กองหน้าตัวจี้ดจาก PSG ออกตัวสุดลิ่มทิ่มประตูว่าอยากมาจอยกับทีมหงส์แดงในฤดูกาลหน้า

เชลซี ทีมสิงโตน้ำเงินครามไม่มีสิทธิ์เซ็นใครมาร่วมทีมทั้งฤดูกาลเพราะถูกฟีฟ่าแบนจากความผิดฐานซื้อนักเตะดาวรุ่งแบบผิดกฏดังนั้นพวกเขาจะไม่ได้ใครมาร่วมทีมนอกจากคริสเตียน พูลิซิชปีกอนาคตไกลจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนที่มีการตกลงซื้อขายกันล่วงหน้า

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ นี่จะเป็นปีที่ทีมไก่เดือยทองอาจใช้จ่ายเกินกว่าร้อยล้านปอนด์เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาไม่เสียเงินซื้อนักเตะเลยแม้แต่เพนนีเดียว โครงการในปีนี้ของบิ๊กทีมจากลอนดอนเหนือจึงเป็นเมก้า โปรเจ็คยกเครื่องทีมทั้งระบบซึ่งอาจมีนักเตะแกนหลักหลายคนที่ย้ายออกไปซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะมีใครบ้างแต่ตอนนี้ตำแหน่งที่พวกเขาต้องการแน่ ๆ คือกองกลางที่ว่างอยู่ตั้งแต่มุสซ่า เด็มเบเล่ย้ายออกไปตอนกลางฤดูกาลและดูเหมือนว่าทีมงานของโปเช็ตติโน่จะตาแหลมเสียด้วยเพราะเล็งเป้าไปที่ต็องกี เอ็นดอมเบเล่กองกลางเนื้อหอมจากโอลิมปิค ลียงกับจิโอวานนี่ โล เชลโซ่ กองกลางตัวรุกฝีเท้าดีจากเรอัล เบติสและอาจมีเซอร์ไพรส์หากโล เชลโซ่ถูกโขกราคาเกินไปทีมไก่เดือยทองจะขยับไปหาบรูโน่ แฟร์นานเดสตัวรุกสุดฮอตจากสปอติ้ง ลิสบอนแทน

อาร์เซน่อล น่าปวดหัวแทนอูไน เอเมอร์รี่เพราะแม้จะพาทีมปืนใหญ่เข้าชิงยูโรป้า ลีกได้ในฤดูกาลที่ผ่านมาแต่สโมสรก็ยังจำกัดงบให้ช็อปนักเตะแค่ 40 ล้านปอนด์เท่าฤดูกาลก่อนซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะคว้าตัวนักเตะชั้นดีในตลาดณ.ปัจจุบัน ผจก.ทีมชาวสเปนจึงต้องมองหานักเตะโนเนมโดยทีมยังต้องการกองหลังตัวกลางอย่างน้อย ๆ หนึ่งคนแถมยังอาจต้องเป็นคนที่เล่นตำแหน่งแบ็คซ้ายได้ด้วยเพราะนาโช่ มอนเรอัลกำลังจะหมดสัญญาซึ่งกองหลังที่ตกเป็นข่าวกับทีมปืนใหญ่ก็คือโยอาคิม อันเดอร์เซ่นจากซามพ์โดเรียในลีกกัลโช่ เซเรีย อา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะมีเงินถุงเงินถังแต่แมนฯยูฯกำลังประสบปัญหาโน้มน้าวนักเตะชั้นนำสู่ทีมได้ยาก ส่วนสำคัญก็เพราะไม่สามารถตีตั๋วไปเล่นในรายการ UCL ได้ดังนั้นหากนักเตะมีชื่อสักคนจะย้ายไปร่วมหัวจมท้ายกับทีมจึงต้องอาศัยเม็ดเงินมากกว่าความเป็นจริงทำให้การเจรจากับนักเตะอย่างแฮร์รี่ แม็กไกวร์ คาลิดู คูลิบาลี่ และแอรอน วาน-บิสซาก้า เกิดความยืดเยื้อซึ่งนอกจากกองหลังตัวกลางกับแบ็คซ้าย แมนฯยูฯยังจำเป็นต้องหากองกลางและกองหน้าหากปอล ป็อกบากับโรเมอู ลูกากูย้ายออกจากทีมด้วย

เป้าหมายหลักของ big 6 ในฤดูกาลนี้คือนักเตะที่ทีมต้องการนำมาปรับปรุงจุดอ่อนของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมาแม้ทีมที่พร้อมสรรพในขุมกำลังอย่างลิเวอร์พูลกับแมนฯซิตี้เองก็ยังจำเป็นต้องเสริมทีมเพราะในลีกที่การแข่งขันเข้มข้นนี้หากหยุดพัฒนาทีมเพียงนิดเดียวอาจจะถูกทีมอื่นก้าวข้ามไป โดยเฉพาะทีมระดับกลางที่ตอนนี้น่ากลัวไม่แพ้กลุ่ม big 6 เลย

post

ปัญหาใหญ่ในซัมเมอร์นี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทุกคนทราบดีว่าการไม่สามารถจบ 1 ใน 4 อันดับแรกของตารางในฤดูกาลที่ผ่านมานับเป็นความล้มเหลวสำหรับทีมระดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่หลาย ๆ คนไม่คาดคิดคือความล้มเหลวนี้กำลังจะส่งผลให้แมนฯยูฯต้องพบกับความระส่ำระสายอีกรอบ โดยเฉพาะเรื่องวุ่น ๆ เกี่ยวกับนักเตะทั้งขาเข้าและขาออกซึ่งต้องบอกว่างานของทีมปิศาจแดงไม่ง่ายเลยเมื่อต้องพบกับปัญหาใหญ่ถึงสามประการด้วยกันในซัมเมอร์นี้

มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ตัวแสบคอยก่อกวนทีมปิศาจแดงมาเสมอตั้งแต่ยุคของผจก.โจเซ่ มูริญโญ่ เขามีความไม่พอใจเป็นทุนเดิมที่ถูกแมนฯยูฯสั่งห้ามไม่ให้เข้าออกสโมสรตามอำเภอใจ ไม่ให้เข้าไปยุ่มย่ามกับการจัดการนักเตะในความดูแลประกอบกับตอนนี้ไม่ต้องการให้นักเตะชื่อดังของเขาต้องไปเล่นถ้วยรองของยุโรปให้เสื่อมมูลค่าลงไปอีกการณ์นั้นไรโอล่าจึงพยายามนำนักเตะของเขาออกจากถิ่นโอล แทรฟฟอร์ดทั้งโรเมอู ลูกากูและปอล ป็อกบา ในรายของลูกากูเป็นไปได้สูงที่จะย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลานเพราะตอนนี้มีการเปิดโต๊ะเจรจากันอย่างจริงจังแล้ว ส่วนป็อกบาก็คงเป็นอีกรายที่จะย้ายออกแน่นอนเพราะแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการแสวงหาความท้าทายใหม่ การต้องเสียสองดาวดังโดยเฉพาะมิดฟิลด์แชมป์โลกจะส่งผลกับยูไนเต็ดแน่นอนเพราะฤดูกาลที่ผ่านมาป็อกบาเป็นนักเตะที่แบกทีมมาตลอดซึ่งสถิติบ่งชี้เด่นชัดทั้งการเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทีม ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุด ตัดบอลมากที่สุดและสร้างสรรค์โอกาสทำประตูมากที่สุดด้วย

การซื้อตัวนักเตะ ด้วยผลงานสุดล้มเหลวของทีมประกอบกับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ไม่มั่นคงนักเตะระดับโลกหลายคนจึงปฏิเสธร่วมทัพปิศาจแดง ยังไม่พอการเลือกผู้เล่นระดับรองลงมาก็ไม่วายถูกอัพราคาขึ้นอีกอย่างแฮร์รี่ แม็คไกวร์ถูกเลสเตอร์ ซิตี้แปะราคากว่า 80 ล้านปอนด์ แอรอน วาน-บิสซาก้าแบ็คซ้ายดาวรุ่งจากคริสตัน พาเลชเองก็ไม่น้อยหน้าพอเป็นทีมระดับยูไนเต็ดให้ความสนใจราคาก็เลยเถิดไปถึง 60 ล้านปอนด์ซึ่งแพงกว่าแบ็คขวา ยี่ห้อแชมป์อย่างไคล์ วอล์กเกอร์เสียอีก ไม่เท่านั้นงานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชายังยากขึ้นไปอีกเพราะการซื้อขายตัวนักเตะต้องผ่านความเห็นชอบจากเอ็ด วู้ดเวิร์ดด้วย “เอ็ด…เป็นนายธนาคารที่รู้จักเพียงเรื่องธุรกิจแต่ความรู้เรื่องฟุตบอลของเขาเป็นศูนย์” นี่คือความเห็นที่ตรงกันของหลุยส์ ฟาน กัล และ โจเซ่ มูริญโญ่ สองผู้จัดการทีมที่เคยผ่านความยากลำบากในการคุมทีมปิศาจแดงมาก่อน ดังนั้นจึงไม่ง่ายเลยที่โซลชาจะได้ตัวนักเตะที่เขาต้องการจริง ๆ โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ

ผู้นำในทีม อันเดร เอร์เรร่า อันโตนิโอ วาเลนเซีย คือสองผู้เล่นที่จะหมดสัญญาลงบวกกับลูกากูและป็อกบาที่มีแนวโน้มจะย้ายออกไปเท่ากับทีมปิศาจแดงอาจต้องเสียผู้เล่นแกนหลักออกไปสี่คนซึ่งหากดาบิด เด เกอาแสดงความประสงค์จะย้ายทีมตั้งแต่ซัมเมอร์นี้เลยก็บอกได้คำเดียวว่าหายนะแน่ ๆ เพราะนักเตะที่เหลือจะมีเพียงผู้เล่นโรยราอย่าง แอชลีย์ ยัง นักเตะที่โลกลืมอย่าง อเล็กซิส ซานเชส, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, เอริค ไบญี่, แซร์จิโอ โรเมโร่ กับนักเตะฟอร์มผีเข้าผีออกอย่างฟิล โจนส์ คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจสซี่ ลินการ์ด, เฟร็ดและอองโตนี่ มาร์กซิยาล รายชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ใช่นักเตะที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำของทีมได้เลย

ปัญหาทั้งสามประการนี้คือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกำลังประสบ ทีมที่เคยยิ่งใหญ่ในครั้งอดีตนี้ปัจจุบันกลายเป็นทีมที่อยู่ในสถานะต้องได้รับการกอบกู้อย่างเร่งด่วนและตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2019 นี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่พวกเขาต้องจัดการให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจต้องขมขื่นถูกทีมร่วมเมืองอย่างแมนฯซิตี้ที่มีทริปเปิ้ลแชมป์กับคู่แค้นตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูลที่มีถ้วยหูใหญ่ของยุโรปทิ้งห่างออกไปอีก

post

โปรเจ็คใหญ่ ในฤดูกาลใหม่ของไก่เดือยทอง

หลังจากสนาม “ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม” สร้างเสร็จและเปิดใช้ไปเมื่อปลายฤดูกาลที่ผ่านมาตอนนี้ทีมไก่เดือยทองโดยเฉพาะผู้บริหารอย่างดาเนี่ยล เลวี่ไม่มีเหตุผลต้องดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดอีกต่อไปแถมการเข้ารอบลึก ๆ ในบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปยังทำให้มีเม็ดเงินหลั่งไหลเข้าสู่สโมสรจำนวนมาก นั่นคือสิ่งที่บรรดาทีมใหญ่ต่างครั่นคร้ามเพราะขนาดสเปอร์ไม่มีเม็ดเงินยังทำให้พวกเขาต้องลำบากได้ถึงขนาด ถ้าทีม ๆ นี้กลายเป็นทีมเงินถุงเงินถังได้นักเตะชั้นดีจะน่ากลัวปานใด? และแล้วสิ่งที่หลาย ๆ ทีมกังวลก็มาถึงทีมไก่เดือยทองกำลังจะทำให้ทุกคนเห็นในฤดูกาลนี้เลยเมื่อดาเนี่ยล เลวี่อนุมัติเงินให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ผู้จัดการทีมคนเก่งช็อปนักเตะตามสำราญกว่า 170 ล้านปอนด์และนี่คือเมก้า โปรเจ็คที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าสเปอร์จากทีมลุ้นอันดับสี่สู่ทีมลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว

กองหน้า พอชต้องการกองหน้าที่ฝากผีฝากไข้ได้มากกว่าและกดดัน ท้าทายตำแหน่งตัวจริงของแฮร์รี่ เคนเพื่อให้เคนเค้นฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาสู้ได้มากกว่าวินเซนต์ ยานเซ่นกับเฟอร์นานโด ยอเรนเต้จึงกำลังจะผ่องถ่ายทั้งกองหน้าจอมเก๋าชาวสเปนกับกองหน้าผิดฟอร์มออกจากทีมโดยมีเป้าหมายที่กองหน้าครบเครื่องอย่างอินากี้ วิลเลี่ยมจากแอตเลติก บิลเบาหรือโจชัวร์ คิงจากบอร์นมัธ

กองกลาง หนึ่งตำแหน่งที่ต้องเสริมแน่ ๆ คือกองกลางตัวกลางที่ล็อกเป้าแล้วว่าต้องต็องกี เอ็นดอมเบเล่เท่านั้นส่วนตำแหน่งอื่น ๆ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์อาจรอดูก่อนว่าคริสเตียน อีริคเซ่นจะได้ย้ายทีมหรือไม่โดยมีการวางเป้าหมายตัวแทนจอมทัพชาวเดนมาร์กอยู่ที่จิโอวานนี่ โล เชลโซ่ จากเรอัล เบติสและบรูโน่ แฟร์นานเดสจากสปอติ้ง ลิสบอร์น ในส่วนกองกลางตัวรับวิคเตอร์ วานยาม่ากับเอริค ดายเออร์ที่แมนฯยูฯแสดงความสนใจทั้งคู่หากมีคนหนึ่งคนใดถูกขายออกไปอาจต้องหากองกลางตัวรับคนใหม่มาแทนด้วยเช่นกัน

กองหลัง พอชออกอาการไม่ปลื้มการทำหน้าที่ของฟูลแบ็คทั้งสองข้างของทีมไม่ว่าจะเป็นแบ็คซ้าย แดนนี่ โรส แบ็คขวา แซร์จ ออริเย่ร์ หรือแม้กระทั่งแบ็คขวาตัวจริงทีมชาติอังกฤษอย่างคีแรน ทริปเปียร์ จึงมีความเป็นไปได้ที่จะโละขายทั้งชุดโดยทั้งสามคนมีข่าวกับหลายทีมทั้งในลีกเดียวกันและลีกอื่น ๆ ซึ่งในส่วนของแบ็คซ้ายสเปอร์หมายตาคีแรน เทียร์นีย์จากเซลติกกับไรอัน เซสเซญงจากฟูแล่ม ส่วนแบ็คขวาพวกเขาให้ความสนใจเดนเซล ดัมฟรีย์จากพีเอสวี ไอน์โฮเฟ่นและฮิโรชิ ซากาอิจากโอลิมปิค มาร์กเซย นอกจากนี้เพื่อความอุ่นใจสเปอร์ก็ไม่พลาดที่จะมองหากองหลังตัวกลางฝีเท้าดีไว้เป็นแบ็คอัพของแยน แฟร์ทองเก้นที่กำลังโรยรา โดยได้ให้ความสนใจมาร์ค บาร์ทร้าจากเรอัล เบติสและโยฮันธาน ทาร์จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นอีกด้วย

ผู้รักษาประตู ผู้รักษาประตูมือสามอย่างมิเชล ฟอร์มจะหมดสัญญากับสเปอร์ปลายเดือนนี้และนั่นทำให้สเปอร์อาจต้องเซ็นผู้รักษาประตูตัวเก๋าราคาถูกหรือผลักดันดาวรุ่งของทีมขึ้นมาทำหน้าที่ตรงนี้แทน

แผนงานเพื่อกลายเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวของสเปอร์อาจไม่สำเร็จในเร็ววันซึ่งก็เช่นเดียวกับเชลซีและแมนฯซิตี้ที่แม้ได้เศรษฐีระดับโลกมาเทคโอเวอร์ก็ยังต้องใช้เวลากว่าจะไขว่คว้าความสำเร็จมาได้ สำหรับสเปอร์อาจจะหนึ่งปี สองปีหรือนานกว่านั้นสนามใหม่จึงจะมีโทรฟี่ประดับในตู้โชว์กับเขาบ้าง ซึ่งนั่นไม่มีใครทราบได้ แต่แนวทางการก้าวย่างอย่างมั่นคงค่อย ๆ พัฒนาทีมไปทีละขั้นของสเปอร์ต้องบอกว่าพวกเขามาถูกทางและมีอนาคตที่สดใสรออยู่อย่างแน่นอน

post

สำหรับฟุตบอลนั้น ช้า ๆ ไม่ได้พร้าสักเล่ม

ถ้าพูดถึงสโมสรใหญ่ทุกคนคงนึกถึงทีมที่มีฐานแฟนบอลอยู่ทั่วโลก มีเม็ดเงินมหาศาล ในทีมประกอบด้วยแข้งระดับเวิร์ลคลาสมากมาย แต่ทีมใหญ่ที่เรากำลังจะพูดถึงอยู่นี้ตรงกันข้ามกับทุกอย่างที่กล่าวไป ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนแทบทุกปี แถมตกชั้นเป็นว่าเล่น ไม่มีนักเตะระดับโลกอยู่เลย หลายคนคงนึกออกทันใด ใช่แล้วล่ะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดนั่นเอง

ไมค์ แอชลีย์ประธานสโมสรคือคนที่เหล่าบรรดาทูนอาร์มี่จงชังกว่าใคร เขาคือคนที่ทำให้นิวคาสเซิ่ลทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่ตลอดเพราะนโยบายการบริหารสโมสรที่ไร้ความทะเยอทะยาน ไมค์ แอชลีย์หวังพึ่งฟ้าพึ่งฝนให้ทีมใช้เงินน้อยที่สุดในขณะเดียวกันก็หวังว่าผลงานของนักเตะที่มีจะดีขึ้นมาแบบฟลุ๊ค ๆ เพื่อจะขายนักเตะที่ทำผลงานดีเหล่านั้นออกไปแบบแพง ๆ  เช่นเดียวกับกรณีจิออจิโอ้ ไวจ์นัลดุมกับมุสซ่า ซิสโซโก้ที่ได้เงินรวมกันกว่า 70 ล้านปอนด์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเป้าหมายของทีมมีเท่านี้จริง ๆ คือซื้อนักเตะถูก ๆ มาปั้นเพื่อขายออกไปโดยไม่สนผลงานของทีมถึงจะตกชั้นก็ตาม แสบกว่านั้นคือแม้จะขายนักเตะได้เงินมหาศาลแต่เงินจำนวนนั้นไม่ได้นำมาปรับปรุงทีมเลย ประธานสุดตืดยังคงจำกัดทุนในการทำทีมไว้แค่ 15-30 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งราฟาเอล เบนิเตซออกมาบ่นผ่านสื่อเลยว่าเจ้าของสโมสรผู้นี้ไม่รักษาคำพูดกับเขาทั้งที่ก่อนเซ็นสัญญาคุมทีมมีการรับปากว่าจะให้งบช็อปนักเตะกับเบนิเตซแบบไม่อั้นแต่พอเอาเข้าจริง ๆ ให้งบสำหรับการทำทีมลุยพรีเมียร์ลีกแค่ 15 ล้านปอนด์เท่านั้น แน่นอนหลังจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการทีมกับเจ้าของสโมสรเกิดความไม่ลงรอยมาตลอด

แต่แล้ววันฟ้าเปิดของราฟาเอล เบนิเตซและบรรดาสาวกทูน อาร์มี่ก็มาถึงเมื่ออยู่ ๆ ไมค์ แอชลีย์ประกาศขายสโมสรแบบที่ใครก็คาดไม่ถึง จากนั้นไม่นานก็ได้อแมนด้า สเตฟลี่ย์เศรษฐีณีนักธุรกิจติดต่อขอเทคโอเวอร์สโมสร ทุกอย่างดูราบรื่นเป็นไปได้ด้วยดีและดูท่านิวคาสเซิ่ลจะได้เจ้าของใหม่อยู่รอมร่อแต่ท้ายที่สุดการเจรจาล่มไม่เป็นท่าเพราะไมค์ต้องการขายสโมสรด้วยราคาสุดแพงชนิดเป็นไปไม่ได้ เศรษฐีณีจากยอร์เชียร์เห็นว่าถูกเอาเปรียบเกินไปจึงเซย์โนแล้วเดินจากไปแบบไม่หวนกลับอีกเลย ท้องฟ้าเมืองนิวคาสเซิ่ลกลับสู่ความอึมครึมอีกครั้งจนถึงช่วงปลายฤดูกาลที่ผ่านมาเมื่อทีมอย่างนิวคาสเซิ่ลจมอยู่ก้นตาราง มูลค่าของสโมสรตกลงไปและไมค์ แอชลีย์เห็นท่าไม่ดีจึงพร้อมขายนิวคาสเซิ่ลจริง ๆ เสียที บุญพาวาสนาส่งเมื่อคนที่สนใจเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรคือกลุ่มทุนตะวันออกกลางของ ชีค คาเลด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ญาติของชีค มานซูฯเจ้าของทีมแมนฯซิตี้ ขึ้นชื่อว่ากลุ่มทุนจากอาหรับแฟนนิวคาสเซิ่ลได้ฝันหวานเลยว่าทีมจะติดปีกทองบินสูงสู่หัวตารางได้แน่ ๆ ทว่า…อาจไม่ง่ายอย่างนั้นเมื่อถูกฟีฟ่าแตะเบรกชี้ว่าการควบกิจการของกลุ่มทุนอาหรับอาจมีความผิดและนั่นทำให้ทุกอย่างล่าช้าไปอีก

สถานการณ์ตอนนี้ของนิวคาสเซิ่ลคือเจ้าของเก่าไม่อยากลงทุนอะไรกับทีมแล้วเพราะหวังจะขายสโมสรและได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย ในขณะเดียวกันกลุ่มทุนที่จะเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรก็จ่ายเงินเต็มจำนวนอย่างที่เจ้าของเก่าตั้งราคาสุดโหดไว้ไม่ได้เพราะเกินราคาประเมินจริงค่อนข้างมากซึ่งนั่นเสี่ยงผิดกฏการเงินของฟีฟ่าเต็ม ๆ ส่วนผู้จัดการทีมอย่างราฟาเอล เบนิเตซก็กำลังจะหมดสัญญากับทีมอีกในไม่กี่วันนี้และไม่มีการเจรจาเพื่อขยายสัญญาของกุนซือมากฝีมือแต่อย่างใด ทุกอย่างสำหรับนิวคาสเซิ่ลกำลังถูกดึงให้ช้า ความเชื่องช้านี้ทำให้แฟนบอลหวาดหวั่นว่าหากเปลี่ยนมือเจ้าของทีมไม่สำเร็จ สโมสรเสียราฟาเอล เบนิเตซไป นักเตะที่มีพากันย้ายออก หานักเตะมาทดแทนได้ไม่ทันเปิดฤดูกาลท้องฟ้าของเมืองนิวคาสเซิ่ลคงจะยิ่งมืดมิดกว่าเดิมจนไม่เหลือแสงใด ๆ ส่องลงมาให้เป็นความหวังอีกแล้ว