post

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังที่ดีที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน

ในที่สุด “เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค” ก็ผงาดคว้ารางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งยุโรปมาครองตามความคาดหมาย เอาชนะทั้งลิโอเนล เมสซี่ และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ สองกองหน้าแห่งยุค ถือเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหลังคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ เท่านั้นไม่พอยังมีรางวัลกองหลังยอดเยี่ยมแห่งปีติดมือมาด้วยอีกรางวัล ตอกย้ำการเป็นกองหลังที่ดีที่สุดของโลกคนปัจจุบัน

ฤดูกาล 2018-19 เป็นช่วงเวลาที่ฟาน ไดจ์ค ทำผลงานในสนามให้กับลิเวอร์พูลได้อย่างโดดเด่น ในเกมลีกเขาลงสนามคุมแนวรับหงส์แดงทุกนัดจนเป็นทีมที่เสียประตูให้คู่แข่งน้อยที่สุดเพียง 22 ประตู โดยไม่มีนักเตะคนไหนสามารถเลี้ยงผ่านเขาไปได้ตลอดฤดูกาล และถูกรับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีก ในฟุตบอลยุโรปปราการหลังชาวดัตช์รับมือกับกองหน้าฝีเท้าฉกาจทั่วยุโรปได้อยู่หมัดจนสามารถพาลิเวอร์พูลฉลองแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ

ฟาน ไดจ์ค เป็นนักเตะที่มีร่างกายอันแข็งแกร่ง เหมาะสมกับการเล่นในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง แถมยังมีความเร็วจัด และเทคนิคที่ดี เป็นนักเตะที่มีอิทธิพลอย่างมากกับการเล่นลูกตั้งเตะของทีม ไม่ว่าขณะเป็นฝ่ายป้องกันหรือจังหวะเข้าทำประตู โดยสามารถโหม่งทำประตูช่วยทีมได้อยู่บ่อยครั้ง นอกจากนั้นยังมีความเป็นผู้นำสูง คอยบัญชาการเกมรับให้ทีมอยู่ตลอดเวลา ถือเป็นนักเตะที่พัฒนาฝีเท้าตัวเองขึ้นในทุก ๆ ปี

กองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์เริ่มต้นอาชีพกับโกรนิงเก้น ทีมระดับกลางของลีกดัตช์ ก่อนจะย้ายร่วมทีมเซลติก ทีมชั้นนำของสกอตแลนด์ในปี 2013 โดยเป็นกำลังหลักช่วยให้เซลติกคว้าแชมป์ลีก 2 สมัยซ้อน จนถูกกองหลังรุ่นพี่ร่วมชาติอย่างโรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีมเซาแธมป์ตันในขณะนั้นดึงมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ เขากลายมาเป็นกำลังหลักของทีมนักบุญในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะทำได้แค่ช่วยรักษาระดับทีมให้อยู่กลางตารางคะแนน แต่ด้วยการฟอร์มการเล่นส่วนตัวที่แข็งแกร่งและดุดัน ทำให้เจอร์เกน คล็อปป์ ตัดสินใจทุ่มเงินสูงถึง 75 ล้านปอนด์ เพื่อนำตัวสู่แอนฟิลด์ กลายเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกเวลานั้น จนถูกวิจารณ์อย่างหนักทั้งจากแฟนบอล และเหล่านักพนันที่ใช้บริการบนเว็บไซต์ VWIN ถึงค่าตัวที่มูลค่าสูงเกินจริง ก่อนจะลบคำปรามาสด้วยการพาลิเวอร์พูลเข้ารอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2 ปีติด และเป็นแชมป์ในที่สุด

การคว้ารางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งยุโรปในครั้งนี้ ทำให้ฟาน ไดจ์ดถูกคาดหมายให้เป็นตัวเต็งสำหรับรางวัลบัลลงดอร์ 2019 ที่จะมอบในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งหากเป็นจริงเขาจะกลายเป็นนักเตะกองหลังคนแรกในรอบ 13 ปีที่ได้รับรางวัลนี้ต่อจากฟาบิโอ คันนาวาโร่ สมัยเล่นให้รีล มาดริด และจะเป็นนักเตะลิเวอร์พูลคนแรกในรอบ 18 ปี หลังจากที่ไมเคิล โอเว่นเคยทำได้ตั้งแต่ 2001 เลยทีเดียว

post

5 นักเตะสอบตกที่บาร์ซ่าเตรียมโละในซัมเมอร์นี้

บาร์เซโลน่าคือทีมยักษ์ใหญ่ที่นักฟุตบอลหลายชีวิตใฝ่ฝันถึง การได้เป็นนักเตะทีมชุดใหญ่ของโคตรทีมจากแคว้นคาตาลันเท่ากับเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่าฝีเท้าของนักเตะคนนั้น ๆ เก่งกาจขนาดไหน แต่มาตรฐานระดับบาร์เซโลน่านั้นไม่ใช่หมู ๆการจะสอบผ่านมาตรฐานฟุตบอลอันสูงยิ่งของบาร์เซโลน่านักเตะเหล่านั้นต้องเข้าขั้นจริง ๆ จึงจะสามารถสอดแทรกตำแหน่งตัวจริงได้ ดังที่เราเห็นมาตลอดนักเตะเก่ง ๆ นักเตะชื่อดังหลายคนไม่ว่าจะเป็นอเล็กซิส ซานเชส, เชส ฟาเบรกัส และปาโบล อัลกาแซร์ ต่างกลายเป็นแข้งสอบตกจำต้องอำลาทีมไปในเวลาต่อมา ซัมเมอร์นี้ก็เช่นกันนักเตะห้าคนที่เรากำลังจะกล่าวถึงนี้อาจอยู่ในข่ายผู้ไม่ได้ไปต่อและอาจถูกขึ้นบัญชีขายในเร็ววันก็เป็นได้

                ฟิลิเป้ คูติญโญ่ “คูตี้” ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้เหมือนตอนค้าแข้งอยู่กับลิเวอร์พูลด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างทั้งคู่แข่งที่ไม่เหมือนใน PL เพื่อนร่วมทีมที่ต่างออกไป จังหวะฟุตบอลของบาร์เซโลน่ารวมทั้งตำแหน่งที่เล่นไม่เอื้ออำนวย จึงมีข่าวลือออกมาบ่อย ๆ ว่าบาร์เซโลน่าพร้อมขายจอมทัพทีมชาติบราซิลรายนี้ออกไปหากได้ข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 80 ล้านยูโร        

อังเดร โกเมส กองกลางโปรตุกีสกลายเป็นแข้งส่วนเกินของทีมมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วและการปล่อยให้เอฟเวอร์ตันยืมตัวใช้งานก็ทำให้อังเดร โกเมสเนื้อหอมขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูท่าทีมที่มีภาษีจะคว้าตัวเขามากที่สุดก็คือท็อฟฟี่สีน้ำเงินเจ้าเดิมนี่เอง ซึ่งล่าสุดข่าวว่าเอฟเวอร์ตันได้ตัวแข้งสอบตกของบาร์ซ่ารายนี้แล้วในราคา 22 ล้านปอนด์

                มัลคอล์ม ปีกชาวบราซิเลี่ยนเคยเป็นแข้งเนื้อหอมสุด ๆ เมื่อฤดูกาลก่อน ทว่าหลังจากย้ายไปบาร์เซโลน่าฟอร์มของมัลคอล์มก็สาละวันเตี้ยลงเพราะคู่แข่งในลีกค่อนข้างแข็งแกร่งต่างจากลีก เอิงของฝรั่งเศส บาร์ซ่าพิสูจน์ชัดแล้วว่าแข้งรายนี้ไม่เหมาะกับลา ลีก้าจึงอาจจะพิจารณาปล่อยตัวออกไปหากทีมไหนอยากเซ้งต่อด้วยราคาที่เหมาะสม

                อุสมาน เด็มเบเล่ น่าจะเป็นนักเตะเบอร์หนึ่งที่สโมสรกาหัวอยากขายออกไปให้พ้น ๆ สักที หากว่ากันด้วยเรื่องฝีเท้าเจ้าหนูพะยี่ห้อแชมป์โลกก็พอตัวอยู่หรอก แต่พฤติกรรมนี่สิที่เป็นปัญหาแถมบาร์ซ่ายังไปดึงมาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด้วยราคาร้อยกว่าล้านยูโรแล้วอย่างนี้จะขายออกหรือเปล่าล่ะเนี่ย?

                ยาสเปอร์ ซิลิเซ่น เป็นเรื่องตลกที่นายทวารมือหนึ่งทีมชาติเนเธอร์แลนด์อย่างยาสเปอร์ ซิลิเซ่นต้องกลายเป็นตัวสำรองของประตูมือสามทีมชาติเยอรมันอย่างมาร์ค อังเดร แทร์ สเตเก้นในถิ่นคัมป์นู ตลอดสองปีที่ผ่านมาซิลิเซ่นไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีมได้และไป ๆ มา ๆ ตอนนี้บาร์ซ่าอยากขายซิลิเซ่นออกไปเพื่อหาผู้รักษาประตูที่เหนียวกว่า อายุน้อยกว่ามาไว้เป็นทางเลือกเผื่อแทร์ สเตเก้นหลุดฟอร์มอีก

                นักเตะเหล่านี้ไม่ได้หมดความเก่งกาจเชิงลูกหนังแต่อย่างใดบางคนยังเป็นตัวหลักของทีมชาติอยู่ บางคนถูกยืมตัวไปและทำผลงานได้ดีกับสโมสรใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ พวกเขาอาจแค่ไม่เหมาะกับฟุตบอลของบาร์เซโลน่าหรือเหตุผลในการปรับตัวอีกนับร้อยนับพัน ซึ่งแม้จะหาสโมสรใหม่ได้หรือยังคงต้องอยู่กับบาร์เซโลน่าต่อไปเราก็ขอเอาใจช่วยให้พวกเขาเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้และช่วยให้ต้นสังกัดประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่จะถึงนี้

post

เปิดประวัติเจ้าหนูมหัศจรรย์คนล่าสุด “ชูเอา เฟลิกซ์”

เชื่อว่าแฟนบอลที่ติดตามข่าวสารของวงการฟุตบอลอยู่เสมอคงเคยได้ยินชื่อนักเตะคนหนึ่งที่โดดเด่นขึ้นมาในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังของฟุตบอลลีกในยุโรป “ชูเอา เฟลิกซ์” คือชื่อที่หลายคนสงสัยว่าเขาเป็นใคร? เหตุใดจึงมีชื่อปรากฏเป็นผู้ทำประตูหรือแอสซิสให้เบนฟิก้าอยู่เรื่อย ๆ? จากความสงสัยนั้นวันนี้เราจะพาไปเปิดโปรไฟล์ไขข้อข้องใจเพื่อทำความรู้จักกับดาวรุ่งสุดฮ็อตจากแดนฝอยทองผู้นี้ว่ามีดียังไงทีมใหญ่ถึงพร้อมทุ่มกว่าร้อยล้านยูโรเพื่อกระชากเขาจากอ้อมอกของทีมตราเหยี่ยว

ชูเอา เฟลิกซ์ ชื่อเต็ม Joao Felix Sequeira

เกิดที่เมือง Viseu ประเทศโปรตุเกส เมื่อ 19 พฤศจิกายน 1999

อายุ 19 ปี

สัญชาติ โปรตุกีส

สโมสรปัจจุบัน SL Benfica

ตำแหน่ง Second Striker, Centre Forward, Right Forward

ประวัติโดยย่อ

ชูเอา เฟลิกซ์เป็นนักเตะฝึกหัดในอะคาเดมี่ dragon force ของปอร์โต้ตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบ หลายปีผ่านไปเขาสอบตกไม่ได้รับการเซ็นสัญญาให้เป็นนักเตะเยาวชนของปอร์โต้ กลายเป็นแข้งเยาวชนไร้สังกัดอยู่หนึ่งปีเต็ม ในปี 2015 ทางเบนฟิก้าให้โอกาสเขาได้ทดสอบฝีเท้าและมองเห็นพรสวรรค์จากนั้นจึงได้จับเจ้าหนูแข้งทองเซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนของ Benfica U17

ด้วยฝีเท้าเกินวัยเฟลิกซ์จึงขยับจากทีม U17 ขึ้นสู่ทีม U19 ในปี 2016 จากนั้นในปี 2017 เขาก็ได้เลื่อนจากทีม Benfica U19 ขึ้นไปเล่นให้ทีม Benfica B

เบนฟิก้าเชื่อมั่นว่าพวกเขาค้นพบเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอลแน่นอนแล้วจึงจับชูเอา เฟลิกซ์เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพและผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2018 ที่ผ่านมา

เฟลิกซ์ได้ Debut เกมแรกของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพเป็นตัวสำรองถูกเปลี่ยนลงไปในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกรอบคัดเลือกที่พบกับ P.A.O.K เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2018

ประตูแรกอย่างเป็นทางการรอไม่นานเพราะเกิดขึ้นกับการลงสนามนัดที่สามในฐานะนักเตะอาชีพเท่านั้นโดยเขาพังประตูให้ทีมขึ้นนำสปอติ้ง ลิสบอนได้ตั้งแต่นาทีที่ 19 และเกมนั้นจบลงที่สกอร์ 1-1 ถัดมาอีกสองเกมเขาบวกอีกหนึ่งประตูในเกมพบกับเดสปอร์ติโว อาเวส์ จากนั้นเขาถูกอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ได้ลงสนามประปรายและทำประตูเพิ่มได้อีกแค่ประตูเดียว จบปี 2018 ชูเอา เฟลิกซ์ ทำไป 3 ประตูกับอีก 1 แอสซิสเท่านั้น

ขึ้นสู่ปี 2019 นับเป็นปีทองของชูเอา เฟลิกซ์อย่างแท้จริง เพราะเข้าสู่ครึ่งหลังของฤดูกาลเจ้าหนูยอดนักเตะสลัดอาการบาดเจ็บไปจนหมดสิ้นจากนั้นจึงจัดการกระหน่ำประตูอย่างต่อเนื่อง เบิกฤกษ์ด้วย 4 ประตูในเดือนมกราคมและประตูอื่น ๆ ก็ไหลตามมาเรื่อย ๆ

เกมแจ้งเกิดอย่างเป็นทางการของเขาเกิดขึ้นในศึกยูโรป้าลีกที่เบนฟิก้าต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ตโดยเขามีส่วนกับทุกประตูที่ทีมทำได้ เฟลิกซ์ทำแฮตทริคในเกมนั้นกับจ่ายอีกหนึ่งประตูช่วยให้ทีมเอาชนะสโมสรชั้นยอดจากเยอรมันไป 4-2

สิ้นสุดฤดูกาล 2018-2019 ชูเอา เฟลิกซ์ทำสถิติลงเล่นทุกรายการรวม 43 นัด ทำประตู 20 ลูกกับจ่ายให้เพื่อนทำประตูอีก 11 ลูก

ชูเอา เฟลิกซ์มีตำแหน่งและสไตล์การเล่นละม้ายคล้ายคลึงกับอเลสซานโดร เดล ปิเอโร่, ฟรานเชสโก้ ต็อตติ, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ รวมทั้งอองตวน กรีซมัน เป็นนักเตะที่จ่ายบอลเฉียบขาด ยิงประตูเฉียบคม มีทักษะที่ดีเยี่ยม ลีลาสวยงาม แถมยังเล่นลูกกลางอากาศได้ด้วย พูดง่าย ๆ คือครบเครื่องนั่นเอง และด้วยวัยไม่ถึงยี่สิบปีบวกกับคุณสมบัติดังที่กล่าวไปแถมมีแววเป็นซูเปอร์สตาร์ได้ในอนาคตจึงไม่แปลกที่เบนฟิก้าจะกำหนดราคาแข้งวัยกระเตาะไว้เกินกว่าหนึ่งร้อยล้านยูโรซึ่งเป็นการวัดใจทีมใหญ่ทั่วยุโรปกลาย ๆ ว่าหากทีมไหนใจถึง(เงินถึง)ก็เอาตัวเจ้าหนูมหัศจรรย์รายนี้ไปได้เลย

post

เหตุผลเหล่านี้บ่งบอกว่าเหตุใดแฮร์รี่ แม็กไกวร์จึงสมควรจะมีค่าตัวเป็นสถิติโลก

ฟุตบอลคือเกมกีฬาที่แพ้ชนะกันด้วยการทำประตูจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้เล่นแนวรุกอันมีความสามารถยิงประตูได้ดีหรือสร้างสรรค์โอกาสให้ทีมสามารถทำประตูได้บ่อย ๆ จะมีราคามหาศาล ในขณะเดียวกันหากเกมรุกดีแต่เกมรับอ่อนยวบยาบทีมก็มีสิทธิ์ถูกตีเสมอหรือเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แม้จะทำประตูได้ก็ตาม ปัจจุบันผู้เล่นแนวรับจึงมีมูลค่ามหาศาลไม่แพ้บรรดาตัวรุกเลย และหลังจากลิเวอร์พูลได้ทลายกำแพงค่าตัวผู้เล่นในแนวรับด้วยการทุ่มเงินกว่า 75 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวเวอร์กิล ฟาน ไดคจ์กองหลังชื่อดังหลายคนจึงขยับมูลค่าตามกันไปด้วยไม่เว้นแม้แต่แฮร์รี่ แม็กไกวร์ว่าที่เจ้าของสถิติใหม่ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้บ่งบอกว่าเหตุใดแมนเชสเตอร์ ซิตี้จึงกำลังจะจ่ายเงินกว่า 80 ล้านปอนด์เพื่อแลกกับลายเซ็นของเขา

การเล่นเกมรับ แม้จะมีรูปร่างท้วมแต่แฮร์รี่ก็มีความเร็วพอตัว มีความคล่องตัวสูง เป็นกองหลังที่วิ่งตามประกบผู้เล่นที่มีความเร็วได้ หากต้องยืนคุมโซนก็ทำได้ดีเพราะรูปร่างที่ใหญ่โตทำให้สกัดกั้นแนวรุกของฝ่ายตรงข้ามได้สบาย ทั้งยังสามารถเล่นกับบอลได้แบบที่เป็บ กวาดิโอล่าชื่นชอบเพราะฟุตบอลสไตล์เป็ปคือการขึ้นเกมรุกจากแนวหลังนั่นเอง

การเล่นลูกกลางอากาศ ความสูงใหญ่ของเขาไม่เสียเปล่าเมื่อสามารถชนะในการดวลลูกกลางอากาศได้เสมอแถมเมื่อเจอทีมอุดที่ผู้เล่นแนวรุกทำประตูไม่ได้แฮร์รี่ยังมีออปชั่นเสริมทำประตูจากลูกเซ็ตเพลย์ช่วยทีมในยามคับขันได้ด้วย

บุคลิก แฮร์รี่ แม็กไกวร์เป็นผู้เล่นที่วินัยดีเยี่ยมและมีความเป็นผู้นำสูง ซึ่งในปัจจุบันที่ชื่อเสียงรวมทั้งเงินตราเป็นสิ่งล่อใจเช่นนี้นักเตะแบบเขาหาได้ยากยิ่งจึงไม่แปลกที่จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แฮร์รี่ เคน รวมทั้งแกเร็ธ เซาต์เกตผจก.ทีมชาติอังกฤษจะมองว่าพ่อหนุ่มคนนี้เหมาะจะเป็นรองกัปตันหรือกัปตันทีมชาติอังกฤษในอนาคต

ความฟิต แม้จะกรำศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียมาเช่นเดียวกับขุนพลทีมชาติอังกฤษคนอื่น ๆ แต่ปราการหลังเลือดผู้ดีก็ไม่ได้แสดงความอ่อนล้าออกมาแต่อย่างใดยังคงลงสนามให้เลสเตอร์ ซิตี้ได้กว่า 32 เกมในฤดูกาลที่ผ่านมา

อาการบาดเจ็บ แม้จะมีอาการบาดเจ็บที่เข่าเมื่อปลายปีที่ผ่านมาแต่นั่นคือการบาดเจ็บครั้งเดียวตลอดการค้าแข้งของแฮร์รี่ แม็กไกวร์ทั้งยังไม่ถึงกับต้องผ่าตัดแต่อย่างใด ซึ่งเพียงแค่สามสัปดาห์เขาก็สามารถกลับมาลงซ้อมเรียกความฟิตและในอีกสองอาทิตย์ถัดมาก็วิ่งปร๋อในเกมพรีเมียร์ลีกได้แล้ว

คุณสมบัติที่เรายกมาอ้างอิงทั้งหมดนี้อาจไขข้อสงสัยของหลายคนว่าเหตุใดแฮร์รี่ แม็กไกวร์จึงสมควรมีมูลค่ากว่า 80 ล้านปอนด์ ที่น่าอัศจรรย์ใจกว่านั้นคือเมื่อปีกลายเขามีมูลค่าเพียงแค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้น เท่ากับว่าไม่ถึงสองปีมูลค่าของเจ้าหนุ่มจากเมืองเชฟฟิลด์ขยับขึ้นถึงสิบเท่าเลยทีเดียว น่าทึ่งใช่ไหมล่ะ?

post

วีรกรรมสุดแสบของเนย์มาร์ตลอดสองปีในถิ่นพาร์ค เดส์ แพร็งซ์

ช่วงสองปีหลังที่ “เนย์มาร์” ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิลย้ายออกจากบาร์เซโลน่าสู่ถิ่นพาร์ค เดส์ แพร็งซ์ของปารีส แซงต์ แชร์แมงไม่ว่าดาวเตะจอมลีลาขยับทำอะไรก็กลายเป็นข่าวแทบทั้งนั้น ทั้งเรื่องนอกหรือในสนาม ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระอีกนับไม่ถ้วน สำคัญคือส่วนใหญ่เรื่องราวที่ผ่านหูผ่านตาสาธารณชนมักจะเป็นข่าวด้านลบเสียทั้งสิ้น และเรื่องราวเหล่านี้แหละคือวีรกรรมสุดแสบที่เนย์มาร์ก่อไว้ภายในสองปีกับ PSG ก่อนยื่นเรื่องขอขึ้นบัญชีย้ายทีมแบบช็อกวงการฟุตบอล

หลังจากย้ายไปร่วมทีม PSG ได้ไม่นานเนย์มาร์แกรนด์ โอเพนนิ่งด้วยการก่อเหตุสุดฉาวแย่งกันยิงจุดโทษกับเอดิสัน คาวานี่ทั้ง ๆ ที่คาวานี่ถูกผู้จัดการทีมวางให้เป็นมือหนึ่งในการทำหน้าที่สังหารจุดโทษ ซึ่งหลังจากนั้นทั้งคู่ก็มีความไม่ลงรอยกันเสมอมา ส่วนหนึ่งมองว่าเนย์มาร์ต้องการประตูเพื่อบวกสถิติในอาชีพอีกส่วนเผยว่าในสัญญากับ PSG หนึ่งประตูของเขามีมูลค่ากว่า 25,000 ยูโร ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเหตุผลใดที่ทำให้เขาสร้างเรื่องงามหน้าในขณะนั้น

เนย์มาร์ยังก่อวีรกรรมสุดกร่างอย่างการปาบอลอัดกำแพงตอนซ้อมเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ให้ความเคารพอูไน เอเมอร์รี่เมื่อครั้งเป็นผู้จัดการทีมรักษาการแถมยังมีอีกหลายครั้งที่เขารวมหัวกันกับเพื่อนร่วมทีมขัดคำสั่งไม่เล่นตามแผนที่กุนซือวางไว้อีกด้วย

ไม่มีอีกแล้วหนุ่มน้อยขี้อายที่มีความสุขกับการเล่นฟุตบอล แดนน้ำหอมทำให้เนย์มาร์กลายเป็นซุป’ตาร์ไปจริง ๆ เขาเปลี่ยนไปทั้งการแต่งตัวที่เน้นแบรนด์เนมสไตล์หลุดโลก ความประพฤติสุดเยอะแบบที่คนดังทำกัน และปาร์ตี้กับเหล่าเซเล็ปที่เขาใช้เวลากับมันมากกว่าฟื้นฟูอาการบาดเจ็บหรือเล่นฟุตบอลเสียอีก

เมื่อทีมแพ้ในนัดชิงฟุตบอลเฟร้นส์คัพตอนขึ้นไปรับเหรียญเงินเนย์มาร์ที่อารมณ์บูดได้โต้เถียงและเหวี่ยงท่อนแขนโดนใบหน้าแฟนบอลที่พยายามถ่ายรูปเขาด้วยมือถือ หลังเหตุการณ์นั้นแฟนบอลในฝรั่งเศสถึงกับแอนตี้สตาร์ PSG รายนี้ไปเลย

หลังจากพ่ายนัดชิงฟุตบอลเฟร้นส์คัพที่เจ้าตัวฟาดงวงฟาดงาลงกับแฟนบอลมีเหตุการณ์ฉาวต่อเนื่องในทีมอีกเมื่อเขาเปิดฉากฉะกับยูเลี่ยน ดรั๊กซ์เลอร์จนเกือบลงไม้ลงมือกันและหลังจากนั้นก็โจมตีเพรสแนล คิมเปมเบ้ผ่านสื่อว่าไม่ให้ความเคารพนักเตะรุ่นพี่

จะเป็นเซเล็ปไม่ได้หากไม่รู้จักเคลื่อนไหวในโลกโซเชี่ยล แน่นอนเนย์มาร์เองก็ใช้โซเชียลเป็นสื่อประชาสัมพันธ์หลักของตัวเองเช่นกันและการโพสต์อย่างเดือดดาลวิจารณ์ผู้ตัดสินหลังทีมพ่ายให้กับแมนฯยูฯกระเด็นตกรอบ UCL แม้จะเป็นข่าวดังสร้างยอดฟอลโล่วให้กับตัวเองได้ก็จริงแต่เจ้าตัวต้องรับกรรมโดนแบนสามเกมในฤดูกาลหน้าไปโดยปริยาย

ฤดูกาล 2018-2019 ที่ผ่านมาสตาร์ชาวบราซิลโชว์ความใหญ่คับฟ้าอีกรอบด้วยการแหกวงการฟุตบอลฝรั่งเศสว่ามีมาตรฐานต่ำกว่าลา ลีก้า ลีกยักษ์ใหญ่ของสเปนที่เขาจากมา นักฟุตบอลในลีกฝรั่งเศสสู้เขาไม่ได้จึงพยายามเข้าบอลหนัก ๆ และผู้ตัดสินก็มักปล่อยให้นักเตะเหล่านั้นเล่นงานเขาโดยไม่ถูกลงโทษด้วยแถมในลีกที่เต็มไปด้วยนักฟุตบอลฝีเท้าธรรมดานั้นไร้ความท้าทาย ได้แชมป์ง่ายเกินไป ทั้งยังส่งผลให้ฝีเท้าของเขาไม่ได้พัฒนาขึ้นด้วย

ปิดท้ายวีรกรรมแสบล่าสุดที่ขู่จะสไตรค์ไม่กลับไปปารีสอีกเพื่อบีบให้ทีมขายเขาออกไป นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ประธานสโมสรปารีส แซงต์ แชร์แมงเจอเข้ากับตัวถึงกับโมโหสั่นเป็นเจ้าเข้าแล้วออกมาประกาศผ่านสื่อเลยว่า “สโมสรจะไม่ทนกับพฤติกรรมของนักเตะชื่อดังอีกต่อไป ใครไม่มีความสุขก็เชิญย้ายออกไปจากสโมสรได้เลย”

หลังจากขอขึ้นบัญชีย้ายทีมเรอัล มาดริดเป็นทีมแรกที่ยื่นข้อเสนอให้ PSG พิจารณาด้วยเงินจำนวน 120 ล้านยูโรบวกกับฮาเมส โรดริเกวซหรือแกเร็ธ เบลคนใดคนหนึ่ง ทาง PSG ยังไม่รีบตัดสินใจเพราะจะรอดูข้อเสนอของทีมอื่นด้วย ในขณะเดียวกันมีข่าวกอสซิปออกมาเรื่อย ๆ ว่าเนย์มาร์สนใจกลับไปบาร์เซโลน่ามากกว่า ซึ่งความเป็นไปได้จะมากน้อยแค่ไหนคงต้องย้อนกลับไปดูตอนเขาจากบาร์ซ่ามาปารีสฯว่าก่อวีรกรรมสุดแสบทิ้งทวนไว้อย่างไรบ้างและบาร์เซโลน่าพร้อมจะให้อภัยเขาหรือไม่?

post

มิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ลของอูไน เอเมอร์รี่

เชื่อว่านาทีนี้บรรดาผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีกคงไม่มีใครปวดหัวเท่าอูไน เอเมอร์รี่ผู้จัดการทีมเลือดสแปนิชของอาร์เซน่อลเพราะล่าสุดตัวเลขงบประมาณการทำทีมในฤดูกาลหน้าของเขาเปิดเผยสู่สาธารณะแล้วว่าผู้บริหารเจียดมาให้แค่ 40 ล้านปอนด์!!! อาร์เซน่อลที่มีเป้าหมายทำอันดับไปเล่นบอลยุโรป สเกลของทีมเล็กลงเพราะเสียนักเตะอย่างอารอน แรมซีย์ แดนนี่ เวลเบ็ค ปีเตอร์ เช็คและนาโช่ มอนเรอัล ทั้งยังต้องเล่นฟุตบอลถึงสี่รายการใคร ๆ ต่างก็ทราบว่างานนี้ของอูไน เอเมอร์รี่มันคือมิชชั่น อิมพอสซิเบิ้ลชัด ๆ แต่หากวิเคราะห์ดูอย่างละเอียดแล้วก็ยังพอเห็นทางออกที่จะช่วยให้อดีตผจก.เซบีญ่าทำทีมบนงบประมาณอันน้อยนิดนี้ได้อยู่เหมือนกัน

นักเตะโนเนม การเลือกซื้อนักเตะโนเนมฝีเท้าดีมาเพื่อเป็นแบ็คอัพโดยไม่เปลี่ยนแปลงทีมชุดใหญ่มากนักจะไม่เปลืองงบประมาณมากโดยเฉลี่ยนักเตะโนเนมจะมีราคาอยู่ที่ 1.5-5 ล้านปอนด์ซึ่งในงบ 40 ล้านปอนด์สามารถกว้านซื้อได้หลายคนไม่แน่หากแมวมองตาแหลมเลือกถูกคนอาจจะเจอนักเตะแบบช้างเผือกในป่าลึกก็เป็นได้

ซื้อเท่าที่จำเป็น ฤดูกาลที่ผ่านมาแนวรับของอาร์เซน่อลถือเป็นจุดอ่อนของทีมการทุ่มเงินทั้งก้อนซื้อนักเตะที่ฝากผีฝากไข้ได้เลยก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี ด้วยตัวเงินที่พวกเขามีอาจจะพอได้กองหลังฝีเท้าดี 1-3 คนและนั่นอาจจะช่วยให้ผลงานของทีมดีขึ้นกว่าซีซั่นที่ผ่านมา

ขายนักเตะ ปิแอร์ เอเมอร์ริค โอบาเมยองได้รับความสนใจจากทีมในจีนและแมนฯยูฯหากทีมปืนใหญ่ตกลงขายสัก 50-60 ล้านปอนด์ก็จะช่วยให้มีทุนในการทำทีมเพิ่มขึ้นและถึงแม้จะเสียกองหน้าผมตั้งอาร์เซน่อลก็ยังเหลืออเล็กซานเดร ลากาแซ็ตต์ที่ทำหน้าที่แทนกันได้ ไม่เพียงแต่โอบาเมยองเท่านั้นนักเตะอย่างมคิทาร์ยาน โอซิล หรือชาก้าบรรดาซูเปอร์สตาร์ที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ทีมมากนักจะขายออกไปสักคนเพื่อระดมทุนในการทำทีมก็เข้าท่าดีไม่น้อย

ยืมตัว อาร์เซน่อลยังพอมีบารมีในการยืมตัวนักเตะฝีเท้าดีจากทีมชั้นนำด้วยกัน นักเตะหลาย ๆ คนที่ไม่สามารถสอดแทรกทีมชุดใหญ่ได้กำลังรอโอกาสจะสร้างชื่อและถ้าทีมระดับอาร์เซน่อลยื่นมือเข้าไปมอบโอกาสให้เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะปฏิเสธลง

ผลักดันดาวรุ่ง การผลักดันดาวรุ่งในอะคาเดมี่เป็นวิธีที่ควรทำควบคู่ไปกับทุกวิธีที่กล่าวมา และทีมปืนใหญ่ขึ้นชื่อว่าเป็นเซียนในด้านนี้อยู่แล้วจึงพอคลายกังวลได้แม้จะมีงบช็อปปิ้งน้อยก็ตามเพราะดาวรุ่งที่พวกเขาปลุกปั้นขึ้นมาส่วนใหญ่มีฝีเท้าฉกาจฉกรรจ์เกินวัย แจ้งเกิดได้แทบทุกฤดูกาลซึ่งอาร์เซน่อลก็ควรใช้จุดแข็งด้านนี้เข้าสู้เพราะทุนทรัพย์ที่มีแข่งกับบรรดาบิ๊กทีมที่เหลือไม่ได้เลย

แม้จะได้งบประมาณในการทำทีมน้อยจนน่าปวดหัวแต่อย่างไรอาร์เซน่อลก็ยังคงเป็นทีมใหญ่ คอนเน็คชั่นที่พวกเขามี บารมีที่สั่งสมมานานยังอาจพอช่วยในยามวิกฤตเช่นนี้ได้ อย่างไรก็ตามฝ่ายที่ควรทำใจที่สุดคือแฟนบอลไอ้ปืนใหญ่เพราะท่าทีของผู้บริหารแสดงออกอย่างชัดเจนแล้วว่าพวกเขาได้เปลี่ยนสถานะของสโมสรแห่งนี้จากทีมลุ้นแชมป์สู่ทีมลุ้นอันดับ 4-6 แล้วนั่นเอง

post

5 แข้งแจ้งเกิดเต็มตัวในโคปา อเมริกา 2019

เปิดฉากขึ้นแล้วกับฟุตบอลทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกาใต้อย่างโคปา อเมริกา 2019 หลังจากเริ่มแข่งขันกันไปจนจบรอบแรกมีหลายเกมน่าประทับใจ มีความตื่นเต้นเร้าใจฉบับอเมริกาใต้อย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้นมีนักเตะหลายคนสามารถแจ้งเกิดได้อย่างสง่างามในรายการนี้ บางคนเพิ่งมีโอกาสติดทีมชาติ บางคนมีชื่อมานานแต่เพิ่งสามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวซึ่งเราก็ไม่พลาดคัดเอาดาวเตะที่โชว์ฟอร์มน่าประทับใจมาแนะนำให้รู้จักกัน

เอเวอร์ตัน ปีกจรวดชาวแซมบ้าแจ้งเกิดได้ตั้งแต่เกมแรกในทัวร์นาเม้นต์เมื่อลงสนามมาแทนแฟร์นานดิญโญ่ ทันทีที่ลงสนามประจำการทางฝั่งซ้ายเกมตื้อ ๆ ของทีมชาติบราซิลก็ไหลลื่นขึ้นมาทันตาเห็น เอเวอร์ตันจัดการเผาเครื่องแบ็คขวาของโบลิเวียแบบไม่เกรงใจ ความเร็วของเขาฉีกแนวรับของคู่แข่งขาดกระจุยแถมยังทำประตูได้ตั้งแต่นัดแรกกับการลงสนามในสีเสื้อทีมชาติบราซิล ผลงานสุดแจ่มส่งผลให้ตอนนี้แมวมองทั่วยุโรปจ้องเจ้าหนูคนนี้ตาเป็นมันเลยทีเดียว

ดูวาน ซาปาต้า แม้อายุอานามจะปาเข้าไป 28 ปีแล้วแต่ดาวยิงทีมชาติโคลัมเบียถือเป็นแข้งแจ้งเกิดช้าแม้จะได้อยู่กับทีมใหญ่อย่างนาโปลีแต่กว่าจะระเบิดฟอร์มออกมาก็เมื่อได้เป็นสมาชิกของอตาลันต้าด้วยวัย 26 ปีไปแล้ว ในนามทีมชาติก็เช่นกันโอกาสที่เขาจะสอดแทรกแจ็คสัน มาร์ติเนซกับราดาเมล ฟัลเกาตอนยังหนุ่ม ๆ เป็นไปได้ยากกองหน้าสุดบึ๊กจึงเพิ่งมีโอกาสรับใช้ทีมชาติในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ ๆ เป็นหนแรกและทันทีที่ลงสนามในฐานะตัวสำรองดูวาน ซาปาต้าก็ลงมาเปลี่ยนเกมสังหารประตูคลายความกดดันในเกมกับทีมชาติอาร์เจนติน่าได้เลย

วุยเคอร์ ฟาริเนซ ไม่บ่อยนักที่นักฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตูจะแจ้งเกิดในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่แต่นายทวารวัยละอ่อนผู้นี้ทำได้ด้วยผลงานจบรอบแรกลงสนามสามนัดเสียไปเพียงหนึ่งประตู ที่สำคัญแนวรุกสุดอันตรายของทีมชาติบราซิลยังยิงประตูมือกาวผู้นี้ไม่ได้เสียด้วยทำให้เกมนั้นจบลงที่ผลเสมอ 0-0 ไม่แปลกเลยที่ทีมชาติเวเนซูเอล่าจะไว้วางใจให้เขาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งแม้จะมีอายุเพียงแค่ 23 ปีเท่านั้น

มิเกล อัลไมร่อน ปีกพรสวรรค์จากนิวคาสเซิ่ลเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองมานานหลายปีแล้ว เขาประสบความสำเร็จกับการค้าแข้งใน MLS หรือเมเจอร์ ลีก ซ็อคเกอร์ในสหรัฐอเมริกาก่อนบินลัดฟ้าข้ามมาเล่นในพรีเมียร์ลีกแต่ด้วยเวลาที่มีแค่หกเดือนกับทีมที่ฟอร์มแกว่งอัลไมร่อนจึงไม่ได้แสดงศักยภาพที่มีออกมาอย่างเต็มที่จนเมื่อได้ลงสนามกับทีมชาติปารากวัยนี่เองที่เขาฉายแสงออกมาอย่างแท้จริงด้วยสถิติลงสนามสามนัดจ่ายไปสามประตูแถมมีโมเม้นต์เท่ ๆ อย่างการชนะในการดวลตัวต่อตัวกับเลโอเนล เมสซี่เป็นความทรงจำดี ๆ อีกต่างหาก

วิลมาร์ บาริออส ดูจากฟอร์มเปิดหัวทัวร์นาเม้นต์นี้แล้วทีมชาติโคลัมเบียชุดนี้มีสิทธิ์ไปไกลถึงแชมป์ได้เลยทีเดียวเพราะนอกจากแนวรุกระดับเวิร์ลคลาสเกมรับของพวกเขาก็เหนียวแน่นสุด ๆ ด้วย ส่วนสำคัญคือกองกลางมดงานอย่างวิลมาร์ บาริออสที่ทำงานได้ดีจัดการสแกนเกมรุกของฝ่ายตรงข้ามอยู่หมัด ดูท่าหลังรายการนี้อดีตดาวเตะโบคา จูเนียร์อาจได้ข้อเสนอใหม่ ๆ ให้พิจารณาอีกแล้ว

นี่คือ 5 นักเตะที่แจ้งเกิด โชว์ฟอร์มสุดเจ๋งได้ในการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มของโคปา อเมริกา 2019 ไม่แน่ในการแข่งขันรอบต่อไปเราอาจได้เห็นนักเตะอีกหลายคนแจ้งเกิดได้เหมือนกับนักเตะทั้งห้ารายนามนี้ก็ได้และนอกจากเกมการแข่งขันที่สนุกสนานเร้าใจแล้วการได้จับตามองนักเตะเหล่านี้ก็ถือเป็นการเพิ่มอรรถรสในการรับชมฟุตบอลด้วยเช่นกัน

post

นักเตะเป้าหมายของทีม big 6 ในพรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกเป็นลีกฟุตบอลอาชีพมาตรฐานสูงที่แต่ละทีมสมาชิกขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด เป็นลีกฟุตบอลที่ตำแหน่งแชมป์ไม่ผูกขาดอยู่แค่สองหรือสามทีมสามารถเปลี่ยนมือได้แทบทุกปีและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตัวผู้เล่นภายในทีมแต่ละปีนั้นสำคัญมาก เพราะผู้เล่นเพียงหนึ่งหรือสองคนอาจยกระดับทีมได้เลยเช่นเอ็นโกโล ก็องเต้ ที่ย้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้สู่เชลซีและกลายเป็นหัวใจสำคัญพาเชลซีเป็นแชมป์ลีกในฤดูกาล 2016-2017 ดังนั้นฤดูกาล 2019-2020 ที่จะถึงนี้จึงน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่านักเตะผู้เป็นเป้าหมายของบรรดา big 6 ในพรีเมียร์ลีกเหล่านี้จะสามารถช่วยพาทีมไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้หรือไม่

แมนฯซิตี้ แม้จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลล่าสุดแต่การได้แชมป์ด้วยคะแนนเฉือนลิเวอร์พูลเพียงแต้มเดียวทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าวางใจไม่ได้ ในลีกมาตรฐานสูงเช่นนี้หากพวกเขาไม่รักษาฟอร์มการเล่นหรือนิ่งนอนใจไม่เสริมทัพก็อาจจะป้องกันแชมป์ไว้ไม่ได้ และจุดอ่อนเดียวที่ซิตี้มองเห็นในตอนนี้คือแฟร์นานดิญโญ่กองกลางพันธุ์ขยันของทีมที่เริ่มโรยราไปตามวัยและนักเตะตัวแทนกองกลางทีมชาติบราซิลที่เป็ป กวาดิโอล่าเล็ง ๆ อยู่ก็คือ โรดรี้กองกลางอายุน้อยจากแอตเลติโก มาดริด

ลิเวอร์พูล ดูท่าเจอร์เก้น คล็อปยังไม่ขยับอะไรมากในช่วงต้นตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ส่วนหนึ่งอาจเพราะทีมที่มีอยู่ค่อนข้างลงตัวอีกส่วนคืออาจต้องระบายนักเตะส่วนเกินของทีมก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าขาดเหลืออะไรบ้างโดยหลัก ๆ แล้วทีมหงส์แดงอาจต้องการแบ็คซ้ายหนึ่งคนแทนที่โรเบอร์โต้ โมเรโน่ที่หมดสัญญากับทีมเพื่อเอามาเป็นสำรองของแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และกองหลังตัวกลางอีกหนึ่งคนแทนที่เดยัน ลอฟเรนโดยนักเตะที่เกเก้น คล็อปป์หมายตาอยู่ก็มี คีแรน เทียร์นีย์แบ็คซ้ายจากเซลติกและคาลิดู คูลิบาลี่จากนาโปลีแต่อาจมีเซอร์ไพรส์ให้แฟน ๆ ได้จิ้นนิด ๆ เพราะตอนนี้คีลียัน เอ็มบัปเป้กองหน้าตัวจี้ดจาก PSG ออกตัวสุดลิ่มทิ่มประตูว่าอยากมาจอยกับทีมหงส์แดงในฤดูกาลหน้า

เชลซี ทีมสิงโตน้ำเงินครามไม่มีสิทธิ์เซ็นใครมาร่วมทีมทั้งฤดูกาลเพราะถูกฟีฟ่าแบนจากความผิดฐานซื้อนักเตะดาวรุ่งแบบผิดกฏดังนั้นพวกเขาจะไม่ได้ใครมาร่วมทีมนอกจากคริสเตียน พูลิซิชปีกอนาคตไกลจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนที่มีการตกลงซื้อขายกันล่วงหน้า

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ นี่จะเป็นปีที่ทีมไก่เดือยทองอาจใช้จ่ายเกินกว่าร้อยล้านปอนด์เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาพวกเขาไม่เสียเงินซื้อนักเตะเลยแม้แต่เพนนีเดียว โครงการในปีนี้ของบิ๊กทีมจากลอนดอนเหนือจึงเป็นเมก้า โปรเจ็คยกเครื่องทีมทั้งระบบซึ่งอาจมีนักเตะแกนหลักหลายคนที่ย้ายออกไปซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะมีใครบ้างแต่ตอนนี้ตำแหน่งที่พวกเขาต้องการแน่ ๆ คือกองกลางที่ว่างอยู่ตั้งแต่มุสซ่า เด็มเบเล่ย้ายออกไปตอนกลางฤดูกาลและดูเหมือนว่าทีมงานของโปเช็ตติโน่จะตาแหลมเสียด้วยเพราะเล็งเป้าไปที่ต็องกี เอ็นดอมเบเล่กองกลางเนื้อหอมจากโอลิมปิค ลียงกับจิโอวานนี่ โล เชลโซ่ กองกลางตัวรุกฝีเท้าดีจากเรอัล เบติสและอาจมีเซอร์ไพรส์หากโล เชลโซ่ถูกโขกราคาเกินไปทีมไก่เดือยทองจะขยับไปหาบรูโน่ แฟร์นานเดสตัวรุกสุดฮอตจากสปอติ้ง ลิสบอนแทน

อาร์เซน่อล น่าปวดหัวแทนอูไน เอเมอร์รี่เพราะแม้จะพาทีมปืนใหญ่เข้าชิงยูโรป้า ลีกได้ในฤดูกาลที่ผ่านมาแต่สโมสรก็ยังจำกัดงบให้ช็อปนักเตะแค่ 40 ล้านปอนด์เท่าฤดูกาลก่อนซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะคว้าตัวนักเตะชั้นดีในตลาดณ.ปัจจุบัน ผจก.ทีมชาวสเปนจึงต้องมองหานักเตะโนเนมโดยทีมยังต้องการกองหลังตัวกลางอย่างน้อย ๆ หนึ่งคนแถมยังอาจต้องเป็นคนที่เล่นตำแหน่งแบ็คซ้ายได้ด้วยเพราะนาโช่ มอนเรอัลกำลังจะหมดสัญญาซึ่งกองหลังที่ตกเป็นข่าวกับทีมปืนใหญ่ก็คือโยอาคิม อันเดอร์เซ่นจากซามพ์โดเรียในลีกกัลโช่ เซเรีย อา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้จะมีเงินถุงเงินถังแต่แมนฯยูฯกำลังประสบปัญหาโน้มน้าวนักเตะชั้นนำสู่ทีมได้ยาก ส่วนสำคัญก็เพราะไม่สามารถตีตั๋วไปเล่นในรายการ UCL ได้ดังนั้นหากนักเตะมีชื่อสักคนจะย้ายไปร่วมหัวจมท้ายกับทีมจึงต้องอาศัยเม็ดเงินมากกว่าความเป็นจริงทำให้การเจรจากับนักเตะอย่างแฮร์รี่ แม็กไกวร์ คาลิดู คูลิบาลี่ และแอรอน วาน-บิสซาก้า เกิดความยืดเยื้อซึ่งนอกจากกองหลังตัวกลางกับแบ็คซ้าย แมนฯยูฯยังจำเป็นต้องหากองกลางและกองหน้าหากปอล ป็อกบากับโรเมอู ลูกากูย้ายออกจากทีมด้วย

เป้าหมายหลักของ big 6 ในฤดูกาลนี้คือนักเตะที่ทีมต้องการนำมาปรับปรุงจุดอ่อนของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมาแม้ทีมที่พร้อมสรรพในขุมกำลังอย่างลิเวอร์พูลกับแมนฯซิตี้เองก็ยังจำเป็นต้องเสริมทีมเพราะในลีกที่การแข่งขันเข้มข้นนี้หากหยุดพัฒนาทีมเพียงนิดเดียวอาจจะถูกทีมอื่นก้าวข้ามไป โดยเฉพาะทีมระดับกลางที่ตอนนี้น่ากลัวไม่แพ้กลุ่ม big 6 เลย

post

ปัญหาใหญ่ในซัมเมอร์นี้ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทุกคนทราบดีว่าการไม่สามารถจบ 1 ใน 4 อันดับแรกของตารางในฤดูกาลที่ผ่านมานับเป็นความล้มเหลวสำหรับทีมระดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่หลาย ๆ คนไม่คาดคิดคือความล้มเหลวนี้กำลังจะส่งผลให้แมนฯยูฯต้องพบกับความระส่ำระสายอีกรอบ โดยเฉพาะเรื่องวุ่น ๆ เกี่ยวกับนักเตะทั้งขาเข้าและขาออกซึ่งต้องบอกว่างานของทีมปิศาจแดงไม่ง่ายเลยเมื่อต้องพบกับปัญหาใหญ่ถึงสามประการด้วยกันในซัมเมอร์นี้

มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ตัวแสบคอยก่อกวนทีมปิศาจแดงมาเสมอตั้งแต่ยุคของผจก.โจเซ่ มูริญโญ่ เขามีความไม่พอใจเป็นทุนเดิมที่ถูกแมนฯยูฯสั่งห้ามไม่ให้เข้าออกสโมสรตามอำเภอใจ ไม่ให้เข้าไปยุ่มย่ามกับการจัดการนักเตะในความดูแลประกอบกับตอนนี้ไม่ต้องการให้นักเตะชื่อดังของเขาต้องไปเล่นถ้วยรองของยุโรปให้เสื่อมมูลค่าลงไปอีกการณ์นั้นไรโอล่าจึงพยายามนำนักเตะของเขาออกจากถิ่นโอล แทรฟฟอร์ดทั้งโรเมอู ลูกากูและปอล ป็อกบา ในรายของลูกากูเป็นไปได้สูงที่จะย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลานเพราะตอนนี้มีการเปิดโต๊ะเจรจากันอย่างจริงจังแล้ว ส่วนป็อกบาก็คงเป็นอีกรายที่จะย้ายออกแน่นอนเพราะแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการแสวงหาความท้าทายใหม่ การต้องเสียสองดาวดังโดยเฉพาะมิดฟิลด์แชมป์โลกจะส่งผลกับยูไนเต็ดแน่นอนเพราะฤดูกาลที่ผ่านมาป็อกบาเป็นนักเตะที่แบกทีมมาตลอดซึ่งสถิติบ่งชี้เด่นชัดทั้งการเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทีม ผ่านบอลให้เพื่อนทำประตูมากที่สุด ตัดบอลมากที่สุดและสร้างสรรค์โอกาสทำประตูมากที่สุดด้วย

การซื้อตัวนักเตะ ด้วยผลงานสุดล้มเหลวของทีมประกอบกับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ไม่มั่นคงนักเตะระดับโลกหลายคนจึงปฏิเสธร่วมทัพปิศาจแดง ยังไม่พอการเลือกผู้เล่นระดับรองลงมาก็ไม่วายถูกอัพราคาขึ้นอีกอย่างแฮร์รี่ แม็คไกวร์ถูกเลสเตอร์ ซิตี้แปะราคากว่า 80 ล้านปอนด์ แอรอน วาน-บิสซาก้าแบ็คซ้ายดาวรุ่งจากคริสตัน พาเลชเองก็ไม่น้อยหน้าพอเป็นทีมระดับยูไนเต็ดให้ความสนใจราคาก็เลยเถิดไปถึง 60 ล้านปอนด์ซึ่งแพงกว่าแบ็คขวา ยี่ห้อแชมป์อย่างไคล์ วอล์กเกอร์เสียอีก ไม่เท่านั้นงานของโอเล่ กุนนาร์ โซลชายังยากขึ้นไปอีกเพราะการซื้อขายตัวนักเตะต้องผ่านความเห็นชอบจากเอ็ด วู้ดเวิร์ดด้วย “เอ็ด…เป็นนายธนาคารที่รู้จักเพียงเรื่องธุรกิจแต่ความรู้เรื่องฟุตบอลของเขาเป็นศูนย์” นี่คือความเห็นที่ตรงกันของหลุยส์ ฟาน กัล และ โจเซ่ มูริญโญ่ สองผู้จัดการทีมที่เคยผ่านความยากลำบากในการคุมทีมปิศาจแดงมาก่อน ดังนั้นจึงไม่ง่ายเลยที่โซลชาจะได้ตัวนักเตะที่เขาต้องการจริง ๆ โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ

ผู้นำในทีม อันเดร เอร์เรร่า อันโตนิโอ วาเลนเซีย คือสองผู้เล่นที่จะหมดสัญญาลงบวกกับลูกากูและป็อกบาที่มีแนวโน้มจะย้ายออกไปเท่ากับทีมปิศาจแดงอาจต้องเสียผู้เล่นแกนหลักออกไปสี่คนซึ่งหากดาบิด เด เกอาแสดงความประสงค์จะย้ายทีมตั้งแต่ซัมเมอร์นี้เลยก็บอกได้คำเดียวว่าหายนะแน่ ๆ เพราะนักเตะที่เหลือจะมีเพียงผู้เล่นโรยราอย่าง แอชลีย์ ยัง นักเตะที่โลกลืมอย่าง อเล็กซิส ซานเชส, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, เอริค ไบญี่, แซร์จิโอ โรเมโร่ กับนักเตะฟอร์มผีเข้าผีออกอย่างฟิล โจนส์ คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจสซี่ ลินการ์ด, เฟร็ดและอองโตนี่ มาร์กซิยาล รายชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ใช่นักเตะที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำของทีมได้เลย

ปัญหาทั้งสามประการนี้คือสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกำลังประสบ ทีมที่เคยยิ่งใหญ่ในครั้งอดีตนี้ปัจจุบันกลายเป็นทีมที่อยู่ในสถานะต้องได้รับการกอบกู้อย่างเร่งด่วนและตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ 2019 นี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่พวกเขาต้องจัดการให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจต้องขมขื่นถูกทีมร่วมเมืองอย่างแมนฯซิตี้ที่มีทริปเปิ้ลแชมป์กับคู่แค้นตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูลที่มีถ้วยหูใหญ่ของยุโรปทิ้งห่างออกไปอีก

post

สำหรับฟุตบอลนั้น ช้า ๆ ไม่ได้พร้าสักเล่ม

ถ้าพูดถึงสโมสรใหญ่ทุกคนคงนึกถึงทีมที่มีฐานแฟนบอลอยู่ทั่วโลก มีเม็ดเงินมหาศาล ในทีมประกอบด้วยแข้งระดับเวิร์ลคลาสมากมาย แต่ทีมใหญ่ที่เรากำลังจะพูดถึงอยู่นี้ตรงกันข้ามกับทุกอย่างที่กล่าวไป ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนแทบทุกปี แถมตกชั้นเป็นว่าเล่น ไม่มีนักเตะระดับโลกอยู่เลย หลายคนคงนึกออกทันใด ใช่แล้วล่ะนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดนั่นเอง

ไมค์ แอชลีย์ประธานสโมสรคือคนที่เหล่าบรรดาทูนอาร์มี่จงชังกว่าใคร เขาคือคนที่ทำให้นิวคาสเซิ่ลทรง ๆ ทรุด ๆ อยู่ตลอดเพราะนโยบายการบริหารสโมสรที่ไร้ความทะเยอทะยาน ไมค์ แอชลีย์หวังพึ่งฟ้าพึ่งฝนให้ทีมใช้เงินน้อยที่สุดในขณะเดียวกันก็หวังว่าผลงานของนักเตะที่มีจะดีขึ้นมาแบบฟลุ๊ค ๆ เพื่อจะขายนักเตะที่ทำผลงานดีเหล่านั้นออกไปแบบแพง ๆ  เช่นเดียวกับกรณีจิออจิโอ้ ไวจ์นัลดุมกับมุสซ่า ซิสโซโก้ที่ได้เงินรวมกันกว่า 70 ล้านปอนด์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเป้าหมายของทีมมีเท่านี้จริง ๆ คือซื้อนักเตะถูก ๆ มาปั้นเพื่อขายออกไปโดยไม่สนผลงานของทีมถึงจะตกชั้นก็ตาม แสบกว่านั้นคือแม้จะขายนักเตะได้เงินมหาศาลแต่เงินจำนวนนั้นไม่ได้นำมาปรับปรุงทีมเลย ประธานสุดตืดยังคงจำกัดทุนในการทำทีมไว้แค่ 15-30 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งราฟาเอล เบนิเตซออกมาบ่นผ่านสื่อเลยว่าเจ้าของสโมสรผู้นี้ไม่รักษาคำพูดกับเขาทั้งที่ก่อนเซ็นสัญญาคุมทีมมีการรับปากว่าจะให้งบช็อปนักเตะกับเบนิเตซแบบไม่อั้นแต่พอเอาเข้าจริง ๆ ให้งบสำหรับการทำทีมลุยพรีเมียร์ลีกแค่ 15 ล้านปอนด์เท่านั้น แน่นอนหลังจากนั้นความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการทีมกับเจ้าของสโมสรเกิดความไม่ลงรอยมาตลอด

แต่แล้ววันฟ้าเปิดของราฟาเอล เบนิเตซและบรรดาสาวกทูน อาร์มี่ก็มาถึงเมื่ออยู่ ๆ ไมค์ แอชลีย์ประกาศขายสโมสรแบบที่ใครก็คาดไม่ถึง จากนั้นไม่นานก็ได้อแมนด้า สเตฟลี่ย์เศรษฐีณีนักธุรกิจติดต่อขอเทคโอเวอร์สโมสร ทุกอย่างดูราบรื่นเป็นไปได้ด้วยดีและดูท่านิวคาสเซิ่ลจะได้เจ้าของใหม่อยู่รอมร่อแต่ท้ายที่สุดการเจรจาล่มไม่เป็นท่าเพราะไมค์ต้องการขายสโมสรด้วยราคาสุดแพงชนิดเป็นไปไม่ได้ เศรษฐีณีจากยอร์เชียร์เห็นว่าถูกเอาเปรียบเกินไปจึงเซย์โนแล้วเดินจากไปแบบไม่หวนกลับอีกเลย ท้องฟ้าเมืองนิวคาสเซิ่ลกลับสู่ความอึมครึมอีกครั้งจนถึงช่วงปลายฤดูกาลที่ผ่านมาเมื่อทีมอย่างนิวคาสเซิ่ลจมอยู่ก้นตาราง มูลค่าของสโมสรตกลงไปและไมค์ แอชลีย์เห็นท่าไม่ดีจึงพร้อมขายนิวคาสเซิ่ลจริง ๆ เสียที บุญพาวาสนาส่งเมื่อคนที่สนใจเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรคือกลุ่มทุนตะวันออกกลางของ ชีค คาเลด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ญาติของชีค มานซูฯเจ้าของทีมแมนฯซิตี้ ขึ้นชื่อว่ากลุ่มทุนจากอาหรับแฟนนิวคาสเซิ่ลได้ฝันหวานเลยว่าทีมจะติดปีกทองบินสูงสู่หัวตารางได้แน่ ๆ ทว่า…อาจไม่ง่ายอย่างนั้นเมื่อถูกฟีฟ่าแตะเบรกชี้ว่าการควบกิจการของกลุ่มทุนอาหรับอาจมีความผิดและนั่นทำให้ทุกอย่างล่าช้าไปอีก

สถานการณ์ตอนนี้ของนิวคาสเซิ่ลคือเจ้าของเก่าไม่อยากลงทุนอะไรกับทีมแล้วเพราะหวังจะขายสโมสรและได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย ในขณะเดียวกันกลุ่มทุนที่จะเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรก็จ่ายเงินเต็มจำนวนอย่างที่เจ้าของเก่าตั้งราคาสุดโหดไว้ไม่ได้เพราะเกินราคาประเมินจริงค่อนข้างมากซึ่งนั่นเสี่ยงผิดกฏการเงินของฟีฟ่าเต็ม ๆ ส่วนผู้จัดการทีมอย่างราฟาเอล เบนิเตซก็กำลังจะหมดสัญญากับทีมอีกในไม่กี่วันนี้และไม่มีการเจรจาเพื่อขยายสัญญาของกุนซือมากฝีมือแต่อย่างใด ทุกอย่างสำหรับนิวคาสเซิ่ลกำลังถูกดึงให้ช้า ความเชื่องช้านี้ทำให้แฟนบอลหวาดหวั่นว่าหากเปลี่ยนมือเจ้าของทีมไม่สำเร็จ สโมสรเสียราฟาเอล เบนิเตซไป นักเตะที่มีพากันย้ายออก หานักเตะมาทดแทนได้ไม่ทันเปิดฤดูกาลท้องฟ้าของเมืองนิวคาสเซิ่ลคงจะยิ่งมืดมิดกว่าเดิมจนไม่เหลือแสงใด ๆ ส่องลงมาให้เป็นความหวังอีกแล้ว